ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) เรื่อง การแยกสารและการนำไปใช้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ชื่อเรื่อง การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักร

การเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) เรื่อง การแยกสารและการนำไปใช้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิด

สร้างสรรค์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผู้ศึกษา นางนันทิยา ลือโสภา ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนผักแพววิทยา อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ

ปีการศึกษา 2563

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการสร้างและพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) เรื่อง การแยกสารและการนำไปใช้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2) เพื่อร้างและพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) เรื่อง การแยกสารและการนำไปใช้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิด สร้างสรรค์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้เป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) เรื่อง การแยกสารและการนำไปใช้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 4) เพื่อประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) เรื่อง การแยกสารและการนำไปใช้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) ที่บูรณาการร่วมกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา (STEAM Education) ประกอบชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเรียนและหลังเรียนจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) เรื่อง การแยกสารและการนำไปใช้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) เรื่อง การแยกสารและการนำไปใช้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยกลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนผักแพววิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ปีการศึกษา 2563 จำนวน 24 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (Sample Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) จำนวน 5 แผน เรื่อง การแยกสารและการนำไปใช้ 2) ชุดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) เรื่อง การแยกสารและการนำไปใช้ จำนวน 5 เล่ม 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 4) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) เรื่อง การแยกสารและการนำไปใช้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่าที t- test (Dependent Samples) และการวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัยพบว่า

1. จากการศึกษาข้อมูลพื้นฐานการสร้างและพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) เรื่อง การแยกสารและการนำไปใช้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิด

สร้างสรรค์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่าโรงเรียนมีความพร้อมด้านบริบทของโรงเรียนใน อยู่ในระดับมากที่สุด

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยวิธีพรรณนาวิเคราะห์ เกี่ยวกับความพร้อมของบริบทโรงเรียน ในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) เรื่อง การแยกสารและการนำไปใช้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยรวมเฉลี่ยผู้บริหาร ครูผู้สอน เห็นว่า มีความพร้อมด้านบริบทในการจัดการเรียนการสอนแนวใหม่ที่เน้นพัฒนาตามแนวคิดสะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ฉบับปรับปรุง 2560 ในหลักสูตรได้กำหนดแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโดยเฉพาะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการความคิดสร้างสรรค์และสร้างนวัตกรรม ปัจจัยหลักที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ของนักเรียนไทย คือ คุณภาพของครูผู้สอน แนวทางการสอน ทรัพยากรในการจัดการเรียนการสอน พื้นฐานความรู้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างนักเรียนให้มีความสามารถด้านวิชาการเป็นที่ยอมรับทั่วทั้งโลกด้าน Science, Technology, Engineering, Mathematics และเพิ่ม Arts ความป็นมนุษย์เข้าไปการเรียนรู้วิชาศิลปะร่วมกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ในลักษณะเชื่อมโยงกันทุกวิชาเข้าด้วยกันจะทำให้นักเรียนมีความคิดแบบองค์รวม (Holistic Way) คิดนอกกรอบ มีมุมมองใหม่มีความคิดการแก้ปัญหาใหม่ๆ ทำให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการศึกษาในศตวรรษที่ 21

2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีชื่อว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) ซึ่งมีกระบวนการจัดการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1) ทบทวน ชวนคิด 2) สงสัย สนใจ ใฝ่เรียนรู้ 3) เร่งเสาะหา ค้นคว้าหาคำตอบ 4) อภิปราย และสรุปผล 5) เพิ่มเติมเสริมความรู้ วางแผนแก้ปัญหา 6) ทดสอบประเมินผล 7) นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 แบบกลุ่มเล็ก มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 74.27/78.88 แบบภาคสนาม มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ 81.42/82.42 และทำการทดลองจัดกิจการการเรียนรู้ มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.70/81.53 เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ 80/80 ปรากฏว่าสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้

3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) เรื่อง การแยกสารและการนำไปใช้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิด

สร้างสรรค์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) เรื่อง การแยกสารและการนำไปใช้ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดสร้างสรรค์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีความพึงพอใจโดยรวมระดับมากที่สุด และมาความคิดเห็นว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สะตีมศึกษา (STEAM Education) แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 7 ขั้น (7Es) ทำให้นักเรียนเรียนวิทยาศาสตร์อย่างมีความสุข มีความเข้าใจมากขึ้น ได้สร้างสรรค์ผลงาน สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

โพสต์โดย kimberry : [21 ก.พ. 2565 เวลา 19:17 น.]
อ่าน [102151] ไอพี : 1.47.17.9
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ '>

  ความคิดเห็นที่ 2

1

วันที่โพสต์ [16 มี.ค. 2569 (03:30 น.)] ไอพี : [103.58.148.23] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 15,013 ครั้ง
ADT โรคใหม่มาแรงของผู้บริหารและมนุษย์ออฟฟิศ
ADT โรคใหม่มาแรงของผู้บริหารและมนุษย์ออฟฟิศ

เปิดอ่าน 64,382 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 4 อุปกรณ์ของผู้เล่น ( The Players
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 4 อุปกรณ์ของผู้เล่น ( The Players' Equipment)

เปิดอ่าน 16,812 ครั้ง
ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบ สุริยะ 10 ดวงที่คล้ายโลก
ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบ สุริยะ 10 ดวงที่คล้ายโลก

เปิดอ่าน 17,559 ครั้ง
9 สัญญาณเตือนภัย! ถึงเวลาต้องลดความอ้วนแล้ว
9 สัญญาณเตือนภัย! ถึงเวลาต้องลดความอ้วนแล้ว

เปิดอ่าน 18,509 ครั้ง
คนทึ่ง ชมคลิปวาดภาพเหมือน "มอร์แกน ฟรีแมน" บนไอแพด 9 ล้านวิว
คนทึ่ง ชมคลิปวาดภาพเหมือน "มอร์แกน ฟรีแมน" บนไอแพด 9 ล้านวิว

เปิดอ่าน 45,331 ครั้ง
ตำนาน ดอกกุหลาบ กับความหมายดี ๆ
ตำนาน ดอกกุหลาบ กับความหมายดี ๆ

เปิดอ่าน 20,203 ครั้ง
ประกาศ เรื่องรายชื่อหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครู ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เพิ่มเติม)
ประกาศ เรื่องรายชื่อหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครู ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เพิ่มเติม)

เปิดอ่าน 13,874 ครั้ง
วิธีถ่ายรูปให้ดูดีกว่าตัวจริง
วิธีถ่ายรูปให้ดูดีกว่าตัวจริง

เปิดอ่าน 23,179 ครั้ง
ผิวหน้าสวยด้วยแอปเปิ้ล
ผิวหน้าสวยด้วยแอปเปิ้ล

เปิดอ่าน 26,416 ครั้ง
การเล่นโทรศัพท์มือถือในขณะที่ฝนตกนั้น มีโอกาสเสี่ยงทำให้เกิดฟ้าผ่า ได้จริงหรือไม่?
การเล่นโทรศัพท์มือถือในขณะที่ฝนตกนั้น มีโอกาสเสี่ยงทำให้เกิดฟ้าผ่า ได้จริงหรือไม่?

เปิดอ่าน 10,732 ครั้ง
มท.ค้านกำนัน-ผญบ.นั่งเก้าอี้ อปท. โดยตำแหน่ง-ไม่เอาประเมินผลทุกปี
มท.ค้านกำนัน-ผญบ.นั่งเก้าอี้ อปท. โดยตำแหน่ง-ไม่เอาประเมินผลทุกปี

เปิดอ่าน 16,285 ครั้ง
โกรธบ่อยโรคเพียบแน่ สุขภาพแย่ชัวร์ !
โกรธบ่อยโรคเพียบแน่ สุขภาพแย่ชัวร์ !

เปิดอ่าน 28,383 ครั้ง
"ฟักทอง"ป้องเบาหวาน-บำรุงหัวใจ
"ฟักทอง"ป้องเบาหวาน-บำรุงหัวใจ

เปิดอ่าน 101,728 ครั้ง
การจัดรายวิชาเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะทางอาชีพในหลักสูตรสถานศึกษา
การจัดรายวิชาเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะทางอาชีพในหลักสูตรสถานศึกษา

เปิดอ่าน 16,113 ครั้ง
ตูนส์ศึกษา : ปรัชญาการศึกษาไทยในปัจจุบันคือ?
ตูนส์ศึกษา : ปรัชญาการศึกษาไทยในปัจจุบันคือ?

เปิดอ่าน 2,003 ครั้ง
เปลี่ยนยาง 4 เส้นกับ 2 เส้น แตกต่างกัน ควรเลือกแบบไหนดีกว่ากัน
เปลี่ยนยาง 4 เส้นกับ 2 เส้น แตกต่างกัน ควรเลือกแบบไหนดีกว่ากัน
เปิดอ่าน 9,960 ครั้ง
ประกันรถยนต์ช่วยคุณประหยัดเงินได้ยังไง
ประกันรถยนต์ช่วยคุณประหยัดเงินได้ยังไง
เปิดอ่าน 24,168 ครั้ง
ประวัติวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก
ประวัติวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก
เปิดอ่าน 11,360 ครั้ง
ร้อนนี้กินอย่างไร เย็นทั้งกาย สุขทั้งใจ
ร้อนนี้กินอย่างไร เย็นทั้งกาย สุขทั้งใจ
เปิดอ่าน 23,151 ครั้ง
ราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1271-1368)
ราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1271-1368)

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ