ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การใช้แบบฝึกหัดในการพัฒนาการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง การจำแนกสาร ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2

1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

ในปีการศึกษา 2562 ภาคเรียนที่ 1 จากการทดสอบความรู้พื้นฐานโดยใช้ข้อสอบที่ผู้วิจัยทำขึ้น พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 โรงเรียนสารวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 มีนักเรียนจำนวน 45 คน มีนักเรียนที่ได้คะแนนเฉลี่ยเพียงร้อยละ 37.78 ซึ่งยังเป็นผลที่ไม่น่าพอใจ นักเรียนยังมีปัญหาในด้านการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งผลที่ตามมาก็คือนักเรียนมีความรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ ไม่เหมาะสมกับ

ระดับชั้น ผู้เรียนมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ ทำให้เกิดปัญหาในการเรียน

ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยจึงต้องการที่จะแก้ปัญหาการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ด้วยการสร้างแบบฝึกหัดเพื่อพัฒนาการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 โรงเรียนสารวิทยา ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

2. วัตถุประสงค์การวิจัย

เพื่อทดลองใช้แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ เรื่อง การจำแนกสาร ในการพัฒนาการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 ปีการศึกษา 2562

3. วิธีดำเนินการวิจัย

3.1 ประชากร / กลุ่มตัวอย่าง

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 ปีการศึกษา 2562 โรงเรียนสารวิทยา จำนวน 45 คน

3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

แบบทดสอบ

3.3 ขั้นตอนการวิจัย

การวิจัยในชั้นเรียนนี้ใช้แบบการวิจัยตามวงจร PAOR ดังนี้(อาจใช้แนวคิด ทฤษฎี หรือวงจรอื่น)

1. ขั้นการวิจัย

1.1 วางแผนการจัดทาแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์

1.2 ศึกษาหลักสูตรและวิเคราะห์เนื้อหารายวิชาวิทยาศาสตร์ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

เรื่อง การจำแนกสาร จากหลักสูตรสถานศึกษา หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คู่มือครู

หนังสื่อตำราต่าง ๆ

1.3 รวบรวมข้อมูลการจัดทำสื่อการเรียนการสอน

1.4 วางแบบขั้นตอนการทำงาน

1.5 จัดทำแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์

1.6 จัดทำแบบทดสอบ

2. ขั้นการใช้สื่อการสอน

3. ขั้นประเมินผลโดยแบบทดสอบ

3.4 การวิเคราะห์ข้อมูล / สถิติที่ใช้ในการวิจัย

หาค่าเฉลี่ย

4. ผลการวิจัย

คะแนนการทดสอบ เรื่อง การจำแนกสาร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 ปีการศึกษา 2562

จำนวน 45 คน (คะแนนเต็ม 20 คะแนน)

เลขที่ คะแนนก่อนเรียน คะแนนหลังเรียน เลขที่ คะแนนก่อนเรียน คะแนนหลังเรียน เลขที่ คะแนนก่อนเรียน คะแนนหลังเรียน

1 11 15 16 8 15 31 11 15

2 8 14 17 11 17 32 10 17

3 9 17 18 9 16 33 9 14

4 12 13 19 10 14 34 8 14

5 11 14 20 9 12 35 10 15

6 10 12 21 8 15 36 10 15

7 5 15 22 7 13 37 12 16

8 8 12 23 6 14 38 9 17

9 12 18 24 7 14 39 11 15

10 9 15 25 8 15 40 8 14

11 8 17 26 9 17 41 9 16

12 11 14 27 11 16 42 11 15

13 10 16 28 10 17 43 10 13

14 9 12 29 9 12 44 9 14

15 7 13 30 11 13 45 9 15

คะแนนเฉลี่ย 9.31 14.71

ร้อยละ 46.56 73.56

5. อภิปรายผลการวิจัย

จากการประเมินด้วยแบบทดสอบที่จัดขึ้นเพื่อทำการทดสอบหลังจากที่ใช้แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์

เมื่อเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน ปรากฏว่า ก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 9.31 คิดเป็นร้อยละ 46.56 หลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 14.71 คิดเป็นร้อยละ 73.56 ซึ่งนักเรียนมีผลการเรียนหลังเรียนสูงกว่า

ก่อนเรียน

จากการวิจัยทำให้ทราบว่า การทดลองใช้แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ เรื่อง การจำแนกสาร ในการพัฒนาการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 ปีการศึกษา 2562 นั้นส่งผลให้คะแนนผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนสูงขึ้น ผลการศึกษาค้นคว้าในครั้งนี้ปรากฏว่า ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียนหลังการใช้แบบฝึกมีคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างดียิ่ง ส่งผลให้มาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มีระดับสูงขึ้น เป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1. แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ชั้น ม.2/2 เป็นแบบฝึกที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามผลของการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว

2. การสอนโดยใช้แบบฝึกหัด ทำให้นักเรียนเกิดความสนุกสนานในการเรียนรู้

3. แบบฝึกหัดเรียงลำดับความยากง่ายสอดคล้องตามธรรมชาติการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนรู้ผลการทำแบบฝึกของตนเองทุกครั้ง ทำให้เรียนรู้สึกว่าตนเองประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ จึงสรุปได้ว่าแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ชั้น ม.2 มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง สามารถนาไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และมีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้นตามเกณฑ์ทางการเรียนรู้ที่โรงเรียนตั้งไว้

6. ข้อเสนอแนะ

1. ก่อนนำแบบฝึกไปใช้ผู้สอนควรศึกษารายละเอียดของทุกกิจกรรมก่อนนำไปใช้

2. ปรับและยืดหยุ่นกิจกรรมการเรียนรู้ได้ตามความเหมาะสม

โพสต์โดย กทม. : [7 มิ.ย. 2565 เวลา 09:53 น.]
อ่าน [101565] ไอพี : 1.46.14.7
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 1,993 ครั้ง
ผลวิจัยชี้การมีกิจกรรมทางกายทั้งวันธรรมดาและวันหยุด ช่วยลดการเจ็บป่วยโรคหัวใจและสมอง มากถึงร้อยละ 38
ผลวิจัยชี้การมีกิจกรรมทางกายทั้งวันธรรมดาและวันหยุด ช่วยลดการเจ็บป่วยโรคหัวใจและสมอง มากถึงร้อยละ 38

เปิดอ่าน 10,737 ครั้ง
ทำอย่างไรการเรียนรู้จึงเกิดขึ้นกับคนทั้งประเทศ โดย นพ.ประเวศ วะสี
ทำอย่างไรการเรียนรู้จึงเกิดขึ้นกับคนทั้งประเทศ โดย นพ.ประเวศ วะสี

เปิดอ่าน 51,109 ครั้ง
ความเชื่อเกี่ยวกับแมวดำ
ความเชื่อเกี่ยวกับแมวดำ

เปิดอ่าน 25,749 ครั้ง
วิธีดูสุริยุปราคาที่ถูกต้อง
วิธีดูสุริยุปราคาที่ถูกต้อง

เปิดอ่าน 18,202 ครั้ง
ความแตกต่างระหว่าง http:// กับ https://
ความแตกต่างระหว่าง http:// กับ https://

เปิดอ่าน 27,615 ครั้ง
ลายมือคนที่บั้นปลายของชีวิตมีเงินทอง มีหลักฐานมั่นคง
ลายมือคนที่บั้นปลายของชีวิตมีเงินทอง มีหลักฐานมั่นคง

เปิดอ่าน 962 ครั้ง
จัดการสต๊อกด้วยโปรแกรม ERP ลดปัญหาสต๊อกจม เพิ่มกระแสเงินสด
จัดการสต๊อกด้วยโปรแกรม ERP ลดปัญหาสต๊อกจม เพิ่มกระแสเงินสด

เปิดอ่าน 27,302 ครั้ง
แมลงมีพิษกัดต่อย
แมลงมีพิษกัดต่อย

เปิดอ่าน 10,151 ครั้ง
จีนเตือนคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุม
จีนเตือนคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุม

เปิดอ่าน 14,110 ครั้ง
แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเลขเร็ว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3
แบบฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเลขเร็ว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3

เปิดอ่าน 19,386 ครั้ง
ตอบทุกข้อสงสัยชาวโซเซียล ปรับตัวอย่างไร..ในกฎหมายลิขสิทธิ์ใหม่
ตอบทุกข้อสงสัยชาวโซเซียล ปรับตัวอย่างไร..ในกฎหมายลิขสิทธิ์ใหม่

เปิดอ่าน 11,194 ครั้ง
แนวปฏิบัติการจัดทำสัญญาค้ำประกันที่เกี่ยวข้องกับการผ่อนชำระของเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.ใหม่
แนวปฏิบัติการจัดทำสัญญาค้ำประกันที่เกี่ยวข้องกับการผ่อนชำระของเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.ใหม่

เปิดอ่าน 9,272 ครั้ง
วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน เห็นผลเร็วจนใคร ๆ ก็ต้องทัก
วิธีลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน เห็นผลเร็วจนใคร ๆ ก็ต้องทัก

เปิดอ่าน 18,535 ครั้ง
 สะพานซังฮี้  ซังฮี้แปลว่าอะไร?
สะพานซังฮี้ ซังฮี้แปลว่าอะไร?

เปิดอ่าน 55,045 ครั้ง
คลิป "ควีโยมี Gwiyomi" ที่น่ารักสุดๆ และกำลังฮิตกระจาย
คลิป "ควีโยมี Gwiyomi" ที่น่ารักสุดๆ และกำลังฮิตกระจาย

เปิดอ่าน 4,933 ครั้ง
สวมแหวนแต่ละนิ้ว เสริมดวงอะไรบ้าง
สวมแหวนแต่ละนิ้ว เสริมดวงอะไรบ้าง
เปิดอ่าน 19,519 ครั้ง
ฮาอึแตก! คลิปชายเปลือยออกจากห้องในโรงแรม แต่ประตูห้องดันล็อกอัตโนมัติ เป็นท่านจะทำยังไง
ฮาอึแตก! คลิปชายเปลือยออกจากห้องในโรงแรม แต่ประตูห้องดันล็อกอัตโนมัติ เป็นท่านจะทำยังไง
เปิดอ่าน 119,386 ครั้ง
สดุดี ‘ครูทองล้อม’ เกษียณกว่า 20 ปี ยังมาสอนเลข แต่งเพลงให้เด็กจำ ผ่านยกห้อง
สดุดี ‘ครูทองล้อม’ เกษียณกว่า 20 ปี ยังมาสอนเลข แต่งเพลงให้เด็กจำ ผ่านยกห้อง
เปิดอ่าน 32,164 ครั้ง
น่าชื่นชม!!เด็กม.3รับแปลภาษาจีนรายได้ร่วม3หมื่นต่อเดือน
น่าชื่นชม!!เด็กม.3รับแปลภาษาจีนรายได้ร่วม3หมื่นต่อเดือน
เปิดอ่าน 21,680 ครั้ง
 หลักเกณฑ์การย้าย ผอ.ร.ร.50
หลักเกณฑ์การย้าย ผอ.ร.ร.50

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ