ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รูปแบบการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างการคิดอย่างมี วิจารณญาณสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านเขวาไร่(ดรุณวิทยา)

ื่ชื่อวิจัย : รูปแบบการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างการคิดอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านเขวาไร่(ดรุณวิทยา)

ชื่อผู้วิจัย : นายไพทูล บุญมั่ง

ชื่อหน่วยงาน : โรงเรียนบ้านเขวาไร่(ดรุณวิทยา)

ปีที่พิมพ์ : 2563 จำนวนหน้ำ 429 หน้า

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ความรู้พื้นฐานและความต้องการในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน 2) พัฒนาและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างการคิดอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านเขวาไร่(ดรุณวิทยา) 3) น ารูปแบบการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างการคิดอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านเขวาไร่(ดรุณวิทยา) ไปใช้ 4) ประเมินรูปแบบการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างการคิดอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านเขวาไร่(ดรุณวิทยา) ดำเนินการวิจัยและพัฒนา

4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis : R1) ระยะที่ 2 การออกแบบและพัฒนา (Design and Development : D1)

ระยะที่ 3 การน ารูปแบบไปใช้ (Implement : R2) และระยะที่ 4 การประเมินรูปแบบ (Evaluation : D2) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ระยะที่ 1 เป็นแบบสังเคราะห์เอกสาร แบบสนทนากลุ่ม ระยะที่ 2 เป็นแบบประเมินความหมาะสม ความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ ความถูกต้อง ระยะที่ 3 เป็นรูปแบบและเอกสารประกอบ

แบบวัดความรู้ครู แบบประเมินความสามารถของนักเรียน แบบสัมภาษณ์ความพึงพอใจของนักเรียน แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ปกครอง

ระยะที่ 4 เป็นแบบประเมินเพื่อรับรองรูปแบบ เครื่องมือทั้ง 4 ระยะ ผ่านการหาค่า IOC ค่าความความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนกค่าความเชื่อมั่น และทดลองหาประสิทธิภาพครั้งที่ 1-3 ผ่านการประเมินความเหมาะสมของผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา 2) กลุ่มครูผู้สอน

3) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ 4) กลุ่มนักเรียน และ 5) กลุ่มผู้ปกครอง ได้มาทั้งการสุ่มแบบง่าย และการสุ่มแบบเจาะจง การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และทดสอบค่า t

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษาองค์ความรู้พื้นฐานและความต้องการในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างการคิดอย่างมีวิจารณญาณนักเรียนระดับประถมศึกษา พบว่า นโยบายและเป้าหมายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา มีการกำหนดเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน มีความคาดหวังและต้องการพัฒนาครูให้มีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน

2. ผลการพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างการคิดอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านเขวาไร่(ดรุณวิทยา) พบว่า รูปแบบมี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) ระบบงานและกลไก 4) แนวการประเมิน และ 5) เงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้ โดยใช้ 3 วิธีในการพัฒนาครู ได้แก่ 1. วิธีการฝึกอบรม (Training Model) ประกอบด้วย 2 กิจกรรม ได้แก่ 1) การอบรมเชิงปฏิบัติการ 2) การฝึกอบรม 2.วิธีการพัฒนาตนเอง (Individually Guided Activities Model) ประกอบด้วย 3 กิจกรรม ได้แก่ 1) การวางแผนเป็นรายบุคคล 2) การทำงานทางวิชาการ 3) การศึกษาต่อ และ 3.วิธีการการสังเกตหรือการประเมิน (Observation / Assessment Model) ประกอบด้วย 2 กิจกรรม ได้แก่ 1) การนิเทศติดตาม

2) การเป็นพี่เลี้ยง (Mentoring Model) และจัดการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างการคิดอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักเรียนใน 6 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการเตรียมความพร้อม 2) ด้านการเสนอสถานการณ์ที่เป็นปัญหา 3) ด้านการฝึกคิดเป็นรายบุคคล 4) ด้านการฝึกคิดเป็นรายกลุ่ม 5) ด้านการฝึกสรุปผล

การคิด/อภิปรายการคิด/นำเสนอการคิด และ 6) ด้านการประเมินการคิด/การประยุกต์ และผลการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน พบว่า มีความสอดคล้อง ความหมาะสม ความเป็นไปได้ ในภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก

3. ผลการนำรูปแบบการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างการคิดอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านเขวาไร่(ดรุณวิทยา) ไปใช้ โดยใช้รูปแบบการวิจัย Pre-Experimental Design โดยประยุกต์ใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มตัวอย่างเดียวมีการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน (The one-group Pretest-Posttest Design) ตามขั้นตอนและปฏิทินที่กำหนด ครูผู้สอนมีความรู้ หลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนา ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด (ร้อยละ 80) และ นักเรียนมีความสามารถการคิดอย่างมีวิจารณญาณหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผู้ปกครองมีความพึงพอใจระดับมาก นักเรียนชอบกิจกรรมที่จัดขึ้น และต้องการให้จัดอย่างต่อเนื่อง

4. ผลการประเมินรูปแบบการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างการคิดอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านเขวาไร่(ดรุณวิทยา) พบว่า ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินรับรองรูปแบบในระดับมาก

โพสต์โดย ืpaithoon2515 : [29 ก.ค. 2565 เวลา 06:41 น.]
อ่าน [103388] ไอพี : 113.53.17.92
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 17,070 ครั้ง
ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพสักคำ?! ประกันชีวิตอาวุโส...เรื่องที่ต้องรู้ แต่ไม่ได้บอก
ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพสักคำ?! ประกันชีวิตอาวุโส...เรื่องที่ต้องรู้ แต่ไม่ได้บอก

เปิดอ่าน 26,860 ครั้ง
ประวัติ ความเป็นมาของ "วันเด็กแห่งชาติ"
ประวัติ ความเป็นมาของ "วันเด็กแห่งชาติ"

เปิดอ่าน 18,161 ครั้ง
Gen Y วายร้ายจริงหรือ (จบ)
Gen Y วายร้ายจริงหรือ (จบ)

เปิดอ่าน 27,142 ครั้ง
ทาน "ถั่วงอก" แล้วส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร
ทาน "ถั่วงอก" แล้วส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร

เปิดอ่าน 22,233 ครั้ง
การเรียนรู้โดยใช้แป้นพิมพ์แทนการเขียน ดีหรือไม่?
การเรียนรู้โดยใช้แป้นพิมพ์แทนการเขียน ดีหรือไม่?

เปิดอ่าน 15,366 ครั้ง
การศึกษาไทยภายใต้รัฐบาล คสช. 3 ปี ที่วังเวงและเคว้งคว้าง
การศึกษาไทยภายใต้รัฐบาล คสช. 3 ปี ที่วังเวงและเคว้งคว้าง

เปิดอ่าน 17,102 ครั้ง
สุดยอดจอดรถขั้นเทพ ทุบสถิติสไลด์เข้าที่จอดแคบที่สุด
สุดยอดจอดรถขั้นเทพ ทุบสถิติสไลด์เข้าที่จอดแคบที่สุด

เปิดอ่าน 54,826 ครั้ง
ข้าราชการ เกษียณแล้ว.....ได้อะไรบ้างนะ?
ข้าราชการ เกษียณแล้ว.....ได้อะไรบ้างนะ?

เปิดอ่าน 148,706 ครั้ง
ทฤษฎีมานุษยนิยมของมาสโลว์
ทฤษฎีมานุษยนิยมของมาสโลว์

เปิดอ่าน 12,058 ครั้ง
ระวัง! สารฟอกขาวในตะเกียบ
ระวัง! สารฟอกขาวในตะเกียบ

เปิดอ่าน 737 ครั้ง
มาตรฐานโรงงานครีมที่ควรรู้มีอะไรบ้าง?  GMP ISO และ อย. สำคัญอย่างไร
มาตรฐานโรงงานครีมที่ควรรู้มีอะไรบ้าง? GMP ISO และ อย. สำคัญอย่างไร

เปิดอ่าน 10,336 ครั้ง
ข้อสอบเด็กไทย...ปัญหาใหญ่ที่ต้องมอง
ข้อสอบเด็กไทย...ปัญหาใหญ่ที่ต้องมอง

เปิดอ่าน 27,144 ครั้ง
รอบรู้เรื่องการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย
รอบรู้เรื่องการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย

เปิดอ่าน 20,144 ครั้ง
หญ้าแฝก
หญ้าแฝก

เปิดอ่าน 44,178 ครั้ง
ปลูกลีลาวดี อาชีพเสริมที่ไม่ควรมองข้าม
ปลูกลีลาวดี อาชีพเสริมที่ไม่ควรมองข้าม

เปิดอ่าน 12,494 ครั้ง
ทบทวนระบบการประกันคุณภาพ การศึกษาของไทยเดี๋ยวนี้... ฤๅว่าจะสายเกินไป
ทบทวนระบบการประกันคุณภาพ การศึกษาของไทยเดี๋ยวนี้... ฤๅว่าจะสายเกินไป
เปิดอ่าน 20,642 ครั้ง
10 เรื่องมหัศจรรย์เกี่ยวกับไข่ ที่คุณสามารถทำเอง เอาไว้สอนเด็กได้
10 เรื่องมหัศจรรย์เกี่ยวกับไข่ ที่คุณสามารถทำเอง เอาไว้สอนเด็กได้
เปิดอ่าน 460,897 ครั้ง
การวิ่งระยะต่าง ๆ (พลศึกษา)
การวิ่งระยะต่าง ๆ (พลศึกษา)
เปิดอ่าน 16,690 ครั้ง
รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
เปิดอ่าน 26,733 ครั้ง
มาตราวัด มาตราชั่ง กับมาตราเงินของสยาม
มาตราวัด มาตราชั่ง กับมาตราเงินของสยาม

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ