ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี

การวิจัยนี้เป็นการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการการนิเทศภายในโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี 2) พัฒนารูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี 3) ทดลองใช้รูปแบบการนิเทศภายในโดยวิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี และ 4) ประเมินผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี โดยใช้การวิจัยแบบผสานวิธี มีขั้นตอนการวิจัย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาความต้องการการนิเทศภายใน วิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยระดับความต้องการการนิเทศภายใน ขั้นตอนที่ 2 พัฒนารูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี โดย 1) ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องขอบข่ายการนิเทศภายใน การวิจัยเชิงปฏิบัติการ และผลของการนิเทศภายใน ยกร่างรูปแบบการนิเทศภายใน 2) ตรวจสอบเชิงคุณภาพ โดยการสนทนากลุ่มโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Focus Group Discussion) จำนวน 15 คน เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ ของรูปแบบการนิเทศภายใน ขั้นตอนที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบการนิเทศภายในกับคณะครูโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ศึกษาการปฏิบัติตามรูปแบบการนิเทศภายใน โดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการ ขั้นตอนที่ 4 ประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี โดยประเมินความพึงพอใจ ด้วยวิธีการสอบถามความคิดเห็นผ่านแบบสอบถามจากครูโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จำนวน 118 คน และนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 351 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย แบบสอบถาม และแบบตรวจสอบรายการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) การตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

ผลการวิจัยพบว่า

1. ความต้องการการนิเทศภายในโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี ภาพรวม ทั้ง 6 ด้าน มีค่าเฉลี่ยความต้องการนิเทศภายในอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการจัดการเรียนการสอน รองลงมา ได้แก่ ด้านการพัฒนาทักษะการทำงานกลุ่ม ด้านการเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพ ด้านการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน ด้านการพัฒนาหลักสูตร และด้านการช่วยเหลือครูโดยตรง

2. รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) ขอบข่ายการนิเทศภายใน 6 ด้าน 40 ตัวบ่งชี้ 2) กระบวนการนิเทศภายในเชิงปฏิบัติการ (PAOR) 4 ขั้นตอน 3) ผลของการนิเทศภายใน 3 ด้าน และมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศภายในโดยวิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี มีการดำเนินการในขอบข่ายการนิเทศภายใน 6 ด้าน ประกอบด้วย 1) ด้านการให้ความช่วยเหลือครูโดยตรง 2) ด้านการทำงานกลุ่ม 3) ด้านการเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพ 4) ด้านการเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพ 5) ด้านการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน 6) ด้านการจัดการเรียนการสอน และใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1) ขั้นวางแผน 2) ขั้นปฏิบัติการ 3) ขั้นสังเกตการณ์การนิเทศ และ 4) ขั้นสะท้อนผลการนิเทศ

4. ประเมินผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี พบว่า 1) ความพึงพอใจของคณะกรรมการนิเทศภายในและครูผู้รับการนิเทศภายในที่มีต่อรูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี โดยรวมพบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก 2) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อครูโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม ที่รับการนิเทศภายในโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี โดยรวมพบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 และผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) ของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เปรียบเทียบผลการทดสอบปีการศึกษา 2563 กับ ปีการศึกษา 2564 โดยรวมสูงขึ้น

คำสำคัญ : พัฒนารูปแบบ รูปแบบการนิเทศภายใน วิจัยเชิงปฏิบัติการ

การวิจัยนี้เป็นการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการการนิเทศภายในโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการนิเทศภายในโดยวิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี และ 4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายในโดยใช้วิจัยเชิงปฏิบัติการของโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี โดยใช้การวิจัยแบบผสานวิธี มีขั้นตอนการวิจัย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาความต้องการการนิเทศภายใน โดยการวิเคราะห์ สังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สอบถามความต้องการด้านการนิเทศภายใน จากกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 165 คน ใช้การเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์โดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ขั้นตอนที่ 2 พัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน โดยการสนทนากลุ่มโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 15 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิเคราะห์เนื้อหาและประเมินความเป็นไปได้และความเหมาะสมจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 15 คน ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการนิเทศภายใน โดยทดลองใช้ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2564 - กุมภาพันธ์ 2565 จากกลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย คณะกรรมการนิเทศภายใน และผู้รับการนิเทศภายใน จำนวน 165 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ คู่มือการนิเทศภายใน เก็บข้อมูลโดยการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิเคราะห์เนื้อหา ขั้นตอนที่ 4 ประเมินผลการใช้รูปแบบการนิเทศภายใน โดยประเมินความพึงพอใจของคณะกรรมการนิเทศภายในและครูที่รับการนิเทศภายในที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 118 คน ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อครูผู้รับการนิเทศภายใน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 351 คน และวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET

โพสต์โดย ต๋อง : [3 ส.ค. 2565 เวลา 13:44 น.]
อ่าน [101592] ไอพี : 119.42.107.215
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 23,969 ครั้ง
ขยันอย่างไร?...จึงจะประสบความสำเร็จ
ขยันอย่างไร?...จึงจะประสบความสำเร็จ

เปิดอ่าน 25,414 ครั้ง
ประวัติศาสตร์จังหวัดสกลนคร
ประวัติศาสตร์จังหวัดสกลนคร

เปิดอ่าน 19,247 ครั้ง
ปี 2558 จะยาวขึ้น 1 วินาที เพราะโลกหมุนช้าลง
ปี 2558 จะยาวขึ้น 1 วินาที เพราะโลกหมุนช้าลง

เปิดอ่าน 66,647 ครั้ง
กำจัดแก๊สในร่างกายด้วยท่าง่าย ๆ
กำจัดแก๊สในร่างกายด้วยท่าง่าย ๆ

เปิดอ่าน 19,066 ครั้ง
พระบรมรูปทรงม้า
พระบรมรูปทรงม้า

เปิดอ่าน 14,976 ครั้ง
ชมคลิป น้องปุ๊ กุลปรียา นักเรียนบุรีรัมย์ โชว์เล่านิทานไข่ทองคำยุคอาเซียน
ชมคลิป น้องปุ๊ กุลปรียา นักเรียนบุรีรัมย์ โชว์เล่านิทานไข่ทองคำยุคอาเซียน

เปิดอ่าน 17,032 ครั้ง
ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์รถยนต์ ขอสินเชื่อใหม่ไม่ยากอย่างที่คิด
ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์รถยนต์ ขอสินเชื่อใหม่ไม่ยากอย่างที่คิด

เปิดอ่าน 10,911 ครั้ง
อัตลักษณ์ของคนกระทรวงเสมา : อัตลักษณ์วิชาชีพครู
อัตลักษณ์ของคนกระทรวงเสมา : อัตลักษณ์วิชาชีพครู

เปิดอ่าน 18,299 ครั้ง
"มะระ" ป้องเบาหวาน-จัดการริดสีดวง!
"มะระ" ป้องเบาหวาน-จัดการริดสีดวง!

เปิดอ่าน 86,913 ครั้ง
กระแสอะไรที่จะช่วยปรับรูปแบบโครงสร้างการปฏิรูปการศึกษาของไทย โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
กระแสอะไรที่จะช่วยปรับรูปแบบโครงสร้างการปฏิรูปการศึกษาของไทย โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์

เปิดอ่าน 72,154 ครั้ง
เครื่องแบบข้าราชการ
เครื่องแบบข้าราชการ

เปิดอ่าน 40,573 ครั้ง
3 วิธีแกะกล่องพัสดุให้ปลอดภัยห่างไกลจากโควิด-19
3 วิธีแกะกล่องพัสดุให้ปลอดภัยห่างไกลจากโควิด-19

เปิดอ่าน 20,716 ครั้ง
(ก.ค.ศ.)การจ่ายค่าตอบแทนมีความสำคัญยิ่งในฐานะเป็นหน้าที่หลักประการหนึ่งของหน่วยงาน
(ก.ค.ศ.)การจ่ายค่าตอบแทนมีความสำคัญยิ่งในฐานะเป็นหน้าที่หลักประการหนึ่งของหน่วยงาน

เปิดอ่าน 42,517 ครั้ง
ไขคำตอบ "โรงเรียน ครู อยู่อย่างไรในยุค4.0?"
ไขคำตอบ "โรงเรียน ครู อยู่อย่างไรในยุค4.0?"

เปิดอ่าน 9,710 ครั้ง
ฟังเอ็มพี 3 ดังสุดๆ วันละแค่ 1 ชม. อันตรายร้ายแรงถึงหูดับได้
ฟังเอ็มพี 3 ดังสุดๆ วันละแค่ 1 ชม. อันตรายร้ายแรงถึงหูดับได้

เปิดอ่าน 17,070 ครั้ง
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องกำหนดรายชื่อคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการที่มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมฯ
ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องกำหนดรายชื่อคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการที่มีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมฯ
เปิดอ่าน 12,895 ครั้ง
ฉาวอีก! คลิปตำรวจไทย... "มาๆๆ ร้อยเดียวพอ"
ฉาวอีก! คลิปตำรวจไทย... "มาๆๆ ร้อยเดียวพอ"
เปิดอ่าน 14,619 ครั้ง
ยืดอายุหนูได้เท่าอายุคน125ปี อาจจะนำวิธีการมา ใช้กับมนุษย์
ยืดอายุหนูได้เท่าอายุคน125ปี อาจจะนำวิธีการมา ใช้กับมนุษย์
เปิดอ่าน 13,918 ครั้ง
วิธีขับสารพิษด้วยการหายใจ
วิธีขับสารพิษด้วยการหายใจ
เปิดอ่าน 13,090 ครั้ง
ผลศึกษาดื่มกาแฟหลายแก้วต่อวันช่วยสยบโรคตับได้
ผลศึกษาดื่มกาแฟหลายแก้วต่อวันช่วยสยบโรคตับได้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ