ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > คุณครูควรรู้ไว้ > การเรียนการสอนแบบ Montessori

การเรียนการสอนแบบ Montessori

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 13 ส.ค. 2551 เปิดอ่าน : 32,728 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
การเรียนการสอนแบบ Montessori

Advertisement

มอนเตสเซอรี่ (Montessori) นวัตกรรมใหม่เรียนไปพร้อมกับลูก..เจาะรายละเอียด 6 นวัตกรรมการเรียนรู้ของเด็กอนุบาล วอลดอร์ฟ ,มอนเตสเซอรี่, นีโอฮิวแมนนิสต์ ,โฮล แลงเกวจ, โปรเจคท์ แอพโพรช และ ชายด์ เซ็นเตอร์ แต่ละแบบมีข้อดีข้อจำกัดอย่างไร เพื่อให้พ่อแม่เข้าใจ และแนวทางในการ หาโรงเรียนที่เหมาะสมกับลูกต่อไป ดร.พัชรี ผลโยธิน อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการศึกษาปฐมวัย จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จะมาช่วยวิเคราะห์ให้ฟัง


มอนเตสเซอรี่ (Montessori)

อ.พัชรี เล่าถึงการให้การศึกษาเด็กของมอนเตสเซอรี่ว่า ค่อนข้างจะ ให้อิสระแก่เด็ก เด็กสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง จากสภาพ แวดล้อมที่ครูจัดให้ไว้ในห้อง ซึ่งสิ่งที่เด็กเลือก ที่จะเข้า ไปเรียนรู้นี้ทาง มอนเตสเซอรี่เรียกว่า "งาน"  "งาน" ของมอนเตสเซอรี่ จะวางอยู่บนชั้นให้เด็กๆ ไปเลือกหยิบมาทำ จะหยิบอันไหนมาก็ได้ จากนั้นคุณครูจะแนะนำงานนี้และสาธิตวิธีการ "ทำงาน" แล้วเด็กๆ ก็จะ ลงมือทำงานนั้นๆ อยู่บนเสื่อเล็กๆ ของตัวเองคนเดียว เมื่อเล่นเสร็จเมื่อไหร่ก็เอา "งาน" ชิ้นนั้นไปเก็บที่ งานของมอนเตสเซอรี่เป็นงานในลักษณะที่ให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ปาก และกายสัมผัส เพื่อให้เด็กได้พัฒนาและใช้ประสาทสัมผัสครบทุกด้ามอนเตสเซอรี่ยังมองว่า เด็กไม่ควร เรียนรู้ด้วยการท่องจำ และการเรียนรู้ผ่านการทำงานของเด็กๆ นี้จะช่วยให้เด็ก ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีสมาธิอยู่กับการทำงานของตัวเอง และเมื่อทำงานประสบความสำเร็จ ก็จะเกิด ความ พึง พอใจ มีความสุข และจะเป็นแรงจูงใจให้เรียนรู้ต่อไป

จุดเด่นของมอนเตสเซอรี่ คือการให้เด็กได้เลือก มีเสรีภาพในการเลือกทำงาน และเมื่อเด็ก ทำงานจนเกิด ความสำเร็จจะทำให้เกิดแรงจูงใจจากภายในทำให้เด็กอยากที่จะทำงานอย่างอื่นให้สำเร็จต่อไป โดยใช้สื่อในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัยของเด็ก ซึ่งเมื่อเด็กๆ ได้เรียน จากของจริงแล้วจะสามารถนำไปสู่การเรียนรู้ที่เป็นนามธรรมต่อไปได้ (เช่น การเรียนรู้เรื่อง พยัญชนะต่างๆ) อีกจุดเด่นหนึ่งที่เห็นได้ชัดของมอนเตสเซอรี่ ก็คือ ครูจะรู้จักสังเกตเด็ก ซึ่งเป็นทักษะ ที่ครูบ้านเรายังขาดอยู่ แต่สำหรับครูมอนเตสเซอรี่จะต้องฝึกสังเกตเด็ก และรู้ว่าเด็กแต่ละคน มีความ สามารถ มีศักยภาพอย่างไร เพื่อจะส่งเสริมได้ถูกทางต่อไป โดยพื้นฐานเริ่มของมอนเตสเซอรี่เอง จริงๆแล้วมาจากวิธีการสอน ที่ใช้กับเด็กบกพร่อง ทางสติ ปัญญา เพราะเชื่อว่าเด็กสามารถเรียนรู้ได้ และในที่สุดเด็กคนนั้นก็สามารถ เรียนได้ เหมือนเด็ก ปกติ ซึ่งต่อมามีการปรับให้เหมาะสมที่จะใช้สอนเด็กปกติได้ ครูของมอนเตสเซอรี่จึงต้อง ฝึกการ สังเกตเด็กด้วย ขณะเดียวกันตรงจุดนี้ก็กลับมาเป็นข้อจำกัดของครูมอนเตสเซอรี่ ซึ่งถ้า หากไม่ได้ ฝึกมาโดยเฉพาะ การเรียนการสอนก็จะทำได้ไม่เต็มรูปแบบจริงๆ มอนเตสเซอรี่เป็นระบบที่ครูยอมรับ มีเจตคติที่ดีต่อเด็ก ยอมรับเด็กอย่างที่เขาเป็น และจุดนี้ก็เป็น ทั้งจุดเด่นและเป็นข้อจำกัดที่ตัวครูด้วยเหมือนกัน ว่าครูบางคนจะทำได้หรือไม่ ส่วนข้อจำกัด ที่เห็นได้ชัดก็คือ การเรียนการสอนแบบมอนเตสเซอรี่จะเป็นขั้นเป็นตอน มีรูปแบบมาแล้วคือ

1. คุณครูแนะนำงานให้เด็กได้รู้จักชื่อของสิ่งนั้นว่าคืออะไร

2. คุณครูสาธิตวิธีการทำงานให้เด็กดู และ

3. ให้เด็กลงมือทำงาน เพราะมอนเตสเซอรี่ถือว่าการทำงานต้องมีระบบ แล้วจึงให้เสรีภาพในการเลือกทำงานว่าจะทำงานอะไร

ในตรงจุดนี้ทำให้เด็กไม่ได้รู้จักลองผิดลองถูก เพราะครูแนะมาแล้วว่าของชิ้นนี้จะเล่นแบบนี้ เป็นขั้นเป็นตอนแบบนี้ แล้วเวลาเด็กไปเล่นเองก็จะเล่นแบบครูบอกตามขั้นตอน เมื่อเล่นเสร็จ ก็เอาไปเก็บที่ ซึ่งตรงจุดนี้ จะเห็นว่าเด็กมอนเตสเซอรี่สามารถควบคุมตัว เองได้ มีสมาธิ มีระเบียบเรียบร้อย ในมุมมองของ อ.พัชรีมองดูว่าธรรมชาติของเด็ก เขาใฝ่รู้ใฝ่เห็น อยากลองผิด ลองถูก แต่มอนเตสเซอรี่ให้เด็กทำตามคุณครูที่เป็นตัวแบบ เด็กมอนเตสเซอรี่จึงมีความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์น้อยกว่าเด็กอื่นๆ และอีกข้อหนึ่งก็คือ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กด้วยกันจะมีน้อย เพราะในระหว่างการทำงาน เด็กจะ ทำงานอยู่กับตัวเองเงียบๆ คนเดียวทางออก จะเอานวัตกรรมของเขามาใช้ควรจะรู้ว่าในสถานการณ์ไหนควรใช้วิธีการนี้ และใช้กับเด็กคนไหน คนที่จะนำไปใช้จึงควรศึกษานวัตกรรมให้ถี่ถ้วนว่าเหมาะกับเด็กก็หยิบมาใช้ ใช้ให้เหมาะกับบริบทของเด็กอนุบาล และสังคมไทย

อีก 5 นวัตกรรมที่เหลือ คือ ชายด์ เซ็นเตอร์,วอลดอร์ฟ,นีโออิวแมนนิสต์, โปรเจคต์ แอพโพรช และโฮล แลงเกวจ

 

ที่มา http://learners.in.th/blog/catreeya/70903

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การเรียนการสอนแบบ Montessori , , การเรียนการสอนแบบ , Montessori , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
การใช้ลายมือชื่อผู้รับเงินด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ในใบเสร็จฯในการเบิกเงินสวัสดิการการศึกษาบุตร☕ คลิกอ่านเลย
การใช้ลายมือชื่อผู้รับเงินด้วยลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ในใบเสร็จฯในการเบิกเงินสวัสดิการการศึกษาบุตร
เปิดอ่าน 19,982 ครั้ง
แนวทางการขับเคลื่อนวิชาชีพครูสู่อาเซียน (พ.ศ.2557-2560) ☕ คลิกอ่านเลย
แนวทางการขับเคลื่อนวิชาชีพครูสู่อาเซียน (พ.ศ.2557-2560)
เปิดอ่าน 4,268 ครั้ง
ระบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548 ☕ คลิกอ่านเลย
ระบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2548
เปิดอ่าน 30,755 ครั้ง
ตัวอย่างรายชื่อหนังสือเสริมประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย ปีการศึกษา 2561☕ คลิกอ่านเลย
ตัวอย่างรายชื่อหนังสือเสริมประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย ปีการศึกษา 2561
เปิดอ่าน 10,979 ครั้ง
คู่มือการใช้งานบัตรเครดิตราชการ☕ คลิกอ่านเลย
คู่มือการใช้งานบัตรเครดิตราชการ
เปิดอ่าน 9,886 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

วังน้ำเขียว สวิสเซอร์แลนด์แดนอีสาน วังน้ำเขียว สวิสเซอร์แลนด์แดนอีสาน
เปิดอ่าน 8,107 ครั้ง
กลั้นปัสสาวะ เรื่องธรรมดาที่น่ากลัวกลั้นปัสสาวะ เรื่องธรรมดาที่น่ากลัว
เปิดอ่าน 7,585 ครั้ง
วีดีทัศน์หลักเกณฑ์ตาม ว7/2558 (เกณฑ์ PA)วีดีทัศน์หลักเกณฑ์ตาม ว7/2558 (เกณฑ์ PA)
เปิดอ่าน 9,404 ครั้ง
มาอัพเดทดวงของคุณในรอบ 2 สัปดาห์มาอัพเดทดวงของคุณในรอบ 2 สัปดาห์
เปิดอ่าน 10,388 ครั้ง
มารู้จักกับอาการแพ้น้ำหอมและวิธีการดูแลรักษามารู้จักกับอาการแพ้น้ำหอมและวิธีการดูแลรักษา
เปิดอ่าน 7,274 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ