ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานการประเมินโครงการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียน

ชื่อเรื่อง : รายงานการประเมินโครงการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนชุมชนวัดชุมพร

ผู้รายงาน : นางสาวนงลักษณ์ โล่ห์ทอง

หน่วยงาน : โรงเรียนชุมชนวัดชุมพร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3

ปีการศึกษา : 2565

บทคัดย่อ

รายงานการประเมินโครงการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนชุมชนวัดชุมพรครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินโครงการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนชุมชนวัดชุมพร โดยใช้รูปแบบ CIPPIEST Model กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินโครงการครั้งนี้ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 1 คน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 27 คน นักเรียน จำนวน 155 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน และผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 155 คน รวมทั้งสิ้น 351 คน โดยใช้การสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) จากการกำหนดกลุ่มตัวอย่างตารางของเครซี่มอร์แกน (Krejcie & Morgan) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ชนิด 5 ระดับ ตามวิธีการของลิเคอร์ท (Likert Method) ซึ่งสอบถามเกี่ยวกับสภาพการดำเนินงานการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนชุมชนวัดชุมพร และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา

ผลการประเมินพบว่า

1. ผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนชุมชนวัดชุมพร ด้านสภาวะแวดล้อม (Context) โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด พิจารณาเป็นรายข้อและเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ หลักการและวัตถุประสงค์มีความสอดคล้องกัน รองลงมาคือ ผู้บริหารมีความชัดเจนในการดำเนินโครงการ และครูมีความกระตือรือร้นในการพัฒนาการเรียนการสอน ตามลำดับ

2. ผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนชุมชนวัดชุมพร ด้านปัจจัยเบื้องต้น (Input) โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด พิจารณาเป็นรายข้อและเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ ผู้บริหารและครูผู้รับผิดชอบโครงการมีความรู้ความสามารถในการดำเนินโครงการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ รองลงมาคือ มีการกำหนดบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบแก่บุคลากรในการดำเนินโครงการไว้อย่างชัดเจน และมีคู่มือ/เอกสารและแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับงานวิจัยในชั้นเรียนเป็นแนวทางการดำเนินงานวิจัยในทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจน ตามลำดับ

3. ผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนชุมชนวัดชุมพร ด้านกระบวนการ (Process) โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด พิจารณาเป็นรายข้อและเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก ได้แก่ มีการนิเทศติดตามการดำเนินงานด้านการจัดการเรียนการสอนและการทำวิจัยในชั้นเรียน รองลงมาคือ ครูให้ความสนใจและจัดการเรียนการสอนที่ควบคู่ไปกับกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน และครูพัฒนางานวิจัยโดยใช้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากบันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ ตามลำดับ

4. ผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนชุมชนวัดชุมพร ด้านผลผลิต (Product) โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด พิจารณาเป็นรายข้อและเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก คือ ครูสามารถนำผลการวิจัยในชั้นเรียนมาใช้แก้ไขปัญหาและวางแผนการสอนได้ รองลงมาคือ มีการปฏิบัติตามปฏิทินการดำเนินกิจกรรมที่กำหนด และครูได้พัฒนาเทคนิควิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน ตามลำดับ

5. ผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนชุมชนวัดชุมพร ด้านผลกระทบ (Impact) โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด พิจารณาเป็นรายข้อและเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก คือ นักเรียนมีปัญหาด้านการเรียนและด้านพฤติกรรมลดลง รองลงมาคือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความพึงพอใจต่อการพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียน ความมีชื่อเสียงของโรงเรียน รางวัล/เกียรติยศ และการยอมรับของชุมชน ตามลำดับ

6. ผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนชุมชนวัดชุมพร ด้านประสิทธิผล (Effectiveness) โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด พิจารณาเป็นรายข้อและเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้น รองลงมาคือ ครูสามารถแก้ปัญหาในชั้นเรียนได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ และกิจกรรมที่ดำเนินการบรรลุเป้าหมายทุกกิจกรรม ตามลำดับ

7. ผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนชุมชนวัดชุมพร ด้านความยั่งยืน (Sustainability) โดยรวมอยู่ในระดับมาก พิจารณาเป็นรายข้อและเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก คือ ครูมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง รองลงมาคือ มีการจัดประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของโรงเรียน และการมีทักษะในการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียนด้วยวิธีการที่เหมาะสม ตามลำดับ

8. ผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนของโรงเรียนชุมชนวัดชุมพร ด้านการถ่ายโยงความรู้ (Transportability) โดยรวมอยู่ในระดับมาก พิจารณาเป็นรายข้อและเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก คือ ครูมีการถ่ายโยงความรู้และถ่ายทอดขยายผลโดยการปรับปรุงพัฒนางานวิจัยและนำความรู้ที่ได้จากงานวิจัยไปใช้ในเรื่องใหม่ รองลงมาคือ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพกับเพื่อนร่วมงาน และครูนำผลงานวิจัยไปใช้พัฒนาต่อยอดให้เป็นผลงานทางวิชาการ ตามลำดับ

โพสต์โดย แอ๋น : [2 พ.ย. 2565 เวลา 15:55 น.]
อ่าน [101989] ไอพี : 124.122.16.206
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ '>

  ความคิดเห็นที่ 2

1

วันที่โพสต์ [16 มี.ค. 2569 (03:31 น.)] ไอพี : [103.58.148.23] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 13,454 ครั้ง
สาว 6 อาชีพกับเส้นเลือดขอด
สาว 6 อาชีพกับเส้นเลือดขอด

เปิดอ่าน 1,629 ครั้ง
โรงงานผลิตครีม รับผลิตครีมได้มาตรฐาน อย. มีความปลอดภัย
โรงงานผลิตครีม รับผลิตครีมได้มาตรฐาน อย. มีความปลอดภัย

เปิดอ่าน 24,545 ครั้ง
ตารางสีเสื้อผ้าประจำวัน
ตารางสีเสื้อผ้าประจำวัน

เปิดอ่าน 10,683 ครั้ง
เมื่อต้องลงโทษลูก
เมื่อต้องลงโทษลูก

เปิดอ่าน 13,773 ครั้ง
ดาวน์โหลด! คู่มือการปฏิบัติงานคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา
ดาวน์โหลด! คู่มือการปฏิบัติงานคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา

เปิดอ่าน 11,360 ครั้ง
สร้างความรู้ใหม่ คือหัวใจปฏิรูปการศึกษา : เสรี พงศ์พิศ
สร้างความรู้ใหม่ คือหัวใจปฏิรูปการศึกษา : เสรี พงศ์พิศ

เปิดอ่าน 9,550 ครั้ง
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่4
ครูแท้แพ้ไม่เป็น ตอนที่4

เปิดอ่าน 33,763 ครั้ง
เคล็ดลับ"ล้างเห็ด" ให้สะอาดทันใจ
เคล็ดลับ"ล้างเห็ด" ให้สะอาดทันใจ

เปิดอ่าน 38,054 ครั้ง
การวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย
การวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย

เปิดอ่าน 17,183 ครั้ง
การเลือกโต๊ะสำหรับการเขียนหนังสือ
การเลือกโต๊ะสำหรับการเขียนหนังสือ

เปิดอ่าน 29,107 ครั้ง
ฝึกอ่านภาษาอังกฤษง่ายๆตามแบบเรียนมานี มานะ ปิติ ชูใจ
ฝึกอ่านภาษาอังกฤษง่ายๆตามแบบเรียนมานี มานะ ปิติ ชูใจ

เปิดอ่าน 63,800 ครั้ง
ธรรมชาติของห่วงโซ่อาหาร
ธรรมชาติของห่วงโซ่อาหาร

เปิดอ่าน 37,094 ครั้ง
ทำไม E = mc กำลัง 2 สมการสะท้านโลก
ทำไม E = mc กำลัง 2 สมการสะท้านโลก

เปิดอ่าน 16,012 ครั้ง
15 วิธีการเลือกรถยนต์มือสองด้วยตัวเอง
15 วิธีการเลือกรถยนต์มือสองด้วยตัวเอง

เปิดอ่าน 107,927 ครั้ง
เมลามีน คืออะไร?
เมลามีน คืออะไร?

เปิดอ่าน 14,392 ครั้ง
ภัยร้ายจากควันบุหรี่
ภัยร้ายจากควันบุหรี่
เปิดอ่าน 32,212 ครั้ง
วรรณคดีมรดกของไทยสมัยสุโขทัย
วรรณคดีมรดกของไทยสมัยสุโขทัย
เปิดอ่าน 15,355 ครั้ง
 วันอาสาฬหบูชา
วันอาสาฬหบูชา
เปิดอ่าน 11,468 ครั้ง
6 วิตามินและแร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพช่องปาก
6 วิตามินและแร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพช่องปาก
เปิดอ่าน 52,255 ครั้ง
ยาสตรี คืออะไร?
ยาสตรี คืออะไร?

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ