ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > การศึกษาไทยจะเอา "คุณภาพ" หรือ "คุณธรรม"

การศึกษาไทยจะเอา "คุณภาพ" หรือ "คุณธรรม"

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 23 เม.ย. 2559 เปิดอ่าน : 18,551 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

การศึกษาไทยเผชิญกับปัญหาเรื่องคุณธรรมของนักเรียนมานานแล้ว เพราะกระบวนการปลูกฝังคุณธรรมที่เน้น“การสอนสั่ง”หรือ“ป้อนความรู้”เพียงอย่างเดียว วันนี้ ผศ.ดร.โกวิทย์ พิมพวง คณะมนุษยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ มองว่าการศึกษาไทยควรเปลี่ยนวิธีคิดได้แล้ว อยากให้ย้อนกลับไปคิดถึงคำเก่าๆแต่ยังใช้ได้ดีที่ว่าคุณธรรมนำความรู้ ลองไปดูกัน

การศึกษาไทยจะเอา "คุณภาพ" หรือ "คุณธรรม"

Advertisement



ปัจจุบันวงการศึกษาไทยร้อนระอุขึ้นมาอีกระลอกหนึ่ง เมื่อนายกรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557) โดยมีคำสั่งเรื่อง “การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค” อันจะมีผลกับการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา และคาดว่าคงอีกไม่นาน “หวย” คงมาออกที่การศึกษาระดับสูงด้วยเช่นกัน เพราะต่างก็มีความร้อนแรงไม่แพ้การศึกษาระดับล่าง ในฐานะสังกัดกระทรวงศึกษาธิการเดียวกัน เรื่องดังกล่าวสืบเนื่องมาจากปัญหาการศึกษาไทยโดยตรงโดยแยกเป็นประเด็นใหญ่ๆ ได้ 2 เรื่องคือเรื่อง คุณภาพ (Quality) และ คุณธรรม (Morality)

ปัญหาดังกล่าวนับเป็นปัญหาที่หมักหมมมานานและรอคอยการสะสาง จนเวลาสุกงอมช่วงของคณะรักษาความสงบแห่งชาติพอดี ในวงการศึกษาไทยเคยปฏิรูปการศึกษาแล้วหลายครั้ง ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) โดยเฉพาะนักเรียน เรียกว่า “สอบตก” โดยถ้าเรามอง “คุณภาพ” การศึกษา นักเรียนมีผลการเรียนในระดับต่ำลงเรื่อยๆ แทบจะรั้งท้ายในอาเซียนเสียด้วยซ้ำ คุณภาพการศึกษาที่เด็กได้รับนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง สถิติต่างๆ ชี้ให้เห็นว่าระดับการเรียนรู้ของนักเรียนไทยในวิชาหลัก “ลดต่ำลง” ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติอยู่ในระดับที่น่ากังวล คะแนนเฉลี่ยของนักเรียน (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 6) ในวิชาหลักๆ อยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ 50

ถ้ามองในแง่ “คุณธรรม” การศึกษาไทยได้เผชิญกับปัญหาเรื่องคุณธรรมของนักเรียนมานานแล้ว สาเหตุเกิดจากกระบวนการปลูกฝังคุณธรรมที่เน้น “การสอนสั่ง” หรือ “ป้อนความรู้” เพียงอย่างเดียว ไม่เน้นการศึกษาเพื่อให้นักเรียนเกิดนิสัยในการแสวงหาความรู้ ข้อนี้จึงดูห่างไกลจากความเป็นจริงในปัจจุบันและเป็นปัญหามากเพราะนักเรียนที่ผ่านระบบการศึกษาดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะมีปัญหาด้านคุณธรรมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนให้เห็นความเสื่อมถอยด้านคุณธรรมของนักเรียนในฐานะที่เป็นเด็กและเยาวชนอันจะเป็นกำลังสำคัญของชาติเป็นอย่างดี

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้อง “เลือกข้างการศึกษา” เลือกปฏิรูปในสิ่งที่เหมาะกับบริบทการศึกษาไทย ถ้าท่านเป็นผู้บริหารสถาบันการศึกษา ท่านจะเลือกอย่างไหนระหว่าง “คุณภาพแบบสุดซอย” หรือ “คุณธรรมแบบสุดติ่ง” แต่อย่าลืมสำนวนไทยที่ว่า “จับปลาสองมือ” (จะไม่ได้อะไรเลย) ยังคงใช้ได้แม้อยู่ในยุคดิจิทัล (Digital) ปัจจุบัน

ปัญหานี้น่าคิด แต่ความจริงก็ไม่น่าคิดอะไร ถ้าประเทศไทยย้อนดูตัวเองแล้วสำนึกว่าตนเป็น “บ้านพุทธเมืองพุทธ” เหมือนที่ฝรั่งเขารู้กัน แต่นี่เป็นเมืองไทยเลยทำให้ต้องคิด คิดเพราะที่ผ่านมาคนไทยชอบทำอะไรที่เอาง่ายเข้าไว้ อาจเป็นนิสัยของคนไทยก็ว่าได้ โดยเฉพาะการศึกษา วันนี้จึงเดินมาติดกับดักการศึกษาที่ตนได้ทำไว้ ในวงการการศึกษาไทยมีปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษามาโดยตลอด แก้กันไปแก้กันมา จนทุกวันนี้แทบจะหาคุณภาพไม่เจอแล้ว ยิ่งเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ปัจจุบันนี้ อะไรนิดอะไรหน่อย ก็ต้องเรียกหา “ธรรมาภิบาล” โดยเฉพาะยุคของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่กำลังอยู่ในช่วง “สร้างบ้านแปงเมือง” ให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนนี้ จะเน้นการสร้างชาติโดยสร้างคนมีคุณธรรม “ไม่โกง” จึงถือว่าเป็นการเปิดทางนำร่องและโหมโรงเรื่องคุณธรรมเป็นอย่างดี

ผมว่าการศึกษาไทยควรเปลี่ยนวิธีการคิดและการจัดการได้แล้ว ถ้าเป็นไปได้อยากให้ย้อนกลับไปคิดถึงคำขวัญเก่าๆ แต่ยังใช้ได้ดีในปัจจุบัน คือ “คุณธรรมนำความรู้” โดยขอให้ถือหลักตามลำดับความสำคัญ ดังนี้ 1) การศึกษา 2) คุณธรรม 3) ความรู้ 4) คุณภาพ และ 5) การบูรณาการ

การศึกษาของมนุษย์ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก จะขาดไม่ได้ ยิ่งมีคุณธรรมเป็นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ด้วยแล้ว จะทำให้ความรู้เกิดความสมดุลภายในและอยู่ในกรอบแห่งความดีงาม สามารถนำไปสู่การสร้างมนุษย์ที่มีคุณภาพ เพราะมีทั้ง “ดีนอก” และ “ดีใน” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามนุษย์รู้จักนำความรู้ไปใช้อย่างบูรณาการเชื่อมโยงในหลายด้านด้วยแล้ว ผมว่าการศึกษาไทยที่ปฏิรูปใหม่จะประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรมอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ถ้าเราไป ให้ลำดับความสำคัญผิด อาทิ เน้นคุณภาพมาก แต่นักเรียนขาดคุณธรรมผ่านการแสดงออกทางพฤติกรรมความเสื่อมของคุณธรรมอย่างชัดเจน ภายใต้อิทธิพลของลัทธิบริโภคนิยมและสุขนิยม หรือการเรียนเพียงเพื่อให้ได้วุฒิบัตรหรือใบปริญญา เป็นเส้นทางแสวงหารายได้และผลประโยชน์เพื่อตนเอง มิใช่เพื่อสังคม การศึกษาจึงเป็นเหมือน “หมาหางด้วน” ดังที่ท่านพุทธทาสได้กล่าวไว้ ซึ่งมีแต่เน้นความรู้ทางหนังสือ รู้แต่อาชีพ ไม่มีธรรมะสำหรับให้มีความเป็นมนุษย์ที่ถูกต้องสมบูรณ์

เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็มีแต่จะทำให้การศึกษาไร้ค่า เพราะคนเรียนแล้วไป “โกงชาติบ้านเมือง” ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ข้อนี้จึงตกไป ตอนนี้และเวลานี้ “ต้องคุณธรรมนำทุกอย่าง” ควรให้ “พื้นที่คุณธรรม” มีบทบาทมากและเด่นขึ้นในเรื่องการศึกษาไทย อันจะเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนเริ่มตระหนักรู้และพื้นฟูความดี ขณะที่การศึกษาไทยตกอยู่ในภาวะเช่นนี้ ผมเห็นด้วยกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ให้ปฏิรูปการศึกษาเพื่อ “พลิกโฉมการศึกษาไทยใหม่” เป็นการชอบแล้ว เพราะถ้าขืนช้ากว่านี้ การศึกษาไทย “อาจไม่มีทั้งคุณภาพและคุณธรรม”

ฉะนั้นการศึกษาไทยที่กำลังประสบปัญหานี้ จึงจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป สมแล้วที่ว่า “เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

ผศ.ดร.โกวิทย์ พิมพวง 

 

ที่มา เดลินิวส์ วันที่ 22 เมษายน 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การศึกษาไทยจะเอา "คุณภาพ" หรือ "คุณธรรม" , , การศึกษาไทยจะเอา , , คุณภาพ , , หรือ , , คุณธรรม , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ปฏิรูปการศึกษาสิงคโปร์

ปฏิรูปการศึกษาสิงคโปร์
เปิดอ่าน 6,969 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เจ้าฟ้ามหาจักรี ต้นแบบของครูทั้งแผ่นดิน☕ คลิกอ่านเลย
เจ้าฟ้ามหาจักรี ต้นแบบของครูทั้งแผ่นดิน
เปิดอ่าน 6,269 ครั้ง
รื้อระบบ - แก้ยกแผงดันมหาวิทยาลัยไทยสู่ระดับโลก☕ คลิกอ่านเลย
รื้อระบบ - แก้ยกแผงดันมหาวิทยาลัยไทยสู่ระดับโลก
เปิดอ่าน 4,783 ครั้ง
ไขคำตอบ "โรงเรียน ครู อยู่อย่างไรในยุค4.0?"☕ คลิกอ่านเลย
ไขคำตอบ "โรงเรียน ครู อยู่อย่างไรในยุค4.0?"
เปิดอ่าน 37,267 ครั้ง
7 เทคนิคสร้าง KPI ยกระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ☕ คลิกอ่านเลย
7 เทคนิคสร้าง KPI ยกระดับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
เปิดอ่าน 5,356 ครั้ง
การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษา สู่สนามแข่งขันเวทีอาเซียน ให้จับตาเวียดนาม
เปิดอ่าน 7,274 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

10 ขั้นตอนบริหารใบหน้าชะลอแก่10 ขั้นตอนบริหารใบหน้าชะลอแก่
เปิดอ่าน 15,807 ครั้ง
"ฟักทอง"ป้องเบาหวาน-บำรุงหัวใจ"ฟักทอง"ป้องเบาหวาน-บำรุงหัวใจ
เปิดอ่าน 23,090 ครั้ง
การเขียนบทคัดย่อภาษาอังกฤษใน abstractการเขียนบทคัดย่อภาษาอังกฤษใน abstract
เปิดอ่าน 53,327 ครั้ง
วรรณคดีมรดกของไทยสมัยสุโขทัยวรรณคดีมรดกของไทยสมัยสุโขทัย
เปิดอ่าน 19,847 ครั้ง
ยาสตรี คืออะไร?ยาสตรี คืออะไร?
เปิดอ่าน 21,371 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ