ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานการประเมินโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลบ้านแพ้ว (วันครู ๒๕๐๐) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร ปีการศึกษา 2564

บทคัดย่อ

รายงานการประเมินโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลบ้านแพ้ว (วันครู ๒๕๐๐) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร ปีการศึกษา 2564 ครั้งนี้ ผู้ประเมินใช้รูปแบบการประเมินแบบซิปป์ (CIPP model) ของ ดีแอลสตัฟเฟิลบีม

และคณะ(D.L.Stuffebeam and Others, 1971 : 216-265) มีวัตถุประสงค์ในการประเมินโครงการ 4 ด้าน คือ การประเมินด้านบริบท (Context Evaluation) การประเมินด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation) การประเมินด้านกระบวนการ (Process Evaluation) และการประเมินด้านผลผลิต (Product Evaluation) ประชากรที่ใช้ ประกอบด้วย คณะครู จำนวน 41 คน คณะกรรมการสถานศึกษาศึกษาขั้นพื้นฐาน(ยกเว้นตัวแทนครู) จำนวน 14 คน รวมประชากรทั้งหมด 35 คน

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการประเมินโครงการ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 จำนวน 248 คน ผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 จำนวน 248 คน ซึ่งได้มาโดยการกำหนดขนาดตัวอย่างจากการเปิดตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie & Morgan, 1970) รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 496 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินโครงการ ประกอบด้วย แบบประเมิน จำนวน 4 ฉบับ แบบเก็บข้อมูลจำนวน 1 ฉบับ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวม นำมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการประเมินพบว่า

1. ผลการประเมินด้านบริบท (Context evaluation) ของโครงการ พบว่า

1.1 ผลการประเมินด้านบริบท (Context Evaluation) ของโครงการ ตามความคิดเห็นของคณะครู ภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.67, σ = 0.24) เมื่อพิจารณาในรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ความสอดคล้องกับปัญหาและความจำเป็น อยู่ในระดับมากที่สุด

(μ = 4.80, σ = 0.29) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ความสอดคล้องของโครงการกับความต้องการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.56, σ = 0.40)

1.2 ผลการประเมินด้านบริบท (Context Evaluation) ของโครงการ ตามความคิดเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.60, σ = 0.47) เมื่อพิจารณาในรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ความสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อยู่ในระดับมากที่สุด

(μ = 4.73, σ = 0.41) ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ ความสอดคล้องกับปัญหาและความจำเป็น

อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.52, σ = 0.47)

2. ผลการประเมินด้านปัจจัยนำเข้า (Input evaluation) ของโครงการ ตามความคิดเห็นของครู ในภาพรวม พบว่า มีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.50, =0.62) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยตามลำดับ ได้แก่ ความพอเพียงของสื่อ วัสดุอุปกรณ์และ อาคารสถานที่ ( = 4.55,  = 0.59) รองลงมา คือ ความพร้อมและความเหมาะสมของบุคลากร ( = 4.53,  = 0.65) และรูปแบบการบริหารที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรม มี ( = 4.52,  = 0.51) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยสุด คือ ความพอเพียงของงบประมาณ ( = 4.38,  = 0.73)

3. ผลการประเมินด้านกระบวนการ (Process Evaluation) ตามความคิดเห็นของคณะครู ภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.76, σ = 0.32) เมื่อพิจารณาในรายด้าน พบว่า

ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ ได้แก่ การปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานและรายงานผล อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.80, σ = 0.37) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ การกำกับนิเทศติดตามประเมินผลกิจกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.73, σ = 0.34)

4. ด้านผลผลิต (Product evaluation) พบว่า

4.1 การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีความสำเร็จดังนี้ 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับสถานศึกษาของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6โรงเรียนอนุบาลบ้านแพ้ว (วันครู ๒๕๐๐) ปีการศึกษา 2564 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปีการศึกษา 2564 เพิ่มขึ้นจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในปีการศึกษา 2563 ทุกรายวิชา เฉลี่ยร้อยละ 1.62 (ซึ่งบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ 2) ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2563 เปรียบเทียบกับ ปีการศึกษา 2564 พบว่า ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2563 โดยแยกเป็นรายด้าน คือ ด้านการอ่านออกเสียง มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 14.37

ด้านการอ่านรู้เรื่อง มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 16.25 (ซึ่งบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ) 3 ) ผลการประเมินความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (NT) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยระดับประเทศ พบว่า ทุกด้าน มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าระดับประเทศ (ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ) 4) ผลการทดสอบระดับชาติ (O-NET) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2563 เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยระดับประเทศ พบว่ามีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ (ซึ่งบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ)

4.2 ผลการประเมิน ความพึงพอใจของ คณะครู ที่มีต่อความสำเร็จเมื่อสิ้นสุดโครงการ พบว่า ภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.72, σ = 0.49) ผลการความพึงพอใจของ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีต่อความสำเร็จเมื่อสิ้นสุดโครงการ ในภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมาก (μ = 4.21, σ = 0.71) ผลการประเมิน ความพึงพอใจ ตามความคิดเห็นของ ผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อความสำเร็จเมื่อสิ้นสุดโครงการ ในภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.55, σ = 0.51) ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียน มีต่อความสำเร็จเมื่อสิ้นสุดโครงการ พบว่า ภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.44, σ = 0.57)

โพสต์โดย สิริณัฏฐ์ : [13 พ.ย. 2565 เวลา 12:35 น.]
อ่าน [103092] ไอพี : 101.51.104.102
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 53,393 ครั้ง
กบข.เผยขั้นตอนการบันทึกไฟล์ e-Statement เพื่อยื่นภาษีอากรออนไลน์
กบข.เผยขั้นตอนการบันทึกไฟล์ e-Statement เพื่อยื่นภาษีอากรออนไลน์

เปิดอ่าน 21,117 ครั้ง
ประวัติจังหวัดนครพนม
ประวัติจังหวัดนครพนม

เปิดอ่าน 82,429 ครั้ง
รู้ยังหมากัดคน บางกรณีฟ้องเจ้าของหมาไม่ได้นะ
รู้ยังหมากัดคน บางกรณีฟ้องเจ้าของหมาไม่ได้นะ

เปิดอ่าน 15,159 ครั้ง
วันนี้คุณบำรุงผิวหน้าด้วยอโลเวร่าหรือยัง ?
วันนี้คุณบำรุงผิวหน้าด้วยอโลเวร่าหรือยัง ?

เปิดอ่าน 2,152 ครั้ง
คู่มือผู้เริ่มต้น: ทำความเข้าใจประกันโรคร้ายแรงใน 5 นาที
คู่มือผู้เริ่มต้น: ทำความเข้าใจประกันโรคร้ายแรงใน 5 นาที

เปิดอ่าน 11,711 ครั้ง
แกล้งคนในลิฟต์ 55+
แกล้งคนในลิฟต์ 55+

เปิดอ่าน 15,691 ครั้ง
ฮวงจุ้ยบ้านของคนเกิดปีต่าง ๆ
ฮวงจุ้ยบ้านของคนเกิดปีต่าง ๆ

เปิดอ่าน 19,581 ครั้ง
รวมผักกินยากแสนอร่อยแต่เปี่ยมคุณค่า
รวมผักกินยากแสนอร่อยแต่เปี่ยมคุณค่า

เปิดอ่าน 17,284 ครั้ง
น้ำผึ้ง...หวานเป็นยา
น้ำผึ้ง...หวานเป็นยา

เปิดอ่าน 23,877 ครั้ง
ขั้นตอนการเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
ขั้นตอนการเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

เปิดอ่าน 51,830 ครั้ง
ทฤษฎีบทขิองปิทาโกรัส
ทฤษฎีบทขิองปิทาโกรัส

เปิดอ่าน 16,293 ครั้ง
วิธีคั้นมะนาวให้ได้น้ำมาก-ไม่ขม
วิธีคั้นมะนาวให้ได้น้ำมาก-ไม่ขม

เปิดอ่าน 11,914 ครั้ง
แนะนำหนังสือน่าอ่าน
แนะนำหนังสือน่าอ่าน

เปิดอ่าน 29,467 ครั้ง
ฝึกอ่านภาษาอังกฤษง่ายๆตามแบบเรียนมานี มานะ ปิติ ชูใจ
ฝึกอ่านภาษาอังกฤษง่ายๆตามแบบเรียนมานี มานะ ปิติ ชูใจ

เปิดอ่าน 11,000 ครั้ง
เตือนคนไทยระวัง "โรคลมร้อน"
เตือนคนไทยระวัง "โรคลมร้อน"

เปิดอ่าน 13,231 ครั้ง
แสงส่องทางจากการศึกษา
แสงส่องทางจากการศึกษา
เปิดอ่าน 10,958 ครั้ง
สภาวการณ์การศึกษาไทยในเวทีโลก ปี 2557
สภาวการณ์การศึกษาไทยในเวทีโลก ปี 2557
เปิดอ่าน 12,987 ครั้ง
7 ตัวช่วยลดริ้วรอยแห่งวัย คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวอีกครั้ง
7 ตัวช่วยลดริ้วรอยแห่งวัย คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวอีกครั้ง
เปิดอ่าน 18,625 ครั้ง
10 สุดยอดความรู้วิทย์ เทคนิคสอนเด็กให้สนุก
10 สุดยอดความรู้วิทย์ เทคนิคสอนเด็กให้สนุก
เปิดอ่าน 106,711 ครั้ง
20 เรื่องวิทยาศาสตร์น่ารู้
20 เรื่องวิทยาศาสตร์น่ารู้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ