ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
ผลการประเมินโครงการหลังการดําเนินงานโครงการการจัดกระบวนการเรียนรูตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจาอยู่หัวทรงมีพระราชดํารัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแกพสกนิกรชาไทยมานานกวา 30 ป โดยเป็นปรัชญาที่แนะแนวการดำรงชีวิตของประชาชนทุกระดับใหดำเนินไปในทางสายกลางเพื่อใหก้าวทันโลกยุคโลกาภิวัตนสามารถพึ่งพาตนเองและสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขด้วยความไม่ประมาท โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองสองห้อง ตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้นํานโยบาย/ยุทธศาสตร์สตรของรัฐบาลสู่การปฏิบัติ โดยดำเนินโครงการการจัดกระบวนการเรียนรูตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงปัจจุบันโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองสองห้อง

ได้มีการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ซึ่งการบริหารจัดการศึกษาการศึกษาผู้บริหาร ครูและบุคลากรจะต้องมีการพัฒนาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับนักเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าสู่การจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สิ่งที่เป็นปัจจัยสนับสนุนการศึกษาอยู่ในระดับเอื้อต่อการพัฒนาการจัดการเรียนรู้

การประเมินครั้งนี้เป็นการประเมินการดำเนินโครงการการจัดกระบวนการเรียนรูตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ปงบประมาณ พ.ศ. 2565 ซึ่งผู้ประเมินได้ชรูปแบบซิปป (CIPP MODEL) ดำเนินผลการประเมินโครงการการจัดกระบวนการเรียนรูตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

สรุปผลการประเมินโครงการ

ผลการประเมินโครงการหลังการดําเนินงานโครงการการจัดกระบวนการเรียนรูตามหลักปรัชญา

เศรษฐกิจพอเพียง ดังต้อไปนี้

จากตารางที่ 1 ผลการศึกษาพบวา กลุ่มตัวอย่างเพศชาย จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 48.00 และกลุ่มตัวอย่างเพศหญิง จำนวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 52.00

จากตารางที่ 2 ผลการศึกษาพบวา กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 32.00 รองลงมาอายุ 10 – 39 ปี จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 24.00 และอายุต่ำกว่า 10 ปี จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 24.00 และน้อยสุดอายุ 40 – 59 ปี จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 20.00

จากตารางที่ 3 ผลการศึกษาพบวา กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ระดับการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี

จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 68.00 รองลงมาระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 6 คน

คิดเป็นร้อยละ 24.00 และสุดท้ายระดับการศึกษาประถมศึกษา จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 8.00

จากตารางที่ 4 ผลการศึกษาพบวา กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพรับราชการ จำนวน 7 คน

คิดเป็นร้อยละ 28.00 รองลงมา อาชีพค้าขาย และอื่นๆ จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 24.00 รองลงมาเกษตรกร จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 16.00 และอันดับสุดท้าย อาชีพรับจ้าง จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 8.00

จากตารางที่ 5 ผลการประเมินโครงการด้านสภาวะแวดลอม (Context Evaluation) หลังการดำเนินโครงการ ผลการศึกษาพบว่า ผลการประเมินโครงการด้านสภาวะแวดลอม (Context Evaluation) หลังการดำเนินโครงการภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.72

จากตารางที่ 6 ผลการประเมินโครงการด้านปัจจัยป้อน (Input Evaluation) หลังการดำเนินโครงการ ผลการศึกษาพบว่า ผลการประเมินโครงการด้านปัจจัยป้อน (Input Evaluation) หลังการดำเนินโครงการภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.70

จากตารางที่ 7 ผลการประเมินโครงการด้านกระบวนการ (Process Evaluation) หลังการดำเนินโครงการ ผลการศึกษาพบว่า ผลการประเมินโครงการด้านกระบวนการ (Process Evaluation) หลังการดำเนินโครงการ ภาพรวมอยู่ในระดับ มาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.45

จากตารางที่ 8 ผลการประเมินโครงการด้านผลผลิต (Product Evaluation) หลังการดำเนินโครงการผลการศึกษาพบว่า ผลการประเมินโครงการด้านผลผลิต (Product Evaluation) หลังการดำเนินโครงการ ภาพรวมอยู่ในระดับ มาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.43

ขอเสนอแนะ

1. ขอเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ

1.1 ควรมีการชี้แจงรายละเอียดโครงการใหแกหน่วยงานและผู้เกี่ยวของทุกระดับได้รับทราบ

1.2 ผู้บริหารสถานศึกษา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวของ ควรใหความสำคัญนการพัฒนาบุคลากร

ที่รับผิดชอบโครงการโดยตรงเพื่อใหการดําเนินงานตามโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

1.3 ควรมีการเตรียมความพรอมของผู้บริหารและผู้รับผิดชอบดําเนินงานโครงการสถานศึกษาเกี่ยวกับโครงการ การนําโครงการสู่การปฏิบัติ และการประยุกตใชองคความรู ทฤษฎีหลักวิชาที่เกี่ยวของเพื่อการบรรลุวัตถุประสงคโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ

2. ขอเสนอแนะเพื่อการประเมินครั้งตอไป

2.1 ควรมีการศึกษาผลลัพธ์ (Outcome) หรือผลกระทบ (Impact) ของโครงการที่มีต่อผู้ร่วมโครงการและชุมชนในลักษณะของการติดตามผล (Follow-up or Tracer Study) เพื่อดูผลสรุปรวมและผลประโยชนที่ได้รับจากโครงการที่แท้จริง ทั้งนี้เพื่อการกำหนดแนวทางการขยายโครงการในพื้นที่อื่นตอไป

2.2 ควรมีการประเมินผลแลวทำการศึกษาเจาะลึกในลักษณะของกรณีศึกษา บูรณาการเรียนรู้ของการจัดการเรียนการสอนของแต่ละสถานศึกษา เพื่อถอดบทเรียนเป็นนตนแบบเพื่อการปรับใชสำหรับสถานศึกษาและชุมชนอื่นตอไป

โพสต์โดย ธัญญ่า : [2 ก.ย. 2566 เวลา 07:28 น.]
อ่าน [1339] ไอพี : 49.237.5.110
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 12,032 ครั้ง
9 วิธีทำดีได้บุญแบบไม่เสียเงิน
9 วิธีทำดีได้บุญแบบไม่เสียเงิน

เปิดอ่าน 17,845 ครั้ง
อ.เจษฎา ชี้พระนั่งในน้ำเดือด เป็นแค่กลทางวิทยาศาสตร์
อ.เจษฎา ชี้พระนั่งในน้ำเดือด เป็นแค่กลทางวิทยาศาสตร์

เปิดอ่าน 18,620 ครั้ง
กินอาหารต้านแก่แบบไทยๆ
กินอาหารต้านแก่แบบไทยๆ

เปิดอ่าน 13,829 ครั้ง
พจนานุกรมตัวชี้วัดการประเมินผลการจัดการศึกษาของประเทศ (KPI Dictionary for Thai Education Evaluation)
พจนานุกรมตัวชี้วัดการประเมินผลการจัดการศึกษาของประเทศ (KPI Dictionary for Thai Education Evaluation)

เปิดอ่าน 5,919 ครั้ง
"ผักปลัง" ผักพื้นบ้าน ปลูกง่าย มีประโยชน์
"ผักปลัง" ผักพื้นบ้าน ปลูกง่าย มีประโยชน์

เปิดอ่าน 15,188 ครั้ง
พลาสติกห่อหุ้มอาหาร ภัยร้ายต่อสุขภาพอย่างคาดไม่ถึง!
พลาสติกห่อหุ้มอาหาร ภัยร้ายต่อสุขภาพอย่างคาดไม่ถึง!

เปิดอ่าน 33,662 ครั้ง
กีฬาฟุตบอล มาจากไหน?
กีฬาฟุตบอล มาจากไหน?

เปิดอ่าน 13,667 ครั้ง
น่ารักสุดๆ วงโยธวาทิตมหาวิทยาลัยโอไฮโอเล่นกังนัมสไตล์
น่ารักสุดๆ วงโยธวาทิตมหาวิทยาลัยโอไฮโอเล่นกังนัมสไตล์

เปิดอ่าน 8,081 ครั้ง
พ่อแม่สามารถส่งความรู้สึกให้ลูกก่อนเกิดได้
พ่อแม่สามารถส่งความรู้สึกให้ลูกก่อนเกิดได้

เปิดอ่าน 35,242 ครั้ง
1 กรกฎาคม วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ
1 กรกฎาคม วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ

เปิดอ่าน 25,281 ครั้ง
ยาสามัญประจำบ้าน
ยาสามัญประจำบ้าน

เปิดอ่าน 83,429 ครั้ง
หลักการใช้ Verb to have
หลักการใช้ Verb to have

เปิดอ่าน 18,443 ครั้ง
การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา
การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา

เปิดอ่าน 50,267 ครั้ง
คำกล่าวทักทาย กลุ่มประเทศอาเซียน
คำกล่าวทักทาย กลุ่มประเทศอาเซียน

เปิดอ่าน 7,236 ครั้ง
คนคือความท้าทาย
คนคือความท้าทาย

เปิดอ่าน 16,972 ครั้ง
"จันทรุปราคา"กับ"ทางช้างเผือก" 15มิถุนาฯ-ค่ำคืนมองฟ้าสุดอัศจรรย์
"จันทรุปราคา"กับ"ทางช้างเผือก" 15มิถุนาฯ-ค่ำคืนมองฟ้าสุดอัศจรรย์
เปิดอ่าน 11,243 ครั้ง
เรื่องน่ารู้ สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกท่าน
เรื่องน่ารู้ สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกท่าน
เปิดอ่าน 11,691 ครั้ง
6 วิธี กินซูชิให้อร่อย
6 วิธี กินซูชิให้อร่อย
เปิดอ่าน 73,043 ครั้ง
"โมเต็ล"แตกต่างจาก "โฮเต็ล" (Hotel) อย่างไร
"โมเต็ล"แตกต่างจาก "โฮเต็ล" (Hotel) อย่างไร
เปิดอ่าน 11,230 ครั้ง
4 พัฒนาการที่แม่ควรส่งเสริม
4 พัฒนาการที่แม่ควรส่งเสริม

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ