ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

นวัตกรรมการเรียนรู้ Board game : History of Buddha เรื่องพุทธประวัติ

๑. - Analysis ขั้นวิเคราะห์

วิเคราะห์ : ปัญหา/ความต้องการ ผู้เรียน เนื้อหา

จากการที่ได้ปฏิบัติการสอนในรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ซึ่งได้ปฏิบัติการสอนตามเนื้อหา ตัวชี้วัด และจัดกิจกรรมควบคู่กับการบรรยาย และในระหว่างการจัดการเรียนรู้ก็ได้สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ และประเมินผลจากการทำงานของนักเรียน พบว่า พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนที่แสดงออกคือ มีความอยากรู้อยากเห็น อยากทราบเหตุผล อยากร่วมมือ ชอบในการลงมือปฏิบัติ และจะมีช่วงระยะเวลาในการให้ความสนใจสั้น จึงทำให้ในบางคาบเรียนที่มีการสอนด้วยวิธีการบรรยาย นักเรียนจะค่อนข้างเบื่อหน่าย ไม่สามารถทำให้ผู้เรียนตื่นตัวหรือกระตือรือร้นในการเรียนรู้ได้ ขาดความสนใจ และจดจำความรู้ได้ไม่นาน เมื่อครูผู้สอนได้ทำการวางแผนการจัดการเรียนการสอนในหน่วยที่ ๑ พุทธประวัติ พบว่า เนื้อหาค่อนข้างมาก ยุ่งยาก ซับซ้อน และต้องเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติกิจกรรมถึงจะเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ครูผู้สอนจึงมีความต้องการที่จะพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ เพื่อใช้เป็นสื่อเสริมประกอบการจัดการเรียนรู้ เพื่อเป็นสิ่งที่จะทำให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะจะช่วยกระตุ้นและสร้างความสนใจให้กับนักเรียนให้เกิดความอยากที่จะเรียนรู้ ส่งผลต่อให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาบทเรียนที่ยุ่งยากซับซ้อนได้ง่ายขึ้นในระยะเวลาอันสั้นผ่านการปฏิบัติกิจกรรมการทดลองโดยตัวนักเรียนจะต้องได้ปฏิบัติและสร้างความรู้ด้วยตนเอง อีกทั้งยังสามารถช่วยให้เกิดความคิดรวบยอดในเรื่องนั้นได้อย่างถูกต้องรวดเร็วรอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด นอกจากนั้นสื่อดังกล่าวยังต้องทำให้นักเรียนเกิดความสนุกสนานในระหว่างการเรียนรู้ ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ถึงปัญหาต่างๆ สามารถแบ่งเป็น ๓ ด้านดังนี้

1.1 ด้านผู้เรียน

จากการสังเกตและวิเคราะห์นักเรียนจากการจัดการเรียนการสอนที่ผ่านมาพบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ จะอยู่ช่วงอายุ ๘ ปี พฤติกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียนจะแสดงออกอย่างชัดเจน โดยจะมีความอยากรูอยากเห็น อยากลงมือทำ อยากเกง อยากร่วมมือ ชอบตั้งคำถามเพื่ออยากทราบเหตุผล อยากทราบว่าสิ่งต่างๆ เกิดได้อย่างไร ชอบในการลงมือปฏิบัติเพื่อค้นหาคำตอบ และจะมีช่วงระยะเวลาในการให้ความสนใจสั้น จึงทำให้ในคาบเรียนมีการเรียนรู้แบบการบรรยาย นักเรียนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยให้ความสนใจ ไม่ตั้งใจที่จะเรียนรู้ มีการทำกิจกรรมอื่นๆ ในระหว่างดำเนินการจัดการเรียนรู้ และไม่คิดตามขณะอธิบายและตอบคำถาม เนื่องจากนักเรียนขาดการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ แต่เมื่อการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบที่มีกิจกรรมให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเอง นักเรียนจะมีความตื่นเต้นสนใจ กระตือรือร้นอยากที่จะเรียนรู้ มีปฏิกิริยาโต้ตอบอย่างเห็นได้ชัด เช่น การตอบคำถาม หรือการตั้งคำถามต่อยอดความรู้ที่สิ่งที่ตนยังความสงสัยหรือสนใจ และสามารถนำผลจากการปฏิบัติกิจกรรมมาวิเคราะห์ต่อเพื่อสร้างเป็นองค์ความรู้ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะกิจกรรมที่มีความน่าสนใจ นักเรียนเป็นผู้สำรวจตรวจสอบ ทำให้เกิดความตื่นเต้นเป็นกิจกรรมที่แปลกใหม่และแตกต่างไปจากเดิม ซึ่งสิ่งเร้าใหม่ๆ จะสามารถกระตุ้นความสนใจ และความกระตือรือร้นในการอยากที่จะเรียนรู้ของนักเรียนได้เป็นอย่างดี

1.2 ด้านเนื้อหา

เนื้อหาวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ เป็นเนื้อหาที่ต้องเรียนรู้จากการปฏิบัติกิจกรรมการจำแนกประเภทของหิน ผ่านการศึกษาคุณสมบัติของหินในด้านต่างๆ และนำผลการปฏิบัติกิจกรรมมาจัดประเภทของหิน ตามเกณฑ์ที่ตนกำหนดเอง จากนั้นจะต้องศึกษาลักษณะการเกิดของหินแต่ละประเภทเพื่อนำมาเชื่อมโยงความสัมพันธ์เป็นวัฏจักรของหิน อีกทั้งนักเรียนจะต้องมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยจะต้องสามารถใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในการปฏิบัติกิจกรรมเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของหินได้ จะเห็นได้ว่ากว่าที่นักเรียนจะมีความคิดรวบยอดที่ถูกต้องได้นั้น ต้องเกิดมาจากการนำผลจากการปฏิบัติกิจกรรมมาเชื่อมโยงเพื่อสร้างเป็นองค์ความรู้ จึงมีความซับซ้อนค่อนข้างมาก ด้วยเหตุนี้จึงมีความเป็นไปได้ที่นักเรียนบางส่วนอาจเกิดความสับสน และมีความเข้าใจไม่ครบถ้วน และคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสาระสำคัญของเรื่องดังกล่าวได้

1.3 ด้านวิธีการสอน

การจัดการเรียนการสอนส่วนใหญ่เน้นให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติการทดลองร่วมกับการอธิบายเนื้อหาโดยใช้ power point แต่เนื่องด้วยเนื้อหาเรื่องพุทธประวัติ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ มีไม่ครบถ้วน จึงอาจทำให้นักเรียนไม่สามารถนำผลของการทดลองเชื่อมโยงไปยังเนื้อหา หรือความรู้รวบยอดทั้งหมดได้

จากการวิเคราะห์ปัญหาข้างต้นจะสามารถสรุปได้ว่า นักเรียนจะให้ความสนใจ ความกระตือรือร้นในการเรียนรู้น้อย ไม่ตั้งใจที่จะเรียนรู้ หากครูผู้สอนดำเนินการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบที่ไม่เหมาะสม เช่น การอธิบาย หรือบรรยายเนื้อหาซึ่งไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ของนักเรียน โดยเฉพาะในเนื้อหาที่เข้าใจยาก ซับซ้อน ดังเช่นในหัวข้อเรื่อง พุทธประวัติ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้จะส่งผลให้นักเรียน ไม่สามารถสร้างองค์ความรู้ได้ มีความเข้าใจที่ไม่ครบถ้วน คลาดเคลื่อน และจดจำความรู้ได้ไม่นาน แต่ในการจัดการเรียนการสอนที่มีรูปแบบให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ สร้างองค์ความรู้จากการได้ปฏิบัติกิจกรรมการทดลอง โดยใช้รูปแบบที่นักเรียนเป็นผู้สำรวจตรวจสอบ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนรู้สึกสนใจ กระตือรือร้น สนุกสนานอยากที่จะเรียนรู้ และช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ดี ผู้จัดทำจึงมีความต้องการที่จะจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงได้จัดทำนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ Board game : History of Buddha เรื่องพุทธประวัติ เพื่อช่วยนักเรียนในการสร้างความรู้ความเข้าใจเนื้อหา เรื่อง พุทธประวัติได้ถูกต้อง และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่น้อย กวาเกณฑร้อยละ 70

โพสต์โดย แพร : [10 ส.ค. 2567 (17:53 น.)]
อ่าน [99593] ไอพี : 125.24.128.115
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ '>

  ความคิดเห็นที่ 2

1

วันที่โพสต์ [16 มี.ค. 2569 (03:31 น.)] ไอพี : [103.58.148.23] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,216 ครั้ง
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

เปิดอ่าน 22,203 ครั้ง
ทานไข่วันละกี่ฟอง ถึงจะดี?
ทานไข่วันละกี่ฟอง ถึงจะดี?

เปิดอ่าน 13,001 ครั้ง
กรมสุขภาพจิตชี้ตั้งชื่อลูกตามสุภาพบุรุษจุฑาเทพไม่มีพิษภัย
กรมสุขภาพจิตชี้ตั้งชื่อลูกตามสุภาพบุรุษจุฑาเทพไม่มีพิษภัย

เปิดอ่าน 22,559 ครั้ง
รำลึก 100 ปี พระปิยะมหาราช
รำลึก 100 ปี พระปิยะมหาราช

เปิดอ่าน 32,764 ครั้ง
ดร.ไพฑูรย์ ศรีฟ้า
ดร.ไพฑูรย์ ศรีฟ้า

เปิดอ่าน 57,616 ครั้ง
ต้นสาคู
ต้นสาคู

เปิดอ่าน 13,162 ครั้ง
อาหารเพื่อสุขภาพกระเพาะอาหาร
อาหารเพื่อสุขภาพกระเพาะอาหาร

เปิดอ่าน 85,890 ครั้ง
10 วิธีช่วยให้ลูกเก่งคณิตศาสตร์
10 วิธีช่วยให้ลูกเก่งคณิตศาสตร์

เปิดอ่าน 23,315 ครั้ง
เกมส์ทําอาหาร
เกมส์ทําอาหาร

เปิดอ่าน 2,623 ครั้ง
รองเท้าเหม็นแก้ยังไงดี?
รองเท้าเหม็นแก้ยังไงดี?

เปิดอ่าน 14,113 ครั้ง
ลดความอ้วน ทำได้ ไม่ต้องพึ่งยา
ลดความอ้วน ทำได้ ไม่ต้องพึ่งยา

เปิดอ่าน 2,296 ครั้ง
รับสอน SEO รู้เทคนิค วางกลยุทธ์ให้เป็น เว็บติดหน้าแรก Google
รับสอน SEO รู้เทคนิค วางกลยุทธ์ให้เป็น เว็บติดหน้าแรก Google

เปิดอ่าน 13,633 ครั้ง
การศึกษา...จากแนวราบ กลับสู่แนวดิ่ง
การศึกษา...จากแนวราบ กลับสู่แนวดิ่ง

เปิดอ่าน 5,186 ครั้ง
กรมอนามัย แนะมีนมจืดติดบ้าน กระตุ้นวัยเรียน วัยรุ่น ดื่มนมเพิ่มความสูง
กรมอนามัย แนะมีนมจืดติดบ้าน กระตุ้นวัยเรียน วัยรุ่น ดื่มนมเพิ่มความสูง

เปิดอ่าน 12,146 ครั้ง
5 เทคโนโลยีสำคัญในปี 2559
5 เทคโนโลยีสำคัญในปี 2559

เปิดอ่าน 9,592 ครั้ง
บริหารงานอย่างไร จึงจะครองใจลูกน้อง
บริหารงานอย่างไร จึงจะครองใจลูกน้อง
เปิดอ่าน 22,500 ครั้ง
สุดประทับใจ! ครูสาวแบกนร.หญิงป่วยหนัก เดินลงจากดอยไปส่งรพ.
สุดประทับใจ! ครูสาวแบกนร.หญิงป่วยหนัก เดินลงจากดอยไปส่งรพ.
เปิดอ่าน 34,344 ครั้ง
พืชกับศิลปะไทยโบราณ
พืชกับศิลปะไทยโบราณ
เปิดอ่าน 26,687 ครั้ง
วิธีการลดขนาดภาพ โดยลดขนาดความกว้างของภาพหลายภาพในครั้งเดียว
วิธีการลดขนาดภาพ โดยลดขนาดความกว้างของภาพหลายภาพในครั้งเดียว
เปิดอ่าน 49,036 ครั้ง
ทำไมหยดน้ำจึงกลิ้งบนใบบัวได้
ทำไมหยดน้ำจึงกลิ้งบนใบบัวได้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ