ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาทักษะ EF ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

๑. ชื่อผลงานที่เป็นแบบอย่างที่ดี

การพัฒนาทักษะ EF ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

๒. วัตถุประสงค์

๑.เพื่อส่งเสริมทักษะ EF ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

๒.เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ผ่านกิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

๓.เพื่อพัฒนาให้เด็กมีทักษะพื้นฐานด้านการสังเกต การคิดวิเคราะห์ และการค้นหาคำตอบผ่าน กระบวนการทดลองที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง

๓. กระบวนการดำเนินงาน

ปฏิบัติครบวงจรโดยประยุกต์ใช้วงจรเดมมิ่ง PDCA มีวิธีการดำเนินงานอย่างชัดเจน ดังต่อนี้

ขั้นที่ ๑ Plan = P

๑. กำหนดเป้าหมาย การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ EF ด้วยกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนระดับอนุบาล 3 ร่างกิจกรรมพัฒนาทักษะ EF เพื่อเป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้เรียนสามารถรับรู้ข้อมูลได้ผ่านการมองเห็น ช่วยให้ผู้เรียนเกิดทักษะ กระบวนการคิด ตีความ เปรียบเทียบ สรุป และเชื่อมโยงข้อมูลความรู้เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดความเข้าใจ สาระสำคัญของข้อมูลได้ง่าย

๒. การวางแผนการทำงาน ดำเนินการโดยวิเคราะห์สภาพการจัดประสบการณ์การ เรียนรู้ศึกษาหลักสูตรปฐมวัย สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณ์สำคัญ มาตรฐานการศึกษาปฐมวัย และตัวบ่งชี้ ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการทั้ง ๔ ด้านของเด็กปฐมวัย ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง วางแผนการผลิตสื่อ โดยกำหนด จุดมุ่งหมาย และรูปแบบของสื่อให้เหมาะสมกับพัฒนาการตามวัยของเด็ก

๓. เตรียมวัสดุ อุปกรณ์สำหรับทำกิจกรรม

ขั้นที่ ๒ Do = D

๔. ลงมือปฏิบัติงานตามแผน การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ EF ด้วยกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ การดำเนินงานให้ประสบความสำเร็จผ่านนักเรียนระดับปฐมวัย ลงสู่การปฏิบัติผ่านโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ดังนี้

ทักษะพื้นที่ฐาน

-ความจำเพื่อใช้งาน(Working Memory) การจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เด็กนำความรู้ที่ได้จากประสบการณ์เดิม นำมาวิเคราะห์ ค้นหาคำตอบกับ คำถามใหม่ๆ หรือสิ่งเด็กสนใจ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนในชั้นเรียน

-การยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory ControI) การจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เด็กๆจะต้องทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันใน การทดลอง และปฏิบัติตามขั้นตอนในการทดลองวิทยาศาสตร์

-การยืดหยุ่นความคิด (Shift/Cognitive Flexibility) ในการเรียนรู้ผ่านการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เด็กๆจะได้เรียนรู้การเปรียบเทียบและเด็กๆจะต้อง ยอมรับฟังความคิดเห็นใหม่ ๆ ที่ได้จากเพื่อนๆ หรือจากการทดลองค้นคว้าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการทดลอง ทักษะกำกับตนเอง

-การจดจ่อใส่ใจ (Focus/Attention) การจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เด็ก ๆ จะได้ทำกิจกรรมด้วยการลงมือปฏิบัติจริง ไม่ว่าจะเป็นการ ทดลอง การสังเกต ดังนั้นเด็กๆ จะได้ฝึกฝนในการจดจ่อ ใส่ใจ เพื่อไม่ให้เสียสมาธิในการทำกิจกรรม

-การควบคุมอารมณ์(Emotional Control) การเรียนรู้ร่วมกัน การทำงานร่วมกัน ทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ที่ควบคุมอารมณ์และความต้องการของ ตนเอง

-การติดตามประเมินตนเอง (Self-Monitoring) การทำงานหรือสร้างสรรค์ชิ้นงานของเด็ก ๆ และพัฒนาชิ้นงานจนเป็นที่พอใจ ทักษะปฏิบัติ

-การริเริ่มและลงมือทำ(lnitiating) การวางแผนจัดระบบดำเนินการ (Planning and Organizing)และ การมุ่งเป้าหมาย (Goal-Directed Persistence) การเรียนรู้ผ่านการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เป็นกระบวนการที่ส่งเสริมให้เด็กริเริ่ม วางแผน และลงมือทดลอง เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองเรียนรู้ด้วยตนเอง จนเกิดผลสรุปการทดลอง

โดยมีขั้นตอนการจัดประสบการณ์ดังนี้

ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (10 นาที)

- ทบทวนความรู้เดิมด้วยเกมหรือเพลงที่สนุกสนาน

- กระตุ้นความสนใจด้วยคำถามหรือสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

ขั้นสอน (30 นาที)

- ครูแนะนำอุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลองวิทยาศาสตร์

- ครูสาธิตการทดลองทางวิทยาศาสตร์

- นักเรียนทดลองทางวิทยาศาสตร์เป็นกลุ่ม และรายบุคคล

ขั้นสรุป (10 นาที)

- ทบทวนกิจกรรมทางวิทศาสตร์ที่ได้เรียนในแต่ละครั้ง

- ประเมินความเข้าใจด้วยการสังเกตพฤติกรรมการร่วมกิจกรรมและผลงานที่เด็กสร้าง

ขึ้น

- นิเทศการสอนอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อให้คำแนะนำและช่วยเหลือ

- ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทุกสัปดาห์ เพื่อติดตามความก้าวหน้าและแก้ไขปัญหา

- บันทึกปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาและปรับปรุงในอนาคต

ทักษะพื้นที่ฐาน

-ความจำเพื่อใช้งาน(Working Memory) การจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เด็กนำความรู้ที่ได้จากประสบการณ์เดิม นำมาวิเคราะห์ ค้นหาคำตอบกับ คำถามใหม่ๆ หรือสิ่งเด็กสนใจ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนในชั้นเรียน

-การยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory ControI) การจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เด็กๆจะต้องทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกันใน การทดลอง และปฏิบัติตามขั้นตอนในการทดลองวิทยาศาสตร์

-การยืดหยุ่นความคิด (Shift/Cognitive Flexibility) ในการเรียนรู้ผ่านการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เด็กๆจะได้เรียนรู้การเปรียบเทียบและเด็กๆจะต้อง ยอมรับฟังความคิดเห็นใหม่ ๆ ที่ได้จากเพื่อนๆ หรือจากการทดลองค้นคว้าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการทดลอง ทักษะกำกับตนเอง

-การจดจ่อใส่ใจ (Focus/Attention) การจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เด็ก ๆ จะได้ทำกิจกรรมด้วยการลงมือปฏิบัติจริง ไม่ว่าจะเป็นการ ทดลอง การสังเกต ดังนั้นเด็กๆ จะได้ฝึกฝนในการจดจ่อ ใส่ใจ เพื่อไม่ให้เสียสมาธิในการทำกิจกรรม

-การควบคุมอารมณ์(Emotional Control) การเรียนรู้ร่วมกัน การทำงานร่วมกัน ทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ที่ควบคุมอารมณ์และความต้องการของ ตนเอง

-การติดตามประเมินตนเอง (Self-Monitoring) การทำงานหรือสร้างสรรค์ชิ้นงานของเด็ก ๆ และพัฒนาชิ้นงานจนเป็นที่พอใจ ทักษะปฏิบัติ

-การริเริ่มและลงมือทำ(lnitiating) การวางแผนจัดระบบดำเนินการ (Planning and Organizing)และ การมุ่งเป้าหมาย (Goal-Directed Persistence) การเรียนรู้ผ่านการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เป็นกระบวนการที่ส่งเสริมให้เด็กริเริ่ม วางแผน และลงมือทดลอง เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลองเรียนรู้ด้วยตนเอง จนเกิดผลสรุปการทดลอง

ขั้นที่ ๓ Check = C

๕. ตรวจสอบประเมินผล การเรียนรู้ผ่านการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ และแบบสังเกตพฤติกรรมเด็ก แบบประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครอง โดยการนำผลประเมินดำเนินกิจกรรมไป แก้ไข ปรับปรุง พัฒนา และต่อยอดเป็นกิจกรรมเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง

ขั้นที่ ๔ Action = A

๖. ปรับปรุงพัฒนาและเผยแพร่ผลงานการดำเนินงาน เพื่อสร้างเครือข่ายในการพัฒนาคุณภาพการดำเนินงานให้เกิดความยั่งยืนผ่านช่องทางต่าง ๆ การศึกษาดูงานโรงเรียนที่จัดประสบการณ์โดยใช้กระบวนการ EFศึกษาความสามารถที่ส่งเสริมทักษะทางสมอง EF (Executive Function) ของเด็กปฐมวัย จากกิจกรรมอื่น

ภายใต้กรอบการดำเนินงาน (IPO)

Input ๑) หลักสูตร ๒)ทฤษฎี ๓) ขั้นตอนการสอนโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

Process ๑) การทดลองทางวิทยาศาสตร์

Output ๑)พัฒนาการทักษะ EF ของเด็กปฐมวัยดีขึ้น

๔. การประเมินผล

จากการพัฒนาวิธีปฏิบัติแบบอย่างที่ดี (Best Practice) โดยการประยุกต์ใช้วงจรเดมมิ่ง (Deming Cycle) ภายใต้กระบวนการ PDCA นั้น การพัฒนาทักษะ EF ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เมื่อนำไปจัดประสบการณ์การเรียนรู้กับนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย พบว่า มีพัฒนาการดีขึ้น

๕. ผลการดำเนินงานที่ส่งผลที่ดีต่อผู้เรียน

- เด็กปฐมวัยมีทักษะ EF ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

๖. ปัจจัยหรือสิ่งสนับสนุนที่ให้เกิดความสำเร็จ

ปัจจัยภายใน

- ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกส่วนฝ่ายตั้งแต่ผู้บริหาร คณะครู และนักเรียนมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนาทักษะ EF ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

- ครูและบุคลากรเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ยอมรับ คำเสนอแนะชี้แนะจากชุมชน

- ผู้บริหารสถานศึกษานิเทศ กำกับ ติดตาม การทำงานอย่างเป็นระบบ ดำเนินการตามแผน

การนิเทศอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

ปัจจัยภายนอก

- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต ๓ โดยกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาเข้ามาให้คำแนะนำสำหรับการใช้สื่อจัดการเรียนการสอน

-ชมรมครูปฐมวัยระดับเครือข่าย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัฒกรรมการสอนและเผยแพร่ผลงาน

-ชมรมครูปฐมวัยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต ๓ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัฒกรรมการสอนและเผยแพร่ผลงาน

๗. ชื่อบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่ให้การยอมรับ

เครือข่ายโรงเรียนซับใหญ่ เครือข่ายโรงเรียนอำเภอซับใหญ่

๘. การเผยแพร่แบบอย่างที่ดี

สถานศึกษามีการเผยแพร่ผลงานผ่านเว็บไซต์ครูบ้านนอก.คอม เพจ สพป.ชัยภูมิ เขต ๓ ในเพจเฟซบุ๊กโรงเรียนบ้านบุฉนวน สพป.ชย.3 จดหมายข่าวประชาสัมพันธ์ โรงเรียนบ้านบุฉนวน แจ้งข่าวสาร ทางไลน์กลุ่มผู้ปกครอง และโรงเรียนบ้านโนนสะอาด เข้ามาศึกษาดูงานและนำนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาทักษา EF โดยการสัมภาษณ์ สอบถาม พบว่า นักเรียนระดับปฐมวัยโรงเรียนบ้านโนนสะอาดมีทักษะ EF สูงขึ้น

โพสต์โดย ณัฐชุตา ไขสาร : [4 มิ.ย. 2568 (15:28 น.)]
อ่าน [97659] ไอพี : 182.52.171.65
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 5,177 ครั้ง
คนกินเค็มต้องระวัง "โซเดียมในเลือดสูง"
คนกินเค็มต้องระวัง "โซเดียมในเลือดสูง"

เปิดอ่าน 25,519 ครั้ง
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนถนัดขวามีมากกว่าคนถนัดซ้าย
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนถนัดขวามีมากกว่าคนถนัดซ้าย

เปิดอ่าน 21,041 ครั้ง
ปรับโหงวเฮ้ง เสริมทรัพย์ เสริมบารมี
ปรับโหงวเฮ้ง เสริมทรัพย์ เสริมบารมี

เปิดอ่าน 13,503 ครั้ง
9 อันดับโน้ตบุ๊กเริ่ม"เอ๋อ"ภายใน 3 ปี
9 อันดับโน้ตบุ๊กเริ่ม"เอ๋อ"ภายใน 3 ปี

เปิดอ่าน 12,036 ครั้ง
วิธีเอาตัวรอดจากไฟไหม้
วิธีเอาตัวรอดจากไฟไหม้

เปิดอ่าน 3,096 ครั้ง
การหลับตา ช่วยให้จำสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น
การหลับตา ช่วยให้จำสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น

เปิดอ่าน 26,122 ครั้ง
วิธีรับมือกับแก๊สน้ำตา และสารเคมี
วิธีรับมือกับแก๊สน้ำตา และสารเคมี

เปิดอ่าน 35,013 ครั้ง
ประเภทและอัตราเงินบำรุงการศึกษาและค่าเล่าเรียน
ประเภทและอัตราเงินบำรุงการศึกษาและค่าเล่าเรียน

เปิดอ่าน 49,291 ครั้ง
ศีล-สมาธิ-ปัญญา...คืออะไร
ศีล-สมาธิ-ปัญญา...คืออะไร

เปิดอ่าน 13,188 ครั้ง
กูเกิลเจ๋งทดลอง"รถแห่งอนาคต Google Car "วิ่งได้เองบนท้องถนน
กูเกิลเจ๋งทดลอง"รถแห่งอนาคต Google Car "วิ่งได้เองบนท้องถนน

เปิดอ่าน 11,439 ครั้ง
ร้อนนี้กินอย่างไร เย็นทั้งกาย สุขทั้งใจ
ร้อนนี้กินอย่างไร เย็นทั้งกาย สุขทั้งใจ

เปิดอ่าน 13,808 ครั้ง
โรคกระดูกพรุน..ภัยเงียบที่คาดไม่ถึง
โรคกระดูกพรุน..ภัยเงียบที่คาดไม่ถึง

เปิดอ่าน 19,850 ครั้ง
เงินเดือนออก..ใช้อย่างไรให้ถึงเดือนหน้า
เงินเดือนออก..ใช้อย่างไรให้ถึงเดือนหน้า

เปิดอ่าน 41,922 ครั้ง
คิ้วตกปัญหาโหงวเฮ้งที่ต้องรีบแก้
คิ้วตกปัญหาโหงวเฮ้งที่ต้องรีบแก้

เปิดอ่าน 1,407 ครั้ง
จองเที่ยวบินราคาประหยัดยังไงให้ได้ดีลเด็ด? รวมวิธีที่หลายคนไม่เคยรู้
จองเที่ยวบินราคาประหยัดยังไงให้ได้ดีลเด็ด? รวมวิธีที่หลายคนไม่เคยรู้

เปิดอ่าน 15,973 ครั้ง
ชมย้อนหลัง วอลเล่ย์บอลสาวไทยชนะญี่ปุ่น 3-0 เซต คว้าแชมป์เอเชีย 2013 เมื่อวันที่ 21 ก.ย.56
ชมย้อนหลัง วอลเล่ย์บอลสาวไทยชนะญี่ปุ่น 3-0 เซต คว้าแชมป์เอเชีย 2013 เมื่อวันที่ 21 ก.ย.56
เปิดอ่าน 112,562 ครั้ง
ประวัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ "นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์"
ประวัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ "นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์"
เปิดอ่าน 48,658 ครั้ง
มาแล้ว "ตารางสอบครูผู้ช่วย" สพฐ. 2/2558 (อย่างเป็นทางการ)
มาแล้ว "ตารางสอบครูผู้ช่วย" สพฐ. 2/2558 (อย่างเป็นทางการ)
เปิดอ่าน 14,133 ครั้ง
คันนี้ร้อยล้าน
คันนี้ร้อยล้าน
เปิดอ่าน 79,874 ครั้ง
26 มิถุนายน "วันสุนทรภู่"
26 มิถุนายน "วันสุนทรภู่"

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ