บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง การพัฒนาความสามารถในการสื่อสารของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3/2
ผ่านการจัดประสบการณ์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา
ชื่อผู้วิจัย นางวิณี ซื่อตรง
ปีการศึกษา 2563
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการสื่อสารของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3/2 โรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงาม ก่อนและหลังการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ เด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 28 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง (One Group PretestPosttest Design)
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย (1) แผนการจัดประสบการณ์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา จำนวน 12 กิจกรรม ซึ่งออกแบบกิจกรรมตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม 6 ขั้นตอน ได้แก่ การระบุปัญหา การรวบรวมข้อมูลและแนวคิด การออกแบบวิธีแก้ปัญหา การดำเนินการแก้ปัญหา การทดสอบและปรับปรุง และการนำเสนอผลงาน (2) แบบวัดความสามารถในการสื่อสารของเด็กปฐมวัย ซึ่งประเมินความสามารถใน 3 ด้าน ได้แก่ การสนทนาโต้ตอบ การเล่าเรื่องหรือเหตุการณ์ และการสร้างสัญลักษณ์ ระยะเวลาดำเนินการทดลองเป็นเวลา 4 สัปดาห์ โดยจัดกิจกรรมสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังการทดลอง
ผลการวิจัยพบว่า ความสามารถในการสื่อสารของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3/2 หลังการจัดประสบการณ์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์อย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่า การจัดประสบการณ์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาสามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านการสื่อสารของเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการพูดโต้ตอบ การเล่าเรื่องอย่างเป็นลำดับ และการถ่ายทอดความคิดผ่านการสร้างสัญลักษณ์และการวาดภาพ
จากผลการวิจัยสรุปได้ว่า การจัดประสบการณ์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการพัฒนาความสามารถในการสื่อสารของเด็กปฐมวัย เนื่องจากเปิดโอกาสให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง ได้คิดแก้ปัญหา ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และได้นำเสนอผลงาน ส่งผลให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายและสามารถพัฒนาทักษะการสื่อสารได้อย่างรอบด้าน ซึ่งครูผู้สอนสามารถนำแนวทางดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของเด็กปฐมวัยได้อย่างยั่งยืน