ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ
เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
ผู้วิจัย นางวิภารัตน์ ภูสง่า
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนโคกเครือวิทยา อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์
ปีการศึกษา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568
บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีวัตถุประสงค์
1) เพื่อศึกษาบริบทความพร้อมของโรงเรียนและความต้องการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์
2) เพื่อพัฒนาการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์)ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80
3) เพื่อทดลองใช้และหาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้ แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่พัฒนาขึ้น
3.1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน หลังการใช้การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับ การเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
3.2) เพื่อประเมินความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ
3.3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 9 คน ที่ศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนโคกเครือวิทยา อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มาโดยการเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง (Purposive sampling ) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้และชุดกิจกรรมรูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน แบบประเมินความคิดสร้างสรรค์ แบบสอบถามความพึงพอใจ แบบสอบถามความคิดเห็นผู้ปกครอง ผู้บริหาร ครู ด้านบริบทความพร้อมของ โรงเรียนและความต้องการของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentages) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( ) ค่าประสิทธิภาพ E1/E2
ผลการวิจัย พบว่า
1. บริบทของโรงเรียน ความต้องการและข้อมูลพื้นฐานในการจัดการเรียนรู้รูปแบบการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 อยู่ในระดับมากที่สุด และความต้องการของนักเรียนและข้อมูลพื้นฐานในการจัดการเรียนรู้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 อยู่ในระดับมากที่สุด
2. ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งมี 5 องค์ประกอบได้แก่
1) หลักการและแนวคิดของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ (1) ขั้นเตรียมความพร้อม (2) ขั้นศึกษาทำความเข้าใจ (3) ขั้นสาธิตและแนะนำ (4) ขั้นลงมือปฏิบัติอย่างสร้างสรรค์ (5) ขั้นวัดและประเมินผล 4) ผลที่ผู้เรียนได้รับจากการเรียนตามรูปแบบ 5) ข้อเสนอแนะในการนำรูปแบบไปใช้ โดยพบว่าประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.64/88.52 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
3. ประสิทธิผลของรูปแบบพบว่า 3.1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทัศนศิลป์สร้างสรรค์ ของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 สูงกว่าก่อนใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 3.2) ความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนที่เกิดจากการเรียนรู้โดยใช้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยภาพรวมมีความเหมาะสมในระดับ มากที่สุด 3.3) ผลของความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ( ) = 4.76, ( ) = 0.51)
โดยสรุป การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเหมาะสม สามารถช่วยให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจในการฝึกฝนทักษะปฏิบัติความสามารถทางด้านทัศนศิลป์ มีความคิดสร้างสรรค์ นำทักษะและประสบการณ์จากการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในงานได้อย่างเหมาะสมตรงกับความต้องการของนักเรียนเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้กับครูผู้สอนและนักเรียนสามารถนำไปปฏิบัติตาม ให้บรรลุตามผลการเรียนรู้ เป็นตัวอย่างเพื่อการพัฒนาวิจัยเรื่องอื่น ๆ ต่อไป