ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ

เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

ผู้วิจัย นางวิภารัตน์ ภูสง่า

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนโคกเครือวิทยา อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์

ปีการศึกษา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568

บทคัดย่อ

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีวัตถุประสงค์

1) เพื่อศึกษาบริบทความพร้อมของโรงเรียนและความต้องการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์

2) เพื่อพัฒนาการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์)ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80

3) เพื่อทดลองใช้และหาประสิทธิผลของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้ แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่พัฒนาขึ้น

3.1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน หลังการใช้การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับ การเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

3.2) เพื่อประเมินความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ

3.3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 9 คน ที่ศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนโคกเครือวิทยา อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มาโดยการเลือกกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจง (Purposive sampling ) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้และชุดกิจกรรมรูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน แบบประเมินความคิดสร้างสรรค์ แบบสอบถามความพึงพอใจ แบบสอบถามความคิดเห็นผู้ปกครอง ผู้บริหาร ครู ด้านบริบทความพร้อมของ โรงเรียนและความต้องการของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentages) ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( ) ค่าประสิทธิภาพ E1/E2

ผลการวิจัย พบว่า

1. บริบทของโรงเรียน ความต้องการและข้อมูลพื้นฐานในการจัดการเรียนรู้รูปแบบการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 อยู่ในระดับมากที่สุด และความต้องการของนักเรียนและข้อมูลพื้นฐานในการจัดการเรียนรู้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 อยู่ในระดับมากที่สุด

2. ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ซึ่งมี 5 องค์ประกอบได้แก่

1) หลักการและแนวคิดของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ (1) ขั้นเตรียมความพร้อม (2) ขั้นศึกษาทำความเข้าใจ (3) ขั้นสาธิตและแนะนำ (4) ขั้นลงมือปฏิบัติอย่างสร้างสรรค์ (5) ขั้นวัดและประเมินผล 4) ผลที่ผู้เรียนได้รับจากการเรียนตามรูปแบบ 5) ข้อเสนอแนะในการนำรูปแบบไปใช้ โดยพบว่าประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.64/88.52 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้

3. ประสิทธิผลของรูปแบบพบว่า 3.1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทัศนศิลป์สร้างสรรค์ ของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 สูงกว่าก่อนใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5 3.2) ความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนที่เกิดจากการเรียนรู้โดยใช้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยภาพรวมมีความเหมาะสมในระดับ มากที่สุด 3.3) ผลของความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ต่อการเรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ( ) = 4.76, ( ) = 0.51)

โดยสรุป การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระทัศนศิลป์) ตามแนวทฤษฎีทักษะปฏิบัติร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานทัศนศิลป์สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเหมาะสม สามารถช่วยให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจในการฝึกฝนทักษะปฏิบัติความสามารถทางด้านทัศนศิลป์ มีความคิดสร้างสรรค์ นำทักษะและประสบการณ์จากการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในงานได้อย่างเหมาะสมตรงกับความต้องการของนักเรียนเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้กับครูผู้สอนและนักเรียนสามารถนำไปปฏิบัติตาม ให้บรรลุตามผลการเรียนรู้ เป็นตัวอย่างเพื่อการพัฒนาวิจัยเรื่องอื่น ๆ ต่อไป

โพสต์โดย วิภา : [5 ก.พ. 2569 (21:08 น.)]
อ่าน [767] ไอพี : 58.11.90.110
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ '>

  ความคิดเห็นที่ 2

1

วันที่โพสต์ [16 มี.ค. 2569 (03:31 น.)] ไอพี : [103.58.148.23] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 15,016 ครั้ง
เผยอีโคไลตัวใหม่ ทนยาปฏิชีวนะ ถึงตายได้
เผยอีโคไลตัวใหม่ ทนยาปฏิชีวนะ ถึงตายได้

เปิดอ่าน 75,058 ครั้ง
คลื่นความร้อนหรือ "ฮีทเวฟ" (Heat wave)
คลื่นความร้อนหรือ "ฮีทเวฟ" (Heat wave)

เปิดอ่าน 14,326 ครั้ง
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสายตาสั้น
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสายตาสั้น

เปิดอ่าน 9,301 ครั้ง
อย. ยัน ไม่มีน้ำว่านหางจระเข้รักษาอีโบลาได้
อย. ยัน ไม่มีน้ำว่านหางจระเข้รักษาอีโบลาได้

เปิดอ่าน 14,551 ครั้ง
10 ทริคเพื่อสุขภาพประจำวัน รู้ไว้ได้ใช้แน่
10 ทริคเพื่อสุขภาพประจำวัน รู้ไว้ได้ใช้แน่

เปิดอ่าน 42,981 ครั้ง
รู้ไว้ใช่ว่า...อัตราค่าปรับตามกฎหมายจราจรทางบก
รู้ไว้ใช่ว่า...อัตราค่าปรับตามกฎหมายจราจรทางบก

เปิดอ่าน 27,133 ครั้ง
เปิดชื่อ 11 จังหวัด หนาวยะเยือกที่สุดในประเทศ
เปิดชื่อ 11 จังหวัด หนาวยะเยือกที่สุดในประเทศ

เปิดอ่าน 12,467 ครั้ง
ทำตัวเตี้ย เทรนด์ฮา จากเกาหลี บอกเลยกำลังฮิตสุดๆ
ทำตัวเตี้ย เทรนด์ฮา จากเกาหลี บอกเลยกำลังฮิตสุดๆ

เปิดอ่าน 89,340 ครั้ง
วิธีทำ  น้ำพริกอ่อง เมนูสุขภาพ
วิธีทำ น้ำพริกอ่อง เมนูสุขภาพ

เปิดอ่าน 12,495 ครั้ง
น้องซีที หุ่นยนต์ เสิร์ฟอาหาร สัญชาติไทย
น้องซีที หุ่นยนต์ เสิร์ฟอาหาร สัญชาติไทย

เปิดอ่าน 15,045 ครั้ง
วาซาบิ
วาซาบิ

เปิดอ่าน 1,632 ครั้ง
5 ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อแบบหล่อเสาแอลให้ใช้งานได้นาน
5 ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อแบบหล่อเสาแอลให้ใช้งานได้นาน

เปิดอ่าน 14,532 ครั้ง
พระคุณแม่  (ตอนที่ 1)
พระคุณแม่ (ตอนที่ 1)

เปิดอ่าน 11,354 ครั้ง
สรยุทธ แจง อมเงินโฆษณา อสมท 138ล.
สรยุทธ แจง อมเงินโฆษณา อสมท 138ล.

เปิดอ่าน 54,311 ครั้ง
วิจัยคืออะไร
วิจัยคืออะไร

เปิดอ่าน 14,726 ครั้ง
หลับไม่ลง-ตื่นยาก! นาฬิกานอนเคลื่อน
หลับไม่ลง-ตื่นยาก! นาฬิกานอนเคลื่อน
เปิดอ่าน 31,648 ครั้ง
"บึงกาฬ" จังหวัดที่ 77 ของไทย
"บึงกาฬ" จังหวัดที่ 77 ของไทย
เปิดอ่าน 4,061 ครั้ง
ใช้ถุงพลาสติกผิดประเภท…เสี่ยงมะเร็ง
ใช้ถุงพลาสติกผิดประเภท…เสี่ยงมะเร็ง
เปิดอ่าน 17,303 ครั้ง
อบเชย
อบเชย
เปิดอ่าน 24,565 ครั้ง
คลิปโฆษณาไทย ที่ซึ้งกินใจคนทั่วโลก
คลิปโฆษณาไทย ที่ซึ้งกินใจคนทั่วโลก

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ