ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > การศึกษาไทยด้อยคุณภาพ....แล้วจะปฏิรูปอย่างไร?

การศึกษาไทยด้อยคุณภาพ....แล้วจะปฏิรูปอย่างไร?

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 21 ธ.ค. 2558 เปิดอ่าน : 5,675 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

โดย กลิ่น สระทองเนียม

การที่ประเทศไทย ต้องมาคิดปฏิรูปการศึกษากันอีกครั้ง ต้นเหตุกหลักก็น่าจะมาจาก ปัญหาคุณภาพการศึกษา ซึ่งตัวชี้วัดหนึ่งที่ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าคุณภาพการศึกษาไทยตกต่ำ ก็คือ ผลการประเมินไม่ว่าจะเป็นระดับชาติหรือนานาชาติที่ออกมาสอดคล้องในทิศทางเดียวกัน ที่เพิ่มช่องว่างห่างจากนานาชาติออกไปทุกขณะ หรือแม้แต่ในกลุ่มอาเซียนด้วยกันเองก็ยังตามหลังหลายชาติไปแล้ว ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาและพัฒนาการศึกษาของชาตินั้นผู้เขียนเองได้นำเสนอความเห็นไปหลายต่อหลายครั้งแต่ด้วยขาดพลังที่จะทำให้เกิดการขับเคลื่อนได้ ครั้งนี้จึงอยากให้ฟังความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งอาจจะ ช่วยสร้างพลังขับเคลื่อนไปได้บ้าง ผู้ทรงคุณวุฒิที่ว่านี้ คือ คุณโกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและคณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สนช. ที่ได้ให้ความเห็นเรื่องของคุณภาพการศึกษาไว้ดังนี้

ตามที่ได้กล่าวกันว่าการศึกษาของไทยด้อยคุณภาพ ส่วนใหญ่น่าจะหมายถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งที่มีระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาอยู่ด้วย หน่วยงานนานาชาติที่ประเมินคุณภาพการศึกษาของไทย เช่น ธนาคารโลก สถาบัน IMD องค์กร WEF ฯลฯ จะอ้างถึงผลการประเมินคุณภาพการศึกษา ด้วยวิธีการของ PISA ( Programme for International Student Assessment) ของประเทศที่พัฒนาแล้ว (OECD) ที่ใช้ทดสอบนักเรียนอายุ 15 ปี ซึ่ง PISA เป็นข้อสอบแบบ "อัตนัย" ที่นักเรียนไทยไม่คุ้นเคย เพราะการเรียนการสอนของไทย รวมทั้งข้อสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยใช้ข้อสอบแบบ "ปรนัย" อีกทั้ง สพฐ.ไม่ได้ใช้ PISA เป็นตัวชี้วัดคุณภาพการศึกษา นักเรียนจึงไม่ตั้งใจสอบกันอย่างจริงจัง ผลการประเมิน PISA จึงออกมาไม่ดี ดังนั้นหน่วยงานนานาชาติที่นำไปวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย กล่าวว่าคุณภาพการศึกษาของไทยด้อยกว่าของประเทศอื่น จึงได้ทำให้มีความคิดที่จะ "ปฏิรูปการศึกษา" ได้มีการจัดตั้งสถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ ขึ้นมาทำการทดสอบระดับชาติที่เรียกว่า "โอเน็ต" ที่ข้อสอบเป็นแบบปรนัยที่นักเรียนคุ้นเคยกัน แต่เป็นการประเมินศักยภาพนักเรียนตามมาตรฐานหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่เป็นการประเมินผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ผลการประเมินจึงออกมาว่าศักยภาพนัก เรียนยังไม่ถึงมาตรฐานแกนกลาง ทำให้ยิ่งชี้ย้ำลงไปว่าการศึกษาไทยจะต้องมีการปฏิรูป

เป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษามีหลากหลาย โดยเฉพาะถ้าต้องการให้องค์กรนานาชาติประเมินว่า การศึกษาของไทยมีคุณภาพดี ก็จะต้อง "ปฏิรูปวิธีการเรียนการสอน" ให้นักเรียนคุ้นเคยกับการสอบแบบอัตนัย ซึ่งจะต้องปฏิรูปจากการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย และ "การสอบคัดเลือกเข้ามหา วิทยาลัย" เป็นแบบอัตนัยด้วย การเรียนการสอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการทดสอบระดับชาติ โอเน็ต ก็จะปฏิรูปตาม นักเรียนไทยก็จะมีความคุ้นเคยกับวิธีการประเมินแบบอัตนัยของประเทศที่พัฒนาแล้ว ข้ออ้างที่ว่ามีนักเรียนจำนวนมากสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย จึงต้องใช้ข้อสอบแบบปรนัยนั้น เป็นการอ้างความสะดวกแทนการยึดหลักการของคุณภาพ จึงเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้มีผลเฉลี่ยของประเทศออกมาต่ำกว่านานาชาติคุณภาพของนักเรียนไทย ครูไทย และหลักสูตรการศึกษาของไทย "ไม่ด้อย" กว่าประเทศอื่น ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งจะเห็นได้จากตัวชี้วัด PISA ในปี 2012 ที่ค่าคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย 12 แห่งทั่วประเทศ ติดอยู่ในอันดับที่ 3 ของโลก ในการประเมิน 3 เรื่อง คือ

การรู้เรื่องการอ่าน เรียงผลตามคะแนนเฉลี่ย ได้ดังนี้

  • เซี่ยงไฮ้ (จีน) 570
  • กลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย (ไทย) 554
  • ฮ่องกง 545 สิงคโปร์ 540
  • ญี่ปุ่น 538 และ
  • เกาหลีใต้ 536

โดยค่าเฉลี่ยของสมาชิก OECD 34 ประเทศ อยู่ที่ 496 ประเทศไทยอยู่ที่ 444 (ลำดับที่ 47) โดยโรงเรียนขนาดใหญ่ ได้คะแนนเฉลี่ย 461 โรงเรียนขนาดกลาง 423 และ โรงเรียนขนาดเล็ก 426

เรื่องที่ 2 การรู้เรื่องคณิตศาสตร์

  • เซียงไฮ้ (จีน) 613 สิงคโปร์ 573
  • กลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย (ไทย) 570
  • ฮ่องกง 561
  • ไต้หวัน 560 และ
  • เกาหลีใต้ 554

ค่าเฉลี่ยของสมาชิก OECD อยู่ที่ 494 ประเทศไทย อยู่ที่ 423 (ลำดับที่ 50) โดยโรงเรียนขนาดใหญ่ ได้คะแนนเฉลี่ย 442 โรงเรียนขนาดกลาง 390 และ โรงเรียนขนาดเล็ก 403

ด้านที่ 3 คือ การรู้เรื่องวิทยาศาสตร์

  • เซี่ยงไฮ้ (จีน) 580
  • กลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย (ไทย) 565
  • ฮ่องกง 555
  • สิงคโปร์ 551
  • ญี่ปุ่น 547 และ
  • ฟินแลนด์ 545

ค่าเฉลี่ยของสมาชิก OECD อยู่ที่ 501 ค่าเฉลี่ยของประเทศไทย อยู่ที่ 441 (ลำดับที่ 48) โดยโรงเรียนขนาดใหญ่ 454 โรงเรียนขนาดกลาง 440 และโรงเรียนขนาดเล็ก 418

แต่หากเปรียบเทียบกับจังหวัดชุมพรเพียงจังหวัดเดียว ด้าน การรู้เรื่องการอ่าน เฉลี่ยอยู่ที่ 442 การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ เฉลี่ยอยู่ที่ 420 และด้านการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ เฉลี่ยอยู่ที่ 438 มีมิติหลากหลายในการปฏิรูปการศึกษาของไทย แต่ในมิติคุณภาพระดับนานาชาติ จะต้อง "ปฏิรูปตัวชี้วัดคุณภาพ" ก่อน และให้มียุทธศาสตร์เน้นพัฒนาวิธีการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็ก สร้างเครือข่ายในแต่ละเขตพื้นที่เพื่อยกค่าเฉลี่ยระดับจังหวัดเหมือนโรงเรียนในจังหวัดชุมพร ด้วยมีโรงเรียนขนาดดังกล่าวประมาณ 90%ของประเทศ จำนวนโรงเรียนขนาดที่ว่านี้จะเพิ่มขึ้นจากการลดลงของประชากร มีจำนวนนักเรียนประมาณ 20 คนหรือน้อยกว่าต่อห้องเรียนตามมาตรฐานสากลอยู่แล้ว อยู่ใกล้บ้าน เป็นจิตวิญญาณของชุมชน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจการบริหารจัดการ และลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสการได้รับการศึกษาที่ดีอย่างทั่วถึง

เรื่องราวทั้งหมดเป็นการวิเคราะห์คุณภาพการศึกษาอีกมุมมองหนึ่ง ซึ่งหลายประเด็น อาทิ การคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย หากใช้วิธีการอย่างที่ว่ามาน่าจะส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นไปตามหลักสูตรได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องของคุณภาพที่ว่านี้ ผู้เขียนเองอยากให้มุ่งไปที่คุณภาพชีวิตผู้เรียนเป็นหลัก เพราะการศึกษาคือ ชีวิต คือ ความเจริญงอกงาม คือ กระบวนการทางสังคม คือการสร้างประสบการณ์แก่ชีวิต คุณภาพจึงไม่น่าจะอยู่แค่เก่งเนื้อหาวิชาการอย่างเดียวแต่ต้องเกิดคุณภาพทั้งด้าน พุทธิศึกษา จริยศึกษา พลศึกษา และ หัตถศึกษา เพื่อชีวิตจะได้อยู่ดี มีสุข เป็นพลเมืองที่ดีของสังคม การปฏิรูปการศึกษาจึงต้องตีโจทย์ให้แตก เพราะหากมุ่งสร้างแต่คนเก่งจนลืมรากฐานสำคัญอื่น คนระดับรากหญ้าซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศก็คงหนีวงจร " โง่ จน เจ็บ" ไม่ได้การศึกษาจึงต้องสร้างรากฐานทั้ง 4 ด้าน ให้แข็งแกร่งพร้อมส่งเสริมคนเก่งให้ไปสู่ความเป็นเลิศ กลุ่มปานกลางต้องให้ได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ ส่วนกลุ่มอ่อนก็ต้องมีทางเดินไปได้หากทำได้เช่นนี้ความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาระหว่างคนเมืองกับชนบทก็จะลดน้อยลงได้.

 

 

ที่มา เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 22 ธ.ค. 2558 (กรอบบ่าย) 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> การศึกษาไทยด้อยคุณภาพ....แล้วจะปฏิรูปอย่างไร? , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน กับ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา : เจตนารมณ์ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงและสิ่งที่ได้รับ☕ คลิกอ่านเลย
การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน กับ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา : เจตนารมณ์ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงและสิ่งที่ได้รับ
เปิดอ่าน 1,737 ครั้ง
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการศึกษาคุณภาพ : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย☕ คลิกอ่านเลย
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการศึกษาคุณภาพ : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย
เปิดอ่าน 6,938 ครั้ง
ไขข้อข้องใจ การบ้านยังจำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่หรือไม่?☕ คลิกอ่านเลย
ไขข้อข้องใจ การบ้านยังจำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่หรือไม่?
เปิดอ่าน 5,305 ครั้ง
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย☕ คลิกอ่านเลย
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย
เปิดอ่าน 8,376 ครั้ง
เจาะประเด็นการคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ : ธนชน มุทาพร☕ คลิกอ่านเลย
เจาะประเด็นการคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ : ธนชน มุทาพร
เปิดอ่าน 12,375 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เรื่องควรรู้ก่อนทาสีเรื่องควรรู้ก่อนทาสี
เปิดอ่าน 23,092 ครั้ง
ตัวอย่างหลักสูตรปฐมวัย (ฉบับปรับปรุง2560) โดยโรงเรียนบ้านฝาผนัง ไฟล์เวิร์ดตัวอย่างหลักสูตรปฐมวัย (ฉบับปรับปรุง2560) โดยโรงเรียนบ้านฝาผนัง ไฟล์เวิร์ด
เปิดอ่าน 18,974 ครั้ง
8 วิธีสุดฮิต พิชิตความรวยบนโลกออนไลน์8 วิธีสุดฮิต พิชิตความรวยบนโลกออนไลน์
เปิดอ่าน 27,564 ครั้ง
บูชาแล้วรวยบูชาแล้วรวย
เปิดอ่าน 8,628 ครั้ง
ประโยชน์ต้นอ่อนทานตะวันประโยชน์ต้นอ่อนทานตะวัน
เปิดอ่าน 9,174 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ