ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาความสามารถของครูในการทำวิจัยในชั้นเรียนด้วยกระบวนการนิเทศแบบคลินิก โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี

ชื่อเรื่อง การพัฒนาความสามารถของครูในการทำวิจัยในชั้นเรียนด้วยกระบวนการนิเทศแบบคลินิก โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี

ผู้วิจัย นายสุริยา ศรีทุมมา

สถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี สังกัดเทศบาลนครอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี

ปีที่วิจัย 2567

บทคัดย่อ

การพัฒนาความสามารถของครูในการทำวิจัยในชั้นเรียนด้วยกระบวนการนิเทศแบบคลินิก โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถในการทำวิจัยในชั้นเรียนของครูที่ได้รับการนิเทศด้วยกระบวนนิเทศแบบคลินิก 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครู ที่มีต่อการพัฒนาความสามารถของครูในการทำวิจัยในชั้นเรียนด้วยกระบวนการนิเทศแบบคลินิก 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนการสอนของครู ภายหลังการทำวิจัยในชั้นเรียนของครู ที่ได้รับการนิเทศด้วยกระบวนการนิเทศแบบคลินิก กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) ครูสายปฏิบัติการสอน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี สังกัดเทศบาลนครอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ปีการศึกษา 2567 จำนวน 41 คน 2) นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี สังกัดเทศบาลนครอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ปีการศึกษา 2567 จำนวน 264 คน

การวิจัยครั้งนี้มีขั้นตอนวิธีการวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะดังนี้

ระยะที่ 1 ผลการวิเคราะห์สถานภาพทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง คือ ครูสายปฏิบัติการสอน จำนวน 41 คน ที่ต้องการพัฒนาความสามารถในการทำวิจัยในชั้นเรียนด้วยกระบวนการนิเทศแบบคลินิก

ระยะที่ 2 ผลการพัฒนาความสามารถในการทำวิจัยในชั้นเรียนด้วยกระบวนการนิเทศแบบคลินิก ขั้นตอนที่ 1) ประชุมร่วมกับครู (Pre conference with teacher) ขั้นตอนที่ 2) การสังเกตการสอนในชั้นเรียน (Observation of Classroom) ขั้นตอนที่ 3) การวิเคราะห์ และตีความหมายจากการสังเกตการสอนและพิจารณาในการประชุมต่อไป (Analyze and interpreting observation)

ระยะที่ 3 ผลการพัฒนาความสามารถในการทำวิจัยในชั้นเรียน ด้วยกระบวนการนิเทศแบบคลินิก ขั้นตอนที่ 4) การประชุมร่วมกับครู (Post conference with teacher) และขั้นตอนที่ 5) การพิจารณาพิพากษ์การดำเนินการทั้ง 4 ขั้นตอน

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบทดสอบความรู้ทั่วไป เรื่อง การวิจัยในชั้นเรียน แบบประเมินเค้าโครงงานวิจัย แบบประเมินการเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน แบบประเมินความสามารถในการทำวิจัยในชั้นเรียน แบบสอบถามความพึงพอใจของครูที่ได้รับการนิเทศด้วยกระบวนนิเทศแบบคลินิกและแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนการสอนของครู ภายหลังการวิจัยในชั้นเรียนของครูที่ได้รับการนิเทศด้วยกระบวนการนิเทศแบบคลินิก สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน รวบรวมข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์

ผลการวิจัยพบว่า

1. ครูโรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี ที่ได้รับการนิเทศด้วยกระบวนการนิเทศแบบคลินิกมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความสามารถในการทำวิจัยในชั้นเรียนเพิ่มขึ้น อยู่ในระดับมาก

2. ความพึงพอใจของครูที่ได้รับการนิเทศด้วยกระบวนนิเทศแบบคลินิก ช่วยให้ครูสามารถทำการวิจัยในชั้นเรียนได้ประสบผลสำเร็จ อยู่ในระดับมากที่สุด

3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนการสอนของครู ภายหลังการวิจัยในชั้นเรียนของครู ที่ได้รับการนิเทศด้วยกระบวนการนิเทศแบบคลินิก อยู่ในระดับมาก

Title : The Development of Teachers’ Capacity in Conducting Classroom

Action Research at Tessaban 2 Mukkhamontri School

through Clinical Supervision Process, Academic Year 2024

Researcher : Mr.Suriya Sritumma

Organization : Tessaban 2 Mukkhamontri School, under Udon Thani Municipality,

Mueang Udon Thani District, Udon Thani Province.

Research Year : 2024

________________________________________

Abstract

The development of teachers’ capacity in conducting classroom action research at Tessaban 2 Mukkhamontri School through the Clinical Supervision Process in Academic Year 2024 aimed to achieve the following objectives: 1) To study the knowledge, understanding, and ability in classroom action research among teachers who received clinical supervision. 2) To investigate the satisfaction of teachers toward the development of their capacity in classroom action research through the clinical supervision process.3) To study the satisfaction of students toward the teachers’ instruction following the teachers’ completion of classroom action research after receiving clinical supervision. Methodology. The samples used in this research consisted of: 1) 41 operational teachers from Primary Level 1 to Secondary Level 3 (Prathom 1 - Mathayom 3) at Tessaban 2 Mukkhamontri School, Udon Thani City Municipality, Academic Year 2024. 2) 264 students from Primary Level 1 to Secondary Level 3 (Prathom 1 – Mathayom 3) at Tessaban 2 Mukkhamontri School, Udon Thani City Municipality, Academic Year 2024.

The research methodology was divided into three phases:

1. Phase 1: Analysis of the general status of the sample group, consisting of 41 operational teachers requiring capacity development in classroom action research through the clinical supervision process.

2. Phase 2: Results of capacity development in classroom action research using the clinical supervision process, which involved Step 1: Pre-conference with teacher and Step 2: Observation of Classroom and Step 3: Analyze and Interpreting observation to prepare for the next meeting.

3. Phase 3: Results of the development of classroom action research

practice using the clinical supervision process, including Step 4: Post-conference with teacher and Step 5: Review and evaluation of the entire four-step process.

The research instruments included: a general knowledge test on classroom action research, an evaluation form for research proposals, an evaluation form for writing classroom action research reports, an assessment form for classroom action research ability, a questionnaire on teacher satisfaction toward clinical supervision, and a questionnaire on student satisfaction toward teachers’ instruction after the implementation of classroom action research. The statistics employed for data analysis were percentage (%), mean ( ), and standard deviation (S.D.). Quantitative data was collected and analyzed using a computer program.

The research findings showed that:

1. Teachers at Tessaban 2 Mukkhamontri School who underwent the clinical supervision process showed an increased level of knowledge, understanding, and ability in conducting classroom action research, rated at a high level.

2. Teacher satisfaction toward the clinical supervision process, which facilitated the successful completion of their classroom action research, was rated at the highest level.

3. Student satisfaction toward teachers’ instruction, following the teachers’ completion of classroom action research under clinical supervision, was rated at a high level.

โพสต์โดย แทน : [9 ก.พ. 2569 (17:37 น.)]
อ่าน [80] ไอพี : 125.24.150.15
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 11,619 ครั้ง
ออกกำลังกาย สู้หวัด 2009
ออกกำลังกาย สู้หวัด 2009

เปิดอ่าน 30,409 ครั้ง
ดนตรีบำบัด
ดนตรีบำบัด

เปิดอ่าน 14,428 ครั้ง
เรียนยังไงให้ "เก่ง" และต้องเก่งกว่าครูบาอาจารย์ คำแนะนำจากนักเรียนทุนชื่อ "ดร.ป๋วย"
เรียนยังไงให้ "เก่ง" และต้องเก่งกว่าครูบาอาจารย์ คำแนะนำจากนักเรียนทุนชื่อ "ดร.ป๋วย"

เปิดอ่าน 134,172 ครั้ง
สุดยอด! หนังสั้น"เดือนเพ็ญ"ผลงานนักเรียนยอดวิวกว่า2แสนวิวแล้ว
สุดยอด! หนังสั้น"เดือนเพ็ญ"ผลงานนักเรียนยอดวิวกว่า2แสนวิวแล้ว

เปิดอ่าน 26,360 ครั้ง
ประวัติ ความเป็นมาของ "วันเด็กแห่งชาติ"
ประวัติ ความเป็นมาของ "วันเด็กแห่งชาติ"

เปิดอ่าน 14,567 ครั้ง
พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561
พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2561

เปิดอ่าน 39,422 ครั้ง
หลักเกณฑ์การพิจารณาการย้าย
หลักเกณฑ์การพิจารณาการย้าย

เปิดอ่าน 9,144 ครั้ง
ระบบการศึกษาไม่สมดุล (2)
ระบบการศึกษาไม่สมดุล (2)

เปิดอ่าน 19,353 ครั้ง
1 ใน 3 วิตามินรวม ผลิตไม่ได้มาตรฐาน
1 ใน 3 วิตามินรวม ผลิตไม่ได้มาตรฐาน

เปิดอ่าน 21,620 ครั้ง
10 ธุรกิจลงทุนจิ๊บๆ แค่ใช้ทักษะที่มีในตัวก็ทำเงินได้
10 ธุรกิจลงทุนจิ๊บๆ แค่ใช้ทักษะที่มีในตัวก็ทำเงินได้

เปิดอ่าน 8,971 ครั้ง
"ฟุตบอล"...สอนอะไร
"ฟุตบอล"...สอนอะไร

เปิดอ่าน 2,499 ครั้ง
ส่อง 10 เทรนด์เทคโนโลยีด้านเฮลท์แคร์ ปี 2023
ส่อง 10 เทรนด์เทคโนโลยีด้านเฮลท์แคร์ ปี 2023

เปิดอ่าน 10,057 ครั้ง
เคล็ดลับลูกน้อย สมองดีมีคุณธรรม
เคล็ดลับลูกน้อย สมองดีมีคุณธรรม

เปิดอ่าน 18,861 ครั้ง
นั่งหน้าคอมฯ นาน ๆ อาจตายได้!
นั่งหน้าคอมฯ นาน ๆ อาจตายได้!

เปิดอ่าน 23,156 ครั้ง
1-10 สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ของดาวินชี่
1-10 สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ของดาวินชี่

เปิดอ่าน 13,427 ครั้ง
ทานผลไม้ ก็ช่วยป้องกันผมร่วงก่อนวัยได้
ทานผลไม้ ก็ช่วยป้องกันผมร่วงก่อนวัยได้
เปิดอ่าน 23,225 ครั้ง
13-17 พ.ค.2554 ครม.ไฟเขียวให้เป็นวันหยุดยาว 5 วัน
13-17 พ.ค.2554 ครม.ไฟเขียวให้เป็นวันหยุดยาว 5 วัน
เปิดอ่าน 23,784 ครั้ง
"นอนห้อยหัว" วันละ 10 นาที ช่วยสมองดี แก่ช้า หน้าใส ไกลอัมพาต
"นอนห้อยหัว" วันละ 10 นาที ช่วยสมองดี แก่ช้า หน้าใส ไกลอัมพาต
เปิดอ่าน 40,632 ครั้ง
มุมกล้องกับช่องว่าง
มุมกล้องกับช่องว่าง
เปิดอ่าน 19,018 ครั้ง
เฮ ! ปรับลดค่าไฟลงอีก 1.05 สตางค์/หน่วย เริ่มพฤศจิกายนนี้
เฮ ! ปรับลดค่าไฟลงอีก 1.05 สตางค์/หน่วย เริ่มพฤศจิกายนนี้

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ