การพัฒนาสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขสู่ความยั่งยืนของสถานศึกษา ดำเนินงานโดยใช้รูปแบบ C3KR Model เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน ภายใต้หลักการของวงจรเดมมิ่ง (PDCA) เพื่อให้การดำเนินงานมีความเป็นระบบ ต่อเนื่อง และสามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ ดังนี้
วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
1. วัตถุประสงค์
1) เพื่อใช้ C3KR Model เป็นแนวทางในการบริหารจัดการและขับเคลื่อนงานสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ
2) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และเครือข่ายภาคี ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและอบายมุข
3) เพื่อพัฒนาให้นักเรียนมี คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่พึงประสงค์ ทักษะชีวิต และภูมิคุ้มกันทางสังคม สามารถป้องกันและหลีกเลี่ยงยาเสพติดและอบายมุขได้
4) เพื่อสร้างและพัฒนาระบบการดำเนินงานสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขที่มีความต่อเนื่อง เข้มแข็ง และยั่งยืนตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2. เป้าหมายของการดำเนินงาน
เชิงปริมาณ
1. นักเรียนอย่างน้อยร้อยละ 80 มีความรู้ ทักษะชีวิต และค่านิยมที่พึงประสงค์ในการป้องกันและหลีกเลี่ยงยาเสพติดและอบายมุข อยู่ในระดับดีขึ้น
2. จำนวนนักเรียนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงด้านยาเสพติดและอบายมุข ลดลงจากข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษาอย่างเห็นได้ชัด
3. ครูและบุคลากรทางการศึกษาร้อยละ 100 มีส่วนร่วมในการดำเนินงานสถานศึกษาสีขาวตามกระบวนการ C3KR Model
4. สถานศึกษาดำเนินกิจกรรมหรือโครงการด้านสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขอย่างเป็นระบบ
เชิงคุณภาพ
1. สถานศึกษามีระบบการบริหารจัดการสถานศึกษาสีขาวที่ชัดเจนเป็นองค์รวม และสามารถดำเนินงานได้จริง ตามแนวทาง C3KR Model
2. นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม วินัย และภูมิคุ้มกันทางสังคม สามารถปฏิเสธพฤติกรรมเสี่ยงด้านยาเสพติดและอบายมุขได้อย่างเหมาะสม
3. เกิดความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และเครือข่ายภาคี ในการพัฒนาสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข
4. การดำเนินงานสถานศึกษาสีขาวของสถานศึกษามี ความต่อเนื่อง เข้มแข็ง และยั่งยืน
มีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้
การวางแผน (Plan)
การวางแผนเป็นขั้นตอนสำคัญที่มุ่งเน้นการกำหนดทิศทางและแนวทางการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากการวิเคราะห์บริบทของสถานศึกษา สภาพปัญหา ความต้องการ และความจำเป็นในการพัฒนา รวมถึงการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ขั้นตอนนี้ครอบคลุมการกำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัดความสำเร็จ และแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายและมาตรฐานที่กำหนด การวางแผนที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อให้แผนงานสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงและตอบสนองต่อบริบทของสถานศึกษาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้การวางแผนยังช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน และเป็นฐานสำคัญสำหรับการติดตามและประเมินผลในขั้นตอนถัดไป
โดยสอดคล้องกับ การพัฒนาสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขสู่ความยั่งยืน ด้วยรูปแบบ C3KR Model ในด้าน C : Collaboration ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือเชิงนโยบายและการปฏิบัติ ระหว่างผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับ K : Know การรู้ข้อมูลสถานการณ์ปัญหา รู้บริบทนักเรียนและรู้เป้าหมายเชิงนโยบายของสถานศึกษา ทั้งในระดับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและบริบทพื้นที่จริง เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการกำหนดทิศทาง แผนงาน และมาตรการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและอบายมุขให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของนักเรียนอย่างแท้จริง
การปฏิบัติตามแผน (Do)
การปฏิบัติตามแผนเป็นขั้นตอนของการนำแผนงาน นโยบาย และมาตรการที่กำหนดไว้ไปสู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นให้ทุกฝ่ายดำเนินงานตามบทบาทและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างชัดเจน ขั้นตอนนี้ครอบคลุมการจัดกิจกรรม การดำเนินโครงการ และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพตามแผนที่วางไว้ การปฏิบัติตามแผนต้องอาศัยการบริหารจัดการที่ดี การสื่อสารที่ชัดเจน และการประสานงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ทั้งนี้การบันทึกข้อมูลและหลักฐานการดำเนินงานในขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการตรวจสอบและประเมินผล โดยใช้หลัก K : Know-how เป็นหัวใจสำคัญในการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นระบบ สถานศึกษานำแผนงานและมาตรการที่กำหนดไว้ไปสู่การปฏิบัติจริง ครอบคลุมทั้งการป้องกัน การแก้ไข และการฟื้นฟู เช่น การจัดกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และทักษะชีวิต การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน การเฝ้าระวังและดูแลกลุ่มเสี่ยง ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง การดำเนินงานในขั้นตอนนี้เน้นให้ครู บุคลากร และนักเรียนมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง และปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทอย่างชัดเจน เพื่อให้การพัฒนาสถานศึกษาสีขาวเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยแบ่งเป็นกิจกรรมตามมาตรการ 4 ด้าน ได้แก่
ด้านที่ 1 มาตรการป้องกัน
1. กิจกรรมโครงการ TO BE NUMBER ONE
2. กิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก
3. กิจกรรมค่ายคุณธรรม
4. กิจกรรมตักบาตรทุกวันพระ
5. กิจกรรมดนตรี นาฏศิลป์ และนันทนาการ
6. กิจกรรมค่ายแกนนำต่อต้านยาเสพติด
7. กิจกรรมส่งเสริมการแสดงออกวันสำคัญ
8. กิจกรรมค่ายแกนนำต่อต้านยาเสพติด
9. กิจกรรมเดินทางไกลเข้าค่ายพักแรม
10. กิจกรรม 5 ส
11. กิจกรรมห้องเรียนสีขาว
12. กิจกรรมอบรมคุณธรรมจริยธรรมสวดมนต์ทุกวันศุกร์
ด้านที่ 2 มาตรการค้นหา
1. กิจกรรมระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน/กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน
2. กิจกรรมสุ่มตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด
ด้านที่ 3 มาตรการรักษา
1. กิจกรรมโฮมรูม แนะแนว
2. กิจกรรมคลินิกเสมารักษ์
ด้านที่ 4 มาตรการเฝ้าระวัง
1. กิจกรรมครู D.A.R.E
2. กิจกรรมตู้แดงเสมารักษ์
ด้านที่ 5 มาตรการด้านบริหารจัดการ
ผู้บริหารสร้างเครือข่ายร่วมวางแผน โดยการลงนามในบันทึกข้อตกลงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การขยายผลการดำเนินงาน ประเมินผล และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
การตรวจสอบ (Check)
การตรวจสอบและประเมินผลเป็นขั้นตอนที่มุ่งเน้นการติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลการดำเนินงาน โดยเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเป้าหมาย ตัวชี้วัด และแผนงานที่กำหนดไว้ ขั้นตอนนี้ช่วยให้สถานศึกษาทราบถึงระดับความสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค และปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน การตรวจสอบและประเมินผลควรดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยใช้เครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย เช่น การสังเกต การประเมินจากเอกสาร หลักฐานเชิงประจักษ์ และการสะท้อนผลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ข้อมูลที่ได้จากการประเมินจะเป็นฐานสำคัญในการตัดสินใจและวางแนวทางการปรับปรุงพัฒนา เมื่อดำเนินงานตามแผนแล้ว สถานศึกษาดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินความก้าวหน้า (Check) ผ่านกระบวนการ K : Knowledge Sharing โดยเปิดโอกาสให้มีการสื่อสาร แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสะท้อนผลการดำเนินงานร่วมกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องทั้งในระดับห้องเรียน ระดับสถานศึกษา และระดับภาคีเครือข่าย การติดตามและตรวจสอบในขั้นตอนนี้มิได้มุ่งเน้นการควบคุมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการรวบรวมข้อมูล หลักฐาน และผลการดำเนินงานเพื่อใช้ประกอบการประเมินสถานศึกษาสีขาวตามเกณฑ์ของ สพฐ.
การปรับปรุงพัฒนา (Act)
การปรับปรุงพัฒนาเป็นขั้นตอนที่นำผลจากการตรวจสอบและประเมินผลมาใช้ในการทบทวน ปรับปรุง และพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่พบจากการปฏิบัติจริง ขั้นตอนนี้ช่วยให้สถานศึกษาสามารถยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงพัฒนาไม่ใช่การสิ้นสุดกระบวนการ แต่เป็นการเชื่อมโยงกลับไปสู่การวางแผนรอบใหม่ ทำให้เกิดวงจรการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งนี้ การนำบทเรียนรู้และแนวปฏิบัติที่ดีไปใช้ในการพัฒนางาน จะช่วยสร้างความเข้มแข็ง ความยั่งยืน และวัฒนธรรมคุณภาพในสถานศึกษา โรงเรียนเชิงคีรี (สุวิชานวรวุฒิ)ใช้หลัก R : Review & Improve เป็นกลไกในการนำผลการประเมินและข้อเสนอแนะจากการดำเนินงานมาทบทวน ปรับปรุง และพัฒนาแผนงาน มาตรการ และวิธีการดำเนินงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น นำผลการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงมาปรับใช้ในการวางแผนรอบถัดไป เพื่อยกระดับคุณภาพการดำเนินงานด้านสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขให้มีความเข้มแข็ง ต่อเนื่อง และยั่งยืน กระบวนการดังกล่าวทำให้การพัฒนาสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขไม่เป็นเพียงกิจกรรมหรือโครงการระยะสั้น แต่เป็นระบบการบริหารจัดการที่ฝังอยู่ในวัฒนธรรมองค์กรและสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
4. ผลการดำเนินงาน
โรงเรียนเชิงคีรี (สุวิชานวรวุฒิ) ได้ดำเนินการพัฒนานวัตกรรมการพัฒนาสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขสู่ความยั่งยืน ด้วยรูปแบบ C3KR Model เพื่อปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและอบายมุข ป้องปรามและดูแลช่วยเหลือนักเรียนจากปัญหายาเสพติดและอบายมุข จนก่อเกิดความสำเร็จ ดังนี้
1. นักเรียนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโทษและพิษภัยของยาเสพติดและอบายมุขเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการปฏิเสธพฤติกรรมเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม นักเรียนแสดงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านคุณธรรม จริยธรรม วินัย และความรับผิดชอบมากขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมเสี่ยงด้านยาเสพติดและอบายมุขลดลง สอดคล้องกับเป้าหมายของสถานศึกษาสีขาวที่มุ่งเน้นการพัฒนานักเรียนอย่างรอบด้าน นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมอย่างต่อเนื่อง เช่น กิจกรรมหน้าเสาธง กิจกรรมคุณธรรม และกิจกรรมชมรม ส่งผลให้บรรยากาศในโรงเรียนเอื้อต่อการเรียนรู้และปลอดภัยจากยาเสพติด
2. โรงเรียนสามารถพัฒนาระบบการบริหารจัดการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ที่ชัดเจน โดยใช้ข้อมูลสถานการณ์จริงเป็นฐานในการวางแผนและตัดสินใจ การดำเนินงานมีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของผู้บริหาร ครู และบุคลากรอย่างชัดเจน ครอบคลุมการป้องกัน การแก้ไข และการฟื้นฟูผู้เรียนอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายสถานศึกษาสีขาวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง โรงเรียนมีแผนงาน โครงการ และหลักฐานการดำเนินงานสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ที่ครบถ้วนตามเกณฑ์ของ สพฐ. และสามารถนำไปใช้เป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินงานประจำปีของสถานศึกษา
3. การดำเนินงานด้วยรูปแบบ C3KR Model ส่งผลให้เกิดความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมระหว่างโรงเรียนและภาคีเครือข่าย ผู้ปกครองและชุมชนมีบทบาทในการดูแล เฝ้าระวัง และสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนมากขึ้น โรงเรียนสามารถประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกในการจัดกิจกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้การดำเนินงานมีพลังและความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น มีการจัดกิจกรรมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้ชุมชนมีความตระหนักและร่วมรับผิดชอบต่อการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
4. โรงเรียนมีระบบติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขอย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการทบทวนผลการดำเนินงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ผลการประเมินถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงแผนงานและแนวทางการดำเนินงานในรอบถัดไป ส่งผลให้การดำเนินงานมีคุณภาพและสามารถรักษามาตรฐานสถานศึกษาสีขาวได้อย่างยั่งยืน โรงเรียนสามารถดำเนินงานสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขได้อย่างต่อเนื่องทุกปีการศึกษา และมีแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการใช้ข้อมูลประเมินผลเพื่อพัฒนางาน ซึ่งสามารถขยายผลและถ่ายทอดให้กับสถานศึกษาอื่นได้
5. ปัจจัยความสำเร็จ
1. นักเรียนแกนนำทั้ง 4 ฝ่ายเข้าใจบทบาทหน้าที่ในภารกิจและดำเนินงานอย่างจริงจังเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ทั้ง 4 ด้านของกิจกรรมห้องเรียนสีขาว
2. ครูให้ความช่วยเหลือและดูแลนักเรียน มีทัศนคติที่ดีต่อนักเรียนและพร้อมที่จะพัฒนานักเรียนในทุก ๆ ด้าน
3. ผู้บริหารมีการบริหารจัดการที่ดี มีการกำกับ ติดตาม และประเมินผล ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานทุกกิจกรรม
4. ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานเป็นอย่างดี ร่วมสอดส่องดูแลนักเรียนและทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง
5. ชุมชน หน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน ให้ความร่วมมือและสนับสนุนกิจกรรมเป็นอย่างดี
6. ภาคีเครือข่ายให้ความร่วมมือ มีส่วนร่วม และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการขับเคลื่อนและพัฒนาโรงเรียนสีขาวเป็นอย่างดี
6. บทเรียนที่ได้รับ
ข้อสังเกต
จากการดำเนินงานโดยใช้นวัตกรรมการพัฒนาสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข สู่ความยั่งยืน ด้วยรูปแบบ C3KR Model พบว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง สิ่งหนึ่งที่ได้รับจากการ ดำเนินงาน คือ เครือข่ายทุกเครือข่าย ตลอดจนคณะครูในโรงเรียน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม ประกอบกับโรงเรียนมีกระบวนการในการดำเนินงานที่เป็นระบบ และมีขั้นตอนที่ชัดเจน ทำให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จ
ข้อเสนอแนะ
1. นำผลการประเมิน/การปฏิบัติ มาวิเคราะห์ถึงความสำเร็จและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อปรับปรุงและนำไปพัฒนาการดำเนินโครงการ/กิจกรรมห้องเรียนสีขาว ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลอย่างก้าวหน้าในครั้งต่อไป
2. นำรูปแบบกิจกรรมไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับสภาพบริบทของโรงโรงเรียน
3. การสร้างความเข้าใจระหว่างครู นักเรียน และผู้ปกครอง ให้มีความเข้าใจที่ตรงกันและเกิดความร่วมมือในการดำเนินงานสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น