บทคัดย่อ
ชื่อผลงาน: การพัฒนากิจกรรม ฮ่วมสร้างศิลป์ รักษ์ถิ่นไทย เพื่อส่งเสริมทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง ตามแนวทางพระบรมราโชบายด้านการศึกษา รัชกาลที่ ๑๐ (H-S-S Model)
หน่วยงาน: โรงเรียนโสกชันวิทยานุสรณ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๒
ผู้จัดทำ: คณะครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนโสกชันวิทยานุสรณ์
การรายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) พัฒนารูปแบบกิจกรรม ฮ่วมสร้างศิลป์ รักษ์ถิ่นไทย (H-S-S Model) ในการส่งเสริมทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง ๒) ศึกษาผลการใช้รูปแบบกิจกรรมในการพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียนด้านทัศนคติเชิงบวกต่อชาติบ้านเมืองผ่านกระบวนการเรียนรู้และสืบสานศิลปวัฒนธรรม และ ๓) ประเมินความพึงพอใจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีต่อการดำเนินงานตามนวัตกรรม โดยกลุ่มเป้าหมายคือนักเรียนโรงเรียนโสกชันวิทยานุสรณ์ จำนวน ๕๓ คน ในปีการศึกษา ๒๕๖๗-๒๕๖๘
กระบวนการพัฒนานวัตกรรมอาศัยการสังเคราะห์ฐานคิดเชิงปรัชญาพิพัฒนาการนิยม (Progressivism) และทฤษฎีการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) บูรณาการเข้ากับนโยบายการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ จนเกิดเป็นรูปแบบ H-S-S Model ซึ่งขับเคลื่อนด้วยวงจรคุณภาพ PDCA ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก ๓ ประการ ได้แก่
H - Heritage (มรดกทางวัฒนธรรม): การสืบค้นและถอดบทเรียนจากปราชญ์ท้องถิ่นเพื่อสร้างหลักสูตรดนตรีพื้นบ้าน (โปงลาง) และทัศนศิลป์ที่สะท้อนวิถีชีวิตอีสาน
S - Synergy (พลังแห่งความร่วมมือ "ฮ่วมสร้าง"): การสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เหนียวแน่นระหว่างบ้าน วัด และโรงเรียน (บวร) ผ่านการร่วมวางแผนและปฏิบัติกิจกรรมร่วมกันอย่างเป็นกัลยาณมิตร
S - Spirit (จิตวิญญาณและความรักชาติ): การสร้างความตระหนักรู้และภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง นำไปสู่การมีทัศนคติที่ถูกต้องและมั่นคงต่อสถาบันหลักของชาติ
ผลการดำเนินงานพบว่า นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ มีพัฒนาการด้านทักษะดนตรีและทัศนศิลป์อย่างก้าวกระโดด และมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมืองในระดับดีเยี่ยม ผลการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามพระบรมราโชบายฯ พบว่าผู้เรียนมีคะแนนเฉลี่ยรวมสูงถึง ๔.๘๖ ซึ่งจัดอยู่ในระดับ สูงมาก โดยมีจุดเด่นคือความกตัญญูต่อบรรพบุรุษและความเอื้ออาทรต่อครอบครัวและชุมชน ในด้านความพึงพอใจพบว่า ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และชุมชน มีความพึงพอใจต่อภาพรวมของกิจกรรมในระดับสูงมาก (ค่าเฉลี่ย ๔.๗๖) นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังส่งผลให้นักเรียนได้รับรางวัลเหรียญทองจากการประกวดแข่งขันระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับจังหวัด สร้างชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับแก่สาธารณชน
บทสรุปเชิงวิชาการสะท้อนให้เห็นว่า H-S-S Model เป็นนวัตกรรมที่สามารถหลอมรวม "ศิลปะ" เข้ากับ "การสร้างคน" ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่สร้างทักษะสุนทรียภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ทางความคิดให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีทัศนคติที่ถูกต้อง มั่นคงในสถาบัน และพร้อมสืบสานมรดกไทยให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ผลการดำเนินงานนี้จึงเป็นตัวอย่างความสำเร็จ (Best Practice) ที่มีความพร้อมสำหรับการขยายผลและเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงประจักษ์ให้แก่สถานศึกษาอื่นสืบไป
คำสำคัญ: พระบรมราโชบายด้านการศึกษา รัชกาลที่ ๑๐, ทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง, ฮ่วมสร้างศิลป์ รักษ์ถิ่นไทย, H-S-S Model, ภูมิปัญญาท้องถิ่น, การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)