ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

ชื่อผลงาน โรงเรียนปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด ไม่ใกล้ชิดอบายมุข น้อมจิตถวายองค์ราชัน โดยใช้กระบวนการขับเคลื่อนการทำงานรูปแบบ “KEHRO Model

ชื่อผลงาน โรงเรียนปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด ไม่ใกล้ชิดอบายมุข น้อมจิตถวายองค์ราชัน

โดยใช้กระบวนการขับเคลื่อนการทำงานรูปแบบ “KEHRO Model”

ชื่อหน่วยงาน โรงเรียนบ้านเกะรอ หมู่ที่ 1 ตำบลเกะรอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๑

ที่ปรึกษาโครงงาน นายวุฒินันท์ โพหะดา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเกะรอ

ผู้รับผิดชอบโครงงาน นางสาวรุสมี แบรอสะแม ครูโรงเรียนบ้านเกะรอ

ระยะเวลาดำเนินงาน ปีการศึกษา 2568

...................................................................................................

1. ความเป็นมาและความสำคัญของนวัตกรรม

ยาเสพติดหรือของมึนเมาในความหมายขององค์การอนามัยโลก หมายถึง ยาหรือสารที่เสพเข้าสู่ร่างกายแล้วติด ทำให้เกิดผลต่อจิตใจ อารมณ์ และพฤติกราม ทำให้เกิดอาการมึนเมาและขาดสติ จนในที่สุดจะทำให้เกิดอันตรายโรคภัยไข้เจ็บต่อร่างกายและจิตใจ พันธุกรรม คือ สาเหตุที่ผู้ติดสารเสพติดหรือผู้ติดสุราที่ไม่สามารถควบคุมการเสพหรือการดื่มได้ จนมีอาการเสพติดเรื้อรั้ง (วิถีพีเดีย สารนุกรมเสรี, 2566) ผลกระทบจากปัญหายาเสพติดมีทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพอนามัย การศึกษา ความสุขของประชาชนโดยทั่วไป รวมถึงประเทศชาติโดยส่วนรวม รัฐยังต้องสูญเสียงบประมาณไปกับการบำบัดฟื้นฟู้สมรรถนะและช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟู้สมรรถนะปีละไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท (สำนักยุทธศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, 2558 : 1)

ยาเสพติดเป็นสิ่งผิดกฎหมายที่มีในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนอย่างมากมาย ปัญหายาเสพติดนั้นได้แทรกซึมเข้าไปในทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและถาคเอกชน จึงทำให้ในแต่ละปีรัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นจำนวนเงินมหาศาลในการที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยปัญหายาการติดยาเสพติดในปัจจุบันของประเทศไทยนั้นเกิดจากความคุกคะนอนของเยาวชน ความยากรู้อยากลอง และต้องการเป็นที่ยอมรับของกลุ่มเพื่อน ด้วยเหตุดังกล่าว ปัญหายาเสพติดจึงต้องเร่งแก้ไข โดยอาศัยความร่วมมือจากคนในครอบครัว โรงเรียน รวมถึงชุมชนที่อยู่อาศัยในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เช่น ให้ความรู้เรื่องของยาเสพติดและโทษแก่เยาวชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เกิดประสิทธิภาพ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2564)

ปัญหายาเสพติดเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาสังคม ดำรงอยู่ควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มเยาวชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เป็นวัยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการใช้ยาเสพติด เมื่อเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สมองจะถูกทำลายส่งผลถึงการเรียน และอาจชักชวนเพื่อนให้มายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ส่งผลให้ปัญหายาเสพติดทวีความรุนแรงมากขึ้น และสถานการณ์การแพร่ระบาทยาเสพติดในประเทศไทย พบว่า มีการติดต่อสื่อสารค้าขายยาเสพติดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การใช้ Facebook, Line, Twitter โดยช่องทางที่พบมากที่สุด คือ Twitter รองลงมาคือ Facebook และยาเสพติดที่มีการใช้มากที่สุดคือ ยาบ้า กัญชา และไอซ์ ตามลำดับ

“อบายมุข” ถือเป็นสิ่งที่ต้องห้ามในสังคม ทุกศาสนาและความเชื่อ ถึงแม้อบายมุขจะควบคู่กับยุคแรกๆ ของการมีอยู่ของสังคมมนุษย์ แต่ประชาคมโลกในทุกยุคทุกสมัยต่างก็เห็นพ้องต้องกันในการกำหนดมาตรฐานขั้นพื้นฐานของคำว่า “อบายมุข” อำนาจแห่งอบายมุขซึ่งเป็นหนทางแห่งความฉิบหายและความเสื่อม ผู้ใดเข้าไปตกหลุมหรือเดินเข้าสู่เส้นทางนี้แล้ว ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้เดินทางเข้าสู่หนทางแห่งความเสื่อม แต่มนุษย์ก็ยังมีสังคมแห่งปัญญาและคุณธรรม เป็นสังคมจะต้องปลอดอบายมุขอย่างหมดจด แต่ในสังคมโดยเฉพาะอำนาจรัฐและกลุ่มชี้นำสังคมจะต้องใช้ความพยายามอย่างแรงกล้าในการรักษาพลังคุณธรรมให้อยู่เหนือความจำกัดของสังคมที่เอ่อล้นจนท่วมและครอบงำสภาพของสังคมให้มีอันเป็นไปในทิศทางที่ไม่พึงประสงค์ ทุกเพศ ทุกวัยย่อมตกอยู่ในอบายมุข โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันยิ่งมองเห็นได้ชัดว่าเกิดความเดือดร้อนด้วยอำนาจของอบายมุข เช่น เที่ยวกลางคืน การพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร และเกียจคร้านการทำงาน

กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดให้การดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและอบายมุขในสถานศึกษา เป็นการดำเนินงานที่มีความต่อเนื่อง เข้มแข็ง และยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาล จึงกำหนดแนวทางให้หน่วยงานและสถานศึกษาดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและอบายมุขในสถานศึกษา โดยดำเนินโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ให้เป็นสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขทุกชนิด ภายใต้แผนปฏิบัติการตามแนวทาง 5 มาตรการ โดยมีกลยุทธ์ 4 ต้อง 2 ไม่ คือ ต้องมียุทธศาสตร์ ต้องมีแผนงานยาเสพติด ต้องมีเครือข่ายการทำงาน ไม่ปกปิดข้อมูล อันจะก่อให้เกิดปัญหาสังคม ดังนั้น โรงเรียนที่จัดการศึกษาต้องมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการขับเคลื่อนป้องกันปัญหายาเสพติดและอบายมุข

ครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นหัวใจหลักสำคัญในการดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนให้เติบโต งดงาม และเป็นบุคคลที่มีคุณค่าของสังคม การพัฒนานักเรียนให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา มีความรู้ความสามารถและมีคุณธรรมจริยธรรม ดำเนินชีวิตเป็นสุขตามที่สังคมมุ่งหวัง โดยผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่โรงเรียนต้องดำเนินการจัดการศึกษาตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องการให้นักเรียนเป็นคนดี คนเก่ง ดำรงตนให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข การป้องกันและการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงรอบโรงเรียนที่มีพฤติกรรมไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การขาดเรียน การทะเลาะวิวาท ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนต้องไปเข้าช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาไม่ให้มีพฤติกรรมเสี่ยง ซึ่งมาจากปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบจากแหล่งอบายมุข

ปัจจุบันโรงเรียนบ้านเกะรอ ประเภทสถานศึกษาขนาดกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1 มีสภาพปัญหาคือ ผู้ปกครองมีฐานะยากจน มีการอพยพเข้าไปทำงานต่างจังหวัด นักเรียนย้ายตามผู้ปกครอง ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ไม่มีเวลาดูแลนักเรียน ส่งผลให้นักเรียนขาดการดูแลเอาใจใส่และการอบรมบ่มนิสัยจากผู้ปกครอง ทำให้มีปัญหาทางด้านการเรียน ปัญหาครอบครัว ขาดการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ขาดความรับผิดชอบ ทำให้ขาดเกราะป้องกันหรือไม่มีภูมิคุ้มกันในตัวเองรวมไปถึงภาวะเสี่ยงในเรื่องยาเสพติดและอบายมุขต่างๆ

จากความเป็นมาและความสำคัญดังกล่าวข้างต้น โรงเรียนบ้านเกะรอได้เล็งเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพ โดยนำหลักการ โรงเรียนปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด ไม่ใกล้ชิดอบายมุข น้อมจิตถวายองค์ราชันโดยใช้กระบวนการขับเคลื่อนการทำงาน รูปแบบ “KEHRO Model”

2. วัตถุประสงค์และเป้าหมาย

2.1 วัตถุประสงค์

2.1.1 เพื่อปลูกฝังคุณธรรมให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกันในการป้องกันปัญหายาเสพติดและอบายมุข

2.1.2 เพื่อดูแลช่วยเหลือนักเรียนจากปัญหายาเสพติดและอบายมุขและผู้อยู่รอบข้างตลอดถึงสังคม

2.1.3 เพื่อสร้างคุณงามความดีถวายเทิดไท้องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

2.2 เป้าหมาย

2.2.1 เชิงปริมาณ

- นักเรียนโรงเรียนบ้านเกะรอ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ปีการศึกษา

2568 จำนวน 143 คน

2.2.2 เชิงคุณภาพ

- เพื่อจัดกิจกรรมเฝ้าระวังให้นักเรียนทุกคนปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด

และไม่ใกล้ชิดอบายมุข

- นักเรียนและผู้ปกครองสามารถนำแนวปฏิบัติไปใช้ในการดำรงชีวิตได้

3. ขั้นตอนการดำเนินงาน

การบริหารจัดการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข โดยนำหลักการ โรงเรียนปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด ไม่ใกล้ชิดอบายมุข น้อมจิตถวายองค์ราชัน โดยใช้กระบวนการขับเคลื่อนการทำงาน รูปแบบ “KEHRO Model” เป็นการนำองค์ประกอบที่ได้จากการวิเคราะห์ที่ประกอบไปด้วยปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) และผลลัพธ์ (Outcome) ได้แก่

1) ปัจจัยนำเข้า (Input) คือข้อมูลสำคัญที่จะใช้ในการขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบายสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ได้แก่ (1.1) การสำรวจสภาพปัจจุบันและความคาดหวังต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข (1.2) นโยบายสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข (1.3) โครงการ/กิจกรรมสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข (1.4) การบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยใช้หลักการมีส่วนร่วมของบุคคล ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ครู บุคลากร ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่าย

2) ปัจจัยกระบวนการ (Process) กระบวนการใช้งานรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ของโรงเรียนบ้านเกะรอ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1 โดยนำหลักการ โรงเรียนปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด ไม่ใกล้ชิดอบายมุข น้อมจิตถวายองค์ราชัน โดยใช้กระบวนการขับเคลื่อนการทำงาน รูปแบบ “KEHRO Model” โดยมีขั้นตอนกระบวนการ ดังนี้

K : Knowledge (ความรู้) สอดคล้องกับภารกิจที่ 1 สถานศึกษามุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับโทษและภัยของยาเสพติดและอบายมุข ผ่านกิจกรรมบูรณาการทุกกลุ่มสาระ โดยใช้วิทยากรและครูเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียนคิดวิเคราะห์และสร้างแนวทางการป้องกันตนเอง

E : Engagement (การมีส่วนร่วม) สอดคล้องกับภารกิจที่ 2 การจัดกิจกรรมรณรงค์ในโรงเรียนและชุมชน โดยเฉพาะวันต่อต้านยาเสพติดโลก เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกิจกรรม

H : Habit (พฤติกรรม/นิสัยที่ดี) สอดคล้องกับภารกิจที่ 3 การปวารณาตัวของนักเรียน ครู และผู้ปกครอง เป็นการปลูกฝังพฤติกรรมที่ดี สร้างวินัยในตนเอง และยึดมั่นในการลด ละ เลิก ยาเสพติดและอบายมุข

R : Relationship (ความสัมพันธ์/เครือข่าย) สอดคล้องกับภารกิจที่ 2 และ 4 การประสานความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน รวมถึงการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการเฝ้าระวังและป้องกัน

O : Outcome (ผลลัพธ์) เกิดจากการดำเนินงานทุกภารกิจร่วมกัน นักเรียนมีภูมิคุ้มกันทางความคิดและพฤติกรรม ห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข ครูและบุคลากรเป็นแบบอย่างที่ดี และสถานศึกษามีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

การบูรณาการนวัตกรรมโรงเรียนปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด ไม่ใกล้ชิดอบายมุข น้อมจิตถวายองค์ราชัน รูปแบบ “KEHRO Model” สู่ PDCA สถานศึกษาได้นำ KEHRO Model (K–E–H–R–O) มาบริหารจัดการผ่านวงจรคุณภาพ PDCA (Plan–Do–Check–Act) เพื่อให้การดำเนินงานมีความเป็นระบบ ต่อเนื่อง และเกิดผลลัพธ์อย่างยั่งยืน ดังนี้

1) ขั้นตอนการวางแผน (Plan)

1.1) ผู้บริหารสถานศึกษาประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครอง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจได้รับทราบนโยบายเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข

1.2) ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครองร่วมกันวิเคราะห์สภาพปัญหาและสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดและอบายมุขในสถานศึกษาและชุมชน เพื่อสร้างความตระหนักในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขยาเสพติดและอบายมุขอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

1.3) ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครองและครู เตรียมความพร้อมสู่การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติโดยจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีการศึกษา 2568 แต่งตั้งผู้รับผิดชอบและคณะทำงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข

1.4) จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างผู้บริหารโรงเรียนกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกัน

2) ขั้นตอนการปฏิบัติ (Do)

2.1) ดำเนินการตามขั้นตอนของการดูแลและช่วยเหลือนักเรียนให้มีความปลอดภัย ห่างไกล ยาเสพติด ไม่ใกล้ชิดอบายมุข โดยใช้นวัตกรรม โรงเรียนปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด ไม่ใกล้ชิดอบายมุข น้อมจิตถวายองค์ราชัน โดยใช้กระบวนการขับเคลื่อนการทำงาน รูปแบบ “KEHRO Model” ดังนี้

- ภารกิจที่ ๑ ให้ความรู้ถึงโทษและภัยที่เกิดจากยาเสพติดและอบายมุข

ในช่วงโมงกิจกรรมบูรณาการ (ทุกกลุ่มสาระ) ในแต่ละระดับชั้นเรียนได้เชิญวิทยากรจากภายนอกและครูมาให้ความรู้เรื่อง โทษและภัยจากที่เกิดจากการยาเสพติดและอบายมุข พร้อมทั้งให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและหาวิธีการป้องกัน

- ภารกิจที่ ๒ รณรงค์ลด ละ เลิก ยาเสพติดและอบายมุข

ในช่วงเดือนมิถุนายน และวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. 2568 จัดกิจกรรมรณรงค์ในโรงเรียนและชุมชนเพื่อลด ละ เลิก ยาเสพติดและอบายมุข รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครอง ชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย

- ภารกิจที่ ๓ ปวารณาตัว ลด ละ เลิก ยาเสพติดและอบายมุข

นักเรียน ครู และผู้ปกครองร่วมกันปวารณาตัวในการลด ละ เลิก ยาเสพติดและอบายมุข

- ภารกิจที่ ๔ ประชาสัมพันธ์ให้คนรอบข้างลด ละ เลิก เลิก ที่เกิดจากยาเสพติดและอบายมุข

นักเรียน (กลุ่มธนาคารบุญ) ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนเข้าร่วมโครงการและนักเรียนขยายผลนักเรียน จำนวน ๑ คน ต้องนำไปขยายผลให้คนรอบข้าง จำนวน ๕ คน สร้างเป็นเครือข่ายใยแมงมุม โดยนักเรียนต้องประชาสัมพันธ์ให้รู้ถึงโทษและภัยจากการยาเสพติดและอบายมุข ร่วมลงนามปวารณาตนเข้าร่วมเด็กน้อยชวนคนรอบข้าง ลด ละ เลิก ยาเสพติดและอบายมุข น้อมจิตถวายองค์ราชัน

3) ขั้นตอนการตรวจสอบ (Check)

3.1) นิเทศ กำกับ ติดตาม ผลการดำเนินงานเพื่อส่งเสริม สนับสนุน การดำเนินงานอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิผล

3.2) ปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาการดำเนินงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสะท้อนผลการดำเนินงานด้านเนื้อหา กระบวนการและผลลัพธ์ที่เกิดกับนักเรียน

4) ขั้นตอนการปรับปรุงและพัฒนา (Action)

4.1) วิเคราะห์ผลการดำเนินงานเพื่อหาจุดที่ต้องปรับปรุง

4.2) ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาการดำเนินงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้นเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาในครั้งต่อไป โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

4.3) ขยายความร่วมมือในชุมชนและสถานศึกษา

4.4) สร้างนวัตกรรมหรือแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)

3) ผลผลิต (Output)

3.1 นักเรียนมีการแสดงออกเชิงพฤติกรรมในการปฏิเสธยาเสพติดและอบายมุข

3.2 ครูจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านการหลีกเลี่ยงยาเสพติดและอบายมุขได้อย่างเป็นระบบ

3.3 มีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นรูปธรรมและบรรยากาศที่เอื้อต่อการป้องกัน

ยาเสพติดและอบายมุข

3.4 เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการป้องกันยาเสพติดระหว่างโรงเรียน ชุมชน และภาคีเครือข่าย

4) ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) ได้แก่ แนวทางการปรับปรุงนวัตกรรม โรงเรียนปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด ไม่ใกล้ชิดอบายมุข น้อมจิตถวายองค์ราชัน โดยใช้กระบวนการขับเคลื่อนการทำงาน รูปแบบ “KEHRO Model”

5) ผลลัพธ์ (Outcome)

5.1 นักเรียนมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข

5.2 ครูและบุคลากรเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตห่างไกลยาเสพติดและอบายมุข

5.3 มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เอื้อต่อการเรียนรู้ และปลอดจากยาเสพติด

5.4 ชุมชนและภาคีเครือข่ายเกิดความร่วมมือในการเฝ้าระวังและป้องกันยาเสพติดและอบายมุข

4. ผลการดำเนินงาน/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ

โรงเรียนบ้านเกะรอ ได้ดำเนินงานรูปแบบการบริหารจัดการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข โดยใช้นวัตกรรม โรงเรียนปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด ไม่ใกล้ชิดอบายมุข น้อมจิตถวายองค์ราชัน โดยใช้กระบวนการขับเคลื่อนการทำงาน รูปแบบ “KEHRO Model” บรรลุผลสำเร็จ ดังนี้

1. ผลการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์

1. นักเรียนมีคุณธรรม มีภูมิคุ้มกันในการป้องกัน ห่างไกล ยาเสพติดและอบายมุข

2. นักเรียนทุกคนได้รับการดูแลช่วยเหลือ ส่งเสริม ป้องกัน และชวนคนรอบข้างและสังคมให้ปลอดยาเสพติดและอบายมุข

3. นักเรียนมีส่วนช่วยเหลือสังคมอีกทั้งนำหลักธรรมและน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้เพื่อทำความดีถวายองค์ราชัน

2. ผลสัมฤทธิ์

2.1 ด้านผู้เรียน

2.1.1 นักเรียนมีความรู้และความตระหนักเกี่ยวกับโทษของยาเสพติดและอบายมุขเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

2.1.2 นักเรียนสามารถปฏิเสธพฤติกรรมเสี่ยง และมีแนวโน้มพฤติกรรมที่เหมาะสมเพิ่มขึ้น

2.2 ด้านครู

2.2.1 ครูสามารถบูรณาการเนื้อหาและจัดกิจกรรมป้องกันยาเสพติดและอบายมุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.2.2 ครูมีทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และเป็นแบบอย่างที่ดี

2.3 ด้านสถานศึกษา

2.3.1 สถานศึกษามีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้

2.3.2 เกิดแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านโรงเรียนปลอดยาเสพติดและอบายมุข

2.4 ด้านชุมชน

2.4.1 เกิดเครือข่ายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง

2.4.2 ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติดและอบายมุข

3. ประโยชน์ที่ได้รับ

3.1 ด้านผู้เรียน

3.1.1 นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ดี ดำเนินชีวิตอย่างปลอดภัย

3.1.2 นักเรียนได้รับการพัฒนาให้มีภูมิคุ้มกันทางความคิดและพฤติกรรม

3.2 ด้านครู

3.2.1 ครูได้รับการพัฒนาศักยภาพในการจัดการเรียนรู้และการดูแลช่วยเหลือนักเรียน

3.2.2 ครูเกิดวัฒนธรรมการทำงานแบบมีส่วนร่วมและการทำงานเป็นทีม

3.3 ด้านสถานศึกษา

3.3.1 สถานศึกษาเป็นแบบอย่างสถานศึกษาปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด

3.3.2 สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพและยั่งยืน

3.4 ด้านชุมชน

3.4.1 ชุมชนมีความเข้มแข็ง และร่วมมือกับโรงเรียนในการพัฒนาเด็กและเยาวชน

3.4.2 ปัญหายาเสพติดในชุมชนลดลง

5. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

1. การบริหารจัดการเชิงระบบด้วย KEHRO Model ร่วมกับ PDCA สถานศึกษามีรูปแบบการบริหารที่ชัดเจน โดยใช้ KEHRO Model เป็นกรอบแนวคิด และขับเคลื่อนด้วยวงจร PDCA ทำให้การดำเนินงานมีการวางแผน ปฏิบัติ ตรวจสอบ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืน

2. ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ มุ่งมั่น และให้ความสำคัญกับการป้องกันยาเสพติดอย่างจริงจัง สามารถขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

3. การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน (Participation) ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน มีส่วนร่วมในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการจัดกิจกรรม การรณรงค์ และการเฝ้าระวัง ทำให้เกิดความร่วมมือและความเข้มแข็งของเครือข่าย

4. การบูรณาการในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ครูสามารถบูรณาการเนื้อหาการป้องกันยาเสพติดและอบายมุขในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้และซึมซับคุณลักษณะที่พึงประสงค์อย่างต่อเนื่อง

5. การปลูกฝังพฤติกรรมและค่านิยมที่ดี (Habit Formation) การจัดกิจกรรมปวารณาตัว และกิจกรรมเชิงคุณธรรม ช่วยให้นักเรียนเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีวินัยในตนเอง และห่างไกลอบายมุขอย่างยั่งยืน

6. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Network & Relationship) สถานศึกษามีการประสานงานกับหน่วยงานภายนอกและชุมชนอย่างต่อเนื่อง เช่น ผู้นำชุมชน วิทยากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดเครือข่ายในการป้องกันยาเสพติดอย่างเข้มแข็ง

7. การติดตาม ประเมินผล และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีระบบการติดตาม ตรวจสอบ และนำผลไปปรับปรุงพัฒนา (Feedback & Improvement) อย่างเป็นระบบ ทำให้การดำเนินงานมีความทันสมัย สอดคล้องกับบริบท และเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

6. บทเรียนที่ได้รับ

ข้อสรุป

การดำเนินงาน “โรงเรียนปลอดภัย ห่างไกลยาเสพติด ไม่ใกล้ชิดอบายมุข น้อมจิตถวายองค์ราชัน โดยใช้ KEHRO Model ร่วมกับ PDCA” ส่งผลที่ได้รับ ดังนี้

1. นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงโทษของยาเสพติด สามารถปฏิเสธพฤติกรรมเสี่ยง มีวินัยในตนเอง และมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ห่างไกลอบายมุข

2. ครูมีความสามารถในการบูรณาการเนื้อหาและจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก สามารถปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีให้กับผู้เรียน และเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต

3. สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการที่เป็นรูปธรรมตาม KEHRO Model ร่วมกับ PDCA มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และเกิดแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)

4. ชุมชนและผู้ปกครองมีความตระหนักและเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลนักเรียน เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งในการป้องกันยาเสพติด

ข้อสังเกต

1. พฤติกรรมของผู้เรียนต้องอาศัยการติดตามอย่างต่อเนื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการหลีกเลี่ยงยาเสพติดและอบายมุขจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาและการติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง จึงควรเสริมระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

2. สื่อและกิจกรรมควรพัฒนาให้ทันสมัยและหลากหลายมากขึ้นแม้กิจกรรมจะดำเนินได้ตามแผน แต่การใช้สื่อรูปแบบเดิมอาจไม่สอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียนในปัจจุบัน จึงควรพัฒนาสื่อดิจิทัลและกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้

3. การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชนยังไม่สม่ำเสมอ แม้ว่าจะมีการเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง แต่ระดับการมีส่วนร่วมยังแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาและกลุ่มเป้าหมาย จึงควรพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมให้หลากหลายและเข้าถึงมากขึ้น

ข้อเสนอแนะ

1. เสริมสร้างระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเข้มแข็ง ควรพัฒนาระบบคัดกรอง ติดตาม และให้คำปรึกษานักเรียน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเป็นรายบุคคล พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือระหว่างครูที่ปรึกษา ผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

2. พัฒนาสื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ให้ทันสมัยควรส่งเสริมการใช้สื่อดิจิทัล เช่น คลิปวิดีโอ อินโฟกราฟิก เกมการเรียนรู้ หรือกิจกรรมเชิงสถานการณ์ (Simulation) เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและประสิทธิภาพในการสร้างการเรียนรู้ของผู้เรียน

3. พัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชน ควรจัดกิจกรรมที่หลากหลายและยืดหยุ่น เช่น เวทีเสวนา การเยี่ยมบ้าน หรือกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

โพสต์โดย วุฒิ : [18 มี.ค. 2569 (01:37 น.)]
อ่าน [125] ไอพี : 182.232.203.140
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 11,743 ครั้ง
ดูฟรี! เฉลยข้อสอบฟิสิกส์เข้ามหาวิทยาลัยทาง online
ดูฟรี! เฉลยข้อสอบฟิสิกส์เข้ามหาวิทยาลัยทาง online

เปิดอ่าน 1,468 ครั้ง
ไม้กอล์ฟมีกี่แบบ? แชร์ทริกมือใหม่ เลือกยังไงให้เหมือนมือโปร
ไม้กอล์ฟมีกี่แบบ? แชร์ทริกมือใหม่ เลือกยังไงให้เหมือนมือโปร

เปิดอ่าน 16,514 ครั้ง
กล้องโทรทรรศน์โซเฟียค้นพบหลุมดำ 11 หลุมในอวกาศ
กล้องโทรทรรศน์โซเฟียค้นพบหลุมดำ 11 หลุมในอวกาศ

เปิดอ่าน 11,131 ครั้ง
ใช้บัตรเดบิตอย่างไรให้เป็น
ใช้บัตรเดบิตอย่างไรให้เป็น

เปิดอ่าน 10,528 ครั้ง
เพราะเหตุใด? หนุ่มญี่ปุ่นจึงโพสต์เตือนคนไทย อาจแห้วงานเพราะเฟซบุ๊ก!
เพราะเหตุใด? หนุ่มญี่ปุ่นจึงโพสต์เตือนคนไทย อาจแห้วงานเพราะเฟซบุ๊ก!

เปิดอ่าน 36,300 ครั้ง
รับชมย้อนหลัง "แนวทางใหม่การให้วิทยฐานะครู" ยุค นพ.ธีระเกียรติ จากรายการ เผชิญหน้า FaceTime  (7 ก.พ. 2560)
รับชมย้อนหลัง "แนวทางใหม่การให้วิทยฐานะครู" ยุค นพ.ธีระเกียรติ จากรายการ เผชิญหน้า FaceTime (7 ก.พ. 2560)

เปิดอ่าน 54,234 ครั้ง
วิจัยคืออะไร
วิจัยคืออะไร

เปิดอ่าน 12,452 ครั้ง
ปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาระดับภูมิภาค สะท้อนความล้มเหลวของใคร หรือจะหนีเสือปะจระเข้ โดย ณรงค์ ขุ้มทอง
ปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาระดับภูมิภาค สะท้อนความล้มเหลวของใคร หรือจะหนีเสือปะจระเข้ โดย ณรงค์ ขุ้มทอง

เปิดอ่าน 16,297 ครั้ง
กำจัดความเครียดได้ง่าย ๆ ด้วยการกินอาหาร
กำจัดความเครียดได้ง่าย ๆ ด้วยการกินอาหาร

เปิดอ่าน 20,664 ครั้ง
Best of Web เด็ดๆโดนๆ คลิปบนโลกออนไลน์
Best of Web เด็ดๆโดนๆ คลิปบนโลกออนไลน์

เปิดอ่าน 36,785 ครั้ง
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับค่ารากของสมการ
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับค่ารากของสมการ

เปิดอ่าน 13,914 ครั้ง
ระบบโทรทัศน์ในประเทศไทย มีระบบใดบ้าง?
ระบบโทรทัศน์ในประเทศไทย มีระบบใดบ้าง?

เปิดอ่าน 1,002 ครั้ง
กินอะไรแก้อาการแฮงค์ แนะนำ 5 สิ่งหากินง่าย ฟื้นตัวไว
กินอะไรแก้อาการแฮงค์ แนะนำ 5 สิ่งหากินง่าย ฟื้นตัวไว

เปิดอ่าน 28,796 ครั้ง
คำศัพท์ OOP
คำศัพท์ OOP

เปิดอ่าน 16,189 ครั้ง
ความเป็นมา  "วันสงกรานต์"
ความเป็นมา "วันสงกรานต์"

เปิดอ่าน 93,103 ครั้ง
เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
เทคนิคการสอบสัมภาษณ์
เปิดอ่าน 36,471 ครั้ง
ข้อปฏิบัติสำหรับการก่อสร้างอาคารเรียนแบบ ( สปช. 105/29 ) ( สปช. 2/28 3ชั้น ) ( สปช. 2/28 4 ชั้น)
ข้อปฏิบัติสำหรับการก่อสร้างอาคารเรียนแบบ ( สปช. 105/29 ) ( สปช. 2/28 3ชั้น ) ( สปช. 2/28 4 ชั้น)
เปิดอ่าน 26,995 ครั้ง
อิทธิบาท 4
อิทธิบาท 4
เปิดอ่าน 23,612 ครั้ง
บิดาอีเลิร์นนิ่งไทย (Father of Thai E-learning)
บิดาอีเลิร์นนิ่งไทย (Father of Thai E-learning)
เปิดอ่าน 3,424 ครั้ง
บัตรเลือกตั้ง 2566
บัตรเลือกตั้ง 2566

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ