ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > ไม่อยากให้ลูกลำบาก!! เทคนิคง่ายๆ สอนเด็กให้เป็น "เศรษฐี"

ไม่อยากให้ลูกลำบาก!! เทคนิคง่ายๆ สอนเด็กให้เป็น "เศรษฐี"

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 21 ม.ค. 2559 เปิดอ่าน : 11,466 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ไม่อยากให้ลูกลำบาก!! เทคนิคง่ายๆ สอนเด็กให้เป็น "เศรษฐี"

Advertisement

พ่อแม่ทุกคนอยากฝึกให้ลูกเป็นคนประหยัด มัธยัสถ์ รู้ค่าของเงิน ใช้จ่ายเงินอย่างรู้คุณค่าไม่ฟุ่มเฟือย นอกจากวิธีสอนให้ลูก “หยอดกระปุกออม” ยังมีอีกหลายวิธีที่สอนเด็กๆ ได้ เพื่อเป็นพื้นฐานให้พวกเขาได้เรียนรู้และฝึกฝนนำไปใช้จนกลายเป็นรากฐานที่สร้างความ “มั่งคั่ง” ให้กับพวกเขาเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่และถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ธนาคารกสิกรไทย โดยบริการ K-Expert ที่ปรึกษาด้านการเงิน มีวิธีง่ายๆ ที่แนะนำพ่อแม่ผู้ปกครอง


ออมเงินไว้ไม่อด

จัดการเงินด้วยตัวเอง ให้เงินลูกใช้จ่ายเป็นรายสัปดาห์ หรือรายเดือน เพื่อให้ลูกรู้จักประเมินว่าตนเองควรออมเงินและใช้จ่ายอย่างไร เช่น ให้เงินลูกเป็นรายสัปดาห์ สัปดาห์ละ 100 บาท นั่นหมายความว่า เฉลี่ยแล้วไม่ควรใช้เกินวันละ 20 บาท พ่อแม่อาจแนะนำลูกว่า หากวันใดใช้เกิน 20 บาท ก็ควรลดค่าใช้จ่ายของวันถัดไป ซึ่งวิธีเช่นนี้จะช่วยให้ลูกสามารถบริหารเงินรายรับได้เพียงพอตลอดทั้งสัปดาห์

รู้จักบัญชีเงินฝากและดอกเบี้ย เมื่อลูกมีเงินเก็บหลักร้อยหรือมากถึงหลักพัน ก็ควรพาลูกไปเปิดบัญชีออมทรัพย์ในชื่อของเขาเอง ลูกจะได้เกิดความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของบัญชีด้วยตัวเอง นอกจากนี้ การฝากเงินกับธนาคารทำให้เงินงอกเงยขึ้นจากดอกเบี้ยเงินฝาก ยิ่งฝากนานก็ยิ่งได้ดอกเบี้ยมากขึ้น

อยากได้ ให้เก็บออม เมื่อได้รับเงินค่าขนม เด็กๆ มักจะใช้เงินที่มีจนหมด และไม่เหลือเก็บออม และบางครั้งร้องขอให้ซื้อสิ่งของให้ พ่อแม่จึงควรกำหนดเป้าหมายกับเด็กๆ และสอนให้พวกเขาออมเงินโดยออมก่อนใช้ เช่น ถ้าลูกอยากได้จักรยานราคา 1,500 บาท พ่อแม่อาจช่วยออกเงินให้ลูกส่วนหนึ่ง และที่เหลือให้ลูกเริ่มต้นเก็บเงิน เช่น หักจากเงินค่าขนมประจำสัปดาห์จำนวนหนึ่งเพื่อเก็บเงินไว้ซื้อจักรยาน ซึ่งจะทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจกับของที่ซื้อได้ด้วยเงินเก็บของตัวเอง


ขยันไว้เพื่อได้เงิน

ทำงานเพื่อแลกเงิน สอนลูกให้เรียนรู้การทำงาน ถ้าลูกยังเล็ก ลองฝึกเด็กๆ หัดทำงานบ้าน โดยให้เงินค่าจ่างเล็กๆ น้อยๆ เช่น ถ้ากวาดบ้านถูพื้นเสร็จหมดแล้วจะได้เงินกี่บาท การให้ลูกได้มีส่วนร่วมในงานบ้านและต้องใช้แรงงานเพื่อให้ได้เงินเพิ่มนั้น จะช่วยให้ลูกเห็นคุณค่าของเงินมากขึ้น และได้รับรู้ถึงความลำบากของพ่อแม่ในการทำงาน

ใส่ใจการใช้จ่าย

ทำบัญชีรายรับรายจ่าย ช่วยให้เด็กรู้ว่า เงินค่าขนมที่ได้รับในแต่ละวันถูกใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง เช่น ค่าขนม ค่าอาหาร หรือค่าเดินทาง หากเงินที่ได้รับในแต่ละวัน ไม่พอใช้จ่าย บัญชีรายรับรายจ่ายจะช่วยให้รู้ว่า ควรปรับลดค่าใช้จ่ายส่วนใด เพื่อให้เงินค่าขนมที่ได้รับในแต่ละวันเพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

ซื้อเฉพาะสิ่งของที่จำเป็น ของเล่นกับเด็กมักเป็นของคู่กัน บ่อยครั้งที่พ่อแม่มักใจอ่อนเมื่อลูกร้องขอให้ซื้อของเล่นที่ตนอยากได้ การซื้อของเล่นให้เป็นประจำจะทำให้ลูกไม่รู้จักค่าของเงิน และอาจสร้างนิสัยใช้จ่ายฟุ่มเฟือยให้เกิดขึ้นเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ การปฏิเสธคำขอร้องให้ซื้อของเล่นและอธิบายถึงการใช้เงินในการซื้อของที่จำเป็นจะช่วยสร้างนิสัยที่ดีในการใช้จ่ายเงิน


เรียนรู้การแบ่งปัน

รู้จักรับและให้ เมื่อเด็กๆ มีวินัยในการใช้จ่ายเงินที่ดีแล้ว ควรฝึกให้เด็กๆ เรียนรู้คุณค่าของการแบ่งปันให้กับผู้ด้อยโอกาส เช่น เมื่อมีของเล่นที่ไม่ใช้แล้ว ควรนำของเล่นเหล่านี้ไปบริจาคให้กับผู้ด้อยโอกาสตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า หรือ เด็กพิการ นอกจากจะใช้ของเล่นที่มีอยู่ให้คุ้มค่าแล้ว ยังสอนให้พวกเขารู้จักการแบ่งปันให้กับคนอื่น เห็นคุณค่าของตัวเองที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมและสามารถช่วยเหลือคนอื่นๆ ในสังคมได้แม้จะเป็นเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง

 

ขอบคุณที่มาจาก มติชนออนไลน์ วันที่ 20 มกราคม 2559

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ไม่อยากให้ลูกลำบาก!! เทคนิคง่ายๆ สอนเด็กให้เป็น "เศรษฐี" , , ไม่อยากให้ลูกลำบาก!! , เทคนิคง่ายๆ , สอนเด็กให้เป็น , , เศรษฐี , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
แตงกวามีดีกว่าที่คุณคิด

แตงกวามีดีกว่าที่คุณคิด
เปิดอ่าน 10,301 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
12 วิธีแก้เซ็ง

12 วิธีแก้เซ็ง
เปิดอ่าน 7,928 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เรียนอะไร ได้ค่าตอบแทนสูงสุด ต้องคลิกมาอ่านนี่เลย☕ คลิกอ่านเลย
เรียนอะไร ได้ค่าตอบแทนสูงสุด ต้องคลิกมาอ่านนี่เลย
เปิดอ่าน 12,787 ครั้ง
กำเนิดหมากฝรั่ง☕ คลิกอ่านเลย
กำเนิดหมากฝรั่ง
เปิดอ่าน 7,764 ครั้ง
น้ำประปาแปลงร่าง กลายเป็นน้ำแข็งคนกลับชอบ!? ☕ คลิกอ่านเลย
น้ำประปาแปลงร่าง กลายเป็นน้ำแข็งคนกลับชอบ!?
เปิดอ่าน 5,911 ครั้ง
ยิ่งเดิน ยิ่งดีต่อสุขภาพ☕ คลิกอ่านเลย
ยิ่งเดิน ยิ่งดีต่อสุขภาพ
เปิดอ่าน 10,248 ครั้ง
วิธีระงับความโกรธ☕ คลิกอ่านเลย
วิธีระงับความโกรธ
เปิดอ่าน 11,861 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ประโยชน์ของมะระประโยชน์ของมะระ
เปิดอ่าน 11,245 ครั้ง
การอ่านแบบ  Skimmingการอ่านแบบ Skimming
เปิดอ่าน 42,995 ครั้ง
พบยาป้องกันหัวใจวาย เกล็ดเลือดเป็นตัวการของเลือดอุดตัน พบยาป้องกันหัวใจวาย เกล็ดเลือดเป็นตัวการของเลือดอุดตัน
เปิดอ่าน 6,484 ครั้ง
ฟังกันหรือยัง? เพลง "ครูเงินกู้" เพลงสะท้อนส่วนหนึ่งของชีวิตครูฟังกันหรือยัง? เพลง "ครูเงินกู้" เพลงสะท้อนส่วนหนึ่งของชีวิตครู
เปิดอ่าน 5,258 ครั้ง
4 สาเหตุที่เด็กๆ เบื่อโรงเรียน4 สาเหตุที่เด็กๆ เบื่อโรงเรียน
เปิดอ่าน 5,106 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
สนามเด็กเล่น
เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
ข่าวล่าสุด

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ