ื่อวิจัย การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษานครปฐม เขต 2
ผู้วิจัย นายธนัชพงศ์ สุนทรทิพยกิตติ์
ปีที่ทำวิจัย ปีการศึกษา 2567
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ความต้องการจำเป็นของการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียน 2) พัฒนารูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียน 3) ทดลองใช้รูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียน และ 4) ประเมินรูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียน วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานความต้องการจำเป็นของการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน โดยการวิเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สอบถามและสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ
เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบบันทึกการสนทนาและแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์เนื้อหา ขั้นตอนที่ 2 พัฒนารูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียน โดยการยกร่างรูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียน และตรวจสอบความเป็นไปได้ความเหมาะสมและความถูกต้องของรูปแบบจากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบประเมินเพื่อตรวจสอบคุณภาพรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ คือ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ขั้นตอนที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบการนิเทศภายใน ปีการศึกษา 2567 กับสถานศึกษาในสังกัด จำนวน 92 แห่ง ได้มาโดยการเปิดตารางเลขสุ่มของเครซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan) กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู เครื่องมือที่ใช้ คือ รูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียน
แบบประเมินพฤติกรรมการนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษา แบบประเมินความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของครูและแบบบันทึกผลกระทบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์เนื้อหา ขั้นตอนที่ 4 ประเมินรูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียน กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและศึกษานิเทศก์ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็นเพื่อประเมินรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ คือ ค่าเฉลี่ยและ
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิจัย พบว่า
1. ข้อมูลพื้นฐาน ความต้องการจำเป็นของการพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 มี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) สภาพการจัด การเรียนรู้ 2) สภาพการนิเทศภายในเพื่อการจัดการเรียนรู้ และ 3) รูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียน
2. รูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการ 4) การวัดและประเมินผล และ 5) ปัจจัยสนับสนุน โดยกระบวนการ มี 7 ขั้นตอน เรียกว่า FUTURE Clasroom Model ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 ค้นหาเป้าหมาย (Finding) ขั้นตอนที่ 2 สร้างความเข้าใจ (Understanding) ขั้นตอนที่ 3 สร้างทีมขับเคลื่อน (Team working) ขั้นตอนที่ 4 ดำเนินการภายใต้ข้อตกลงการพัฒนางาน (Using
Performance Agreement and Implement) ขั้นตอนที่ 5 สะท้อนผลการปฏิบัติ (Reflexing) ขั้นตอน ที่ 6 วัดและประเมินผล (Evaluating) และขั้นตอนที่ 7 เปลี่ยนสู่ห้องเรียนอนาคต (Classroom Changing to Future Classroom) โดยรวมรูปแบบมีความเป็นไปได้ เหมาะสมและถูกต้อง อยู่ในระดับมากที่สุดสามารถนำไปทดลองใช้ได้
3. การทดลองใช้รูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 มีข้อสรุปดังนี้ 1) ผู้บริหารสถานศึกษามีพฤติการนิเทศภายในของโรงเรียนภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) ครูมีระดับความสามารถในการจัดการเรียนรู้หลังการใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบ และ 3) ผลกระทบที่เกิดจากการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศภายใน ปรากฏผลดังนี้ (1) เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 3 มีผลการประเมินพัฒนาการระดับดี ขึ้นไปตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง
ประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 ปีการศึกษา 2567 เพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2566 (2) ผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ได้ระดับ 3 ขึ้นไป 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ในปีการศึกษา 2567 เพิ่มขึ้นสูงกว่า ปีการศึกษา 2566 (3) ครูผู้สอนมีผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ปีการศึกษา 2567 เพิ่มขึ้น จากปีการศึกษา 2566 จำนวน 240 ผลงาน(4) ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 มีผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านการนิเทศภายใน (5) โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 มีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินทุกโรงเรียน โดยมีผลการประเมินระดับ 3 ขึ้นไป (6) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 มีรางวัลความสำเร็จที่เกิดจากการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งระดับชาติ ระดับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คุรุสภาและระดับภาคกลางและภาคตะวันออก
4. รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาระบบการนิเทศภายในของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 โดยรวม มีความเหมาะสม มีความเป็นไปได้ มีความถูกต้องครอบคลุม และมีความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด