|
Advertisement
|
1.1 ความเป็นมาและสภาพของปัญหา
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 มาตรา 22 ได้วางรากฐานสำคัญในการจัดการศึกษาไทย โดยเน้นย้ำหลักการว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด (Child-Centered) สถานศึกษาจึงมีหน้าที่หลัก ในการจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน มีความสอดคล้อง เชิงยุทธศาสตร์กับการดำเนินงานตามแผนการปฏิรูปประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด อันจะนำไปสู่การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลง ในศตวรรษที่ 21 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ วิชาคณิตศาสตร์ ถือเป็นทักษะพื้นฐานและเครื่องมือสำคัญที่ถูกบรรจุไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ เนื่องจากเป็นศาสตร์ที่ช่วยปลูกฝังให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบ และมีแบบแผน ช่วยให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรอบคอบ จนสามารถคาดการณ์ วางแผน และตัดสินใจแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์แขนงอื่น ๆ ที่ขับเคลื่อนสังคมโลก อย่างไรก็ตาม การจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกัน การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ (ทิศนา แขมมณี : 2562) การปรับเปลี่ยนบทบาทของผู้สอนและกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ จากเดิมที่เป็นเพียงการถ่ายทอดเนื้อหา (Teacher) ไปสู่การเป็น "ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้" (Facilitator) หรือ "ผู้ชี้แนะ" (Coach) ตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การปรับกระบวนการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับพัฒนาการของผู้เรียนภายใต้แนวคิด Active Learning นั้น ครูผู้สอนต้องออกแบบกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) เน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ผ่านการเผชิญสถานการณ์ปัญหา การทำงานเป็นทีม และการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อให้ผู้เรียนได้คิดเอง ทำเอง และแก้ปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนดึงศักยภาพที่มีอยู่ออกมาใช้ในการพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มตามความสามารถ
จากการวิเคราะห์สภาพปัญหาโดยดำเนินการผ่านกระบวนการ PLC ร่วมกับครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีการสังเกตและสัมภาษณ์นักเรียนเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนชุมชนวัดศรีประจันตคาม พบว่า ผู้เรียนขาดทักษะกระบวนการคิดและทักษะการแก้ปัญหา ซึ่งมีความซับซ้อนและเป็นนามธรรม ทำให้ผู้เรียนไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้ไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ ปัญหาด้านเจตคติและความกระตือรือร้น ผู้เรียนส่วนใหญ่ขาดแรงจูงใจในการเรียน มองว่าคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ยากและน่าเบื่อ ส่งผลให้ขาดการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน พร้อมทั้งข้อจำกัดของรูปแบบการจัดการเรียนรู้เดิมที่เน้นครูเป็นศูนย์กลาง ซึ่งไม่สามารถตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคลและกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของผู้เรียนได้ตามทฤษฎีการเรียนรู้ของ Edward Lee Thorndike ที่ระบุว่า หากผู้เรียนไม่ได้รับผลตอบสนองที่พึงพอใจ ย่อมส่งผลให้ความต้องการในการเรียนรู้ลดลง
ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว ข้าพเจ้าในฐานะผู้สอนจึงได้ตระหนักถึงการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ให้ก้าวสู่รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยนำแนวคิด การเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-Based Learning) เข้ามาเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน เนื่องจากเป็นรูปแบบที่ผสมผสานความสนุกสนานเข้ากับเนื้อหาทางวิชาการ ตามแนวคิด "Edutainment" หรือ "Plearn" (Play + Learn) ซึ่งจะช่วยสร้างแรงจูงใจและสร้างประสบการณ์เชิงบวกในการเรียนรู้ ข้าพเจ้าจึงได้พัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกผ่านการใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning) โดยบูรณาการเข้ากับระบบการทำงานอย่างเป็นขั้นตอนด้วย TAWAT MODEL ภายใต้กรอบแนวคิดทฤษฎีระบบ (System Theory) เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง ทั้งการวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่า ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในบรรยากาศการเรียนรู้ที่มีความสุข เพื่อสร้างรากฐานทางคณิตศาสตร์ที่เข้มแข็งและเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพในอนาคตต่อไป
2.1 วัตถุประสงค์
2.1.1 เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของนักเรียนโรงเรียนชุมชนวัดศรีประจันตคาม โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning) ขับเคลื่อนด้วย TAWAT MODEL ภายใต้กรอบแนวคิด ทฤษฎีระบบ
2.1.2 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนโรงเรียนชุมชนวัดศรีประจันตคาม ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning) ขับเคลื่อนด้วย TAWAT MODEL ภายใต้กรอบแนวคิด ทฤษฎีระบบ
|
โพสต์โดย วัช : [1 เม.ย. 2569 (15:59 น.)] อ่าน [48] ไอพี : 125.27.208.59
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 40,241 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,721 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 52,253 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 206,416 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 29,918 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 40,225 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 15,285 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 4,293 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,512 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,552 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 946 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,037 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 36,213 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 66,666 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,109 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 16,465 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,692 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 946 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,958 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,464 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|