ชื่อเรื่องงานวิจัย การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ผ่านกิจกรรมบทบาทสมมุติ (Role Play) เรื่อง Giving Direction ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ปีการศึกษา ภาคเรียนที่ 2/2568
ชื่อผู้ทำวิจัย นางสาวเยาวรัตน์ สาละผล
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ผ่านกิจกรรมบทบาทสมมุติ (Role Play) เรื่อง Giving Direction ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนวัดไทยงาม มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เรื่อง Giving Direction ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนวัดไทยงาม ผ่านกิจกรรมบทบาทสมมุติ (Role Play) ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับส่งเสริมการพัฒนาทักษะการพูดในสถานณการณ์และบริบทที่เหมาะสม โดยเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนวัดไทยงามจำนวน 29 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ Active learning แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ก่อนและหลังเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Giving direction การดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ผ่านกิจกรรมบทบาทสมมติ (Role play) และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังทำกิจกรรม
ผลการวิจัยการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เรื่อง Giving Direction ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนวัดไทยงาม จำนวน 29 คน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ผ่านกิจกรรม Role play สรุปได้ว่า นักเรียนมีทักษะการพูดเพื่อการสื่อสารที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน (16.40) สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน (7.85)
นอกจากนี้ นักเรียนยังแสดงทัศนคติเชิงบวกต่อการเรียนภาษาอังกฤษผ่านการเรียนรู้ด้วยกิจกรรม Role play โดยมีความคะแนนจากผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ด้านเนื้อหาและสื่อการสอน ด้านความรู้สึกและเจตคติ พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจในระดับ "มากที่สุด" โดยค่าเฉลี่ยรวมทั้ง 3 ด้านเท่ากับ 4.66 สะท้อนให้เห็นว่ากิจกรรม Active Learning ผ่านบทบาทสมมติ (Role Play) ช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ภาษา (Language Acquisition Device) ทำให้นักเรียนรู้สึกผ่อนคลายและสนุกกับการใช้ภาษาในบริบทจริง
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ด้านทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ผ่านกิจกรรมบทบาทสมมุติ (Role Play) เรื่อง Giving Direction ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้
2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมบทบาทสมมุติ (Role Play) เรื่อง Giving Direction
สมมติฐานการวิจัยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมบทบาทสมมุติ (Role Play) เรื่อง Giving Direction มีคะแนนทักษะการพูดเพื่อการสื่อสารหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ขอบเขตของการวิจัย
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง: นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนวัดไทยงาม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 29 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
เนื้อหาที่ใช้วิจัย: เรื่อง Giving Direction (การถามและบอกทิศทาง, คำศัพท์สถานที่, Prepositions of place)
ระยะเวลาในการดำเนินงาน: ใช้เวลา 2 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 วัน วันละ 60 นาที รวมทั้งสิ้น 4 ชั่วโมง (ไม่รวมเวลาทดสอบ)
ตัวแปรที่ศึกษา:
ตัวแปรอิสระ (Independent Variable): การจัดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมบทบาทสมมุติ (Role Play) เรื่อง Giving Direction
ตัวแปรตาม (Dependent Variable): ทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1. แผนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เรื่อง Giving Direction จำนวน 4 แผน แผนละ 60 นาที รวม 4 ชั่วโมง เน้นกิจกรรม Information Gap และ Role Play โดยใช้แผนที่จำลอง
2. แบบทดสอบทักษะการพูด เรื่อง Giving Direction เป็นแบบทดสอบภาคปฏิบัติ (Performance Test) แบบจับคู่สนทนา โดยมีแผนที่กำหนดให้ คะแนนเต็ม 20 คะแนน (ประเมินด้วย Rubrics ด้านความถูกต้อง ความคล่องแคล่ว และการออกเสียง)
สรุปผลการวิจัย
ผลการวิจัยการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เรื่อง Giving Direction ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชุมชนวัดไทยงาม จำนวน 29 คน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ผ่านกิจกรรม Role play สรุปได้ว่า นักเรียนมีทักษะการพูดเพื่อการสื่อสารที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน (16.40) สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน (7.85)
อภิปรายผล
จากผลการวิจัย สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้
1. กระบวนการ Active Learning ผ่านกิจกรรม Role play กระตุ้นการเรียนรู้: การที่คะแนนทักษะการพูดของนักเรียนสูงขึ้น เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมที่เน้นให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เช่น การจำลองสถานการณ์เป็นนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ การใช้แผนที่จำลองขนาดใหญ่ในห้องเรียน ทำให้นักเรียนเห็นภาพรวมและเข้าใจทิศทางได้ง่ายขึ้น ลดความกดดันในการเรียนไวยากรณ์แบบท่องจำ สอดคล้องกับงานวิจัยของ นพดล รักเรียน (2566) ที่พบว่า Active Learning ช่วยให้ผู้เรียนคล่องแคล่วและมีเจตคติที่ดีขึ้น
2. การปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน (Interaction): การจัดกิจกรรมแบบคู่ (Pair Work) ให้นักเรียนสลับบทบาทกันถาม-ตอบ ช่วยตอกย้ำโครงสร้างประโยค (Go straight, turn left, it is next to...) ทำให้นักเรียนเกิดความคุ้นชินและสามารถดึงคำศัพท์มาใช้ได้อย่างอัตโนมัติ สอดคล้องกับงานวิจัยของ วิภาวรรณ วงศ์นาค (2566) ที่ระบุว่ากิจกรรมบทบาทสมมติช่วยเพิ่มความมั่นใจในการสื่อสาร
3. การที่นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด สอดคล้องกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น เนื่องจากกิจกรรม Active Learning ผ่านบทบาทสมมติ (Role Play) ช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ภาษา (Language Acquisition Device) ทำให้นักเรียนรู้สึกผ่อนคลายและสนุกกับการใช้ภาษาในบริบทจริง"
ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้
1. ครูผู้สอนควรเตรียมสื่อประกอบการสอน เช่น แผนที่ แผ่นป้ายสัญลักษณ์จราจร ให้มีความหลากหลายและมีสีสันดึงดูดใจ เพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนวัยประถมศึกษา
2. ในระยะแรกของการฝึกพูด ครูควรเป็นผู้ให้คำแนะนำด้านการออกเสียง (Pronunciation) อย่างใกล้ชิด เพื่อให้นักเรียนออกเสียงคำศัพท์ที่ยากได้อย่างถูกต้องก่อนเริ่มทำกิจกรรมคู่
ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรมีการบูรณาการการเรียนการสอนเรื่อง Giving Direction ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี เช่น การใช้ Google Maps หรือสื่อ Augmented Reality (AR) เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกทักษะกับสถานการณ์จริงในชุมชนของตนเอง
2. ควรมีการศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษด้านอื่นๆ เช่น ทักษะการอ่านวิเคราะห์ หรือทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ต่อไป