ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > คุณครูควรรู้ไว้ > สมรรถนะต่างประเทศ 4 ตัวอย่างหลักสูตร สรุปให้รู้ตามทันโลกการศึกษา
สมรรถนะต่างประเทศ 4 ตัวอย่างหลักสูตร สรุปให้รู้ตามทันโลกการศึกษา
คุณครูควรรู้ไว้ โพสต์เมื่อวันที่ : 11 ส.ค. 2565 เปิดอ่าน : 2,179 ครั้ง
☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
Advertisement

สมรรถนะต่างประเทศ 4 ตัวอย่างหลักสูตร สรุปให้รู้ตามทันโลกการศึกษา
Advertisement

สมรรถนะต่างประเทศ 4 ตัวอย่างหลักสูตร สรุปให้รู้ตามทันโลกการศึกษา
 
หลักสมรรถนะ เป็นคุณสมบัติที่ทั่วโลกมองเห็นว่าจะสามารถยกระดับและพัฒนาเด็กให้เป็นไปตามเป้าหมาย
 
 
· Digital Disruptions หรือการพลิกผันทางดิจิทัล นวัตกรรมโลกและเทคโนโลยีเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อสังคมเปลี่ยน การศึกษาที่เป็นรากฐานของสังคมจึงต้องปรับตัวเพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กออกมา
 
· หลักสมรรถนะ จึงเป็นคุณสมบัติที่ทั่วโลกมองเห็นว่าจะสามารถยกระดับและพัฒนาเด็กให้เป็นไปตามเป้าหมายและต่อสู้กับโลกอนาคตได้
 
· ระบบการศึกษาหลายประเทศทั่วโลกได้นำหลักสมรรถนะไปปรับใช้ให้เข้ากับหลักสูตรการเรียนการสอน เช่น 4 ประเทศที่การศึกษาดีติดอันดับโลกที่ยกมาเป็นตัวอย่าง ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ เบลเยียม และสิงคโปร์
 
· ได้นำหลักสมรรถนะที่มีหลักคิดที่เหมือนกันไปปรับใช้กับระบบการศึกษาตามแต่ละบริบทของประเทศตน แต่เป้าหมายคือให้เด็กสามารถจัดการตนเองได้ มีสุขภาวะที่ดี เมื่อเรียนไปแล้วสามารถนำไปใช้กับชีวิตในอนาคตได้จริง สามารถยืดหยุ่นและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี อีกทั้งยังเคารพผู้อื่นและยอมรับวัฒนธรรมหรือความแตกต่างของเพื่อนมนุษย์เพื่อเป็นพลเมืองโลกที่ดี
 
เมื่อเราต้องเผชิญกับภาวะ Digital Disruption หรือการพลิกผันทางดิจิทัล พฤติกรรมของสังคม การแข่งขันในอุตสาหกรรมการทำงานต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มนุษย์ต้องเรียนรู้และปรับตัวเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะความสามารถที่มากพอจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในชีวิตได้ “ หลักสมรรถนะ ” จึงเป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้บุคคลประสบความสำเร็จและไปถึงผลลัพธ์นั้นได้ โดยให้หลักคิดคือ 
 
·       การจัดการตนเอง รู้ว่าตนเองต้องการอะไร และพัฒนาศักยภาพตรงนั้นให้ดี
·       สุขภาวะที่ดี ทั้งด้านความรู้และความฉลาดทางอารมณ์ เพราะสุขภาพจิตเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้
·       เรียนไปใช้งานได้จริง พัฒนาทักษะที่จำเป็นที่สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของในชีวิตประจำวันและสร้างประโยชน์ต่อสังคมได้
·       เคารพในความคิดเห็นและวัฒนธรรมที่แตกต่าง เพื่อการเป็นพลเมืองโลกที่ดี 
·       มีความยืดหยุ่น รู้ว่าเท่าทันการเปลี่ยนแปลงและวางแผนเพื่อกำหนดเป้าหมายและช่วยเหลือตนเองได้
 
การศึกษาทั่วโลกจึงเล็งเห็นว่าระบบการศึกษาในปัจจุบันควรช่วยกันพัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะสำคัญที่มีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของเด็กในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพและมีหลากหลายประเทศที่ปรับใช้แนวทางสมรรถนะเข้ากับหลักสูตรการศึกษา วันนี้ยก 4 ประเทศมาเป็นแนวทางสมรรถนะที่น่าสนใจและสามารถเป็นตัวอย่างเพื่อปรับใช้ในการศึกษาไทยกันครับ
 
เนเธอร์แลนด์
งานวิจัยของ UNICEF ในปี 2556 ระบุว่า เด็กชาวเนเธอร์แลนด์เป็นเด็กที่มีความสุขที่สุดในโลกเนื่องจากระบบการเรียนที่ผ่อนคลาย ให้เด็กได้เลือกเรียนในสิ่งที่หลากหลายและชื่นชอบโดยไม่ถูกบังคับให้เข้าเรียนในโรงเรียนที่การแข่งขันสูง ๆ แต่เลือกเรียนในสิ่งถนัดได้อย่างอิสระ โดยระบบการศึกษาที่เนเธอร์แลนด์ให้ความสำคัญคือการเรียนส่วนบุคคลและมีระบบติดตามความก้าวหน้าและวัดผลสำเร็จทางการเรียนของเด็กที่เรียกว่า Student Tracking System (LVS – leerlingvolgsysteem) โดยจะใช้ประเมินศักยภาพเด็กเมื่อถึงอายุ 12 ปี จะได้รับคำแนะนำการศึกษาต่อจากโรงเรียนที่สนใจ อีกทั้งจะเลือกเรียนในระดับสามัญหรืออาชีวะก็สามารถไต่ระดับการศึกษาให้สูงขึ้นได้เช่นกัน  ประกอบกับมาตรฐานความเท่าเทียมกันของโรงเรียนรัฐแต่ละแห่งทำให้เด็กไม่จำเป็นต้องแข่งขันเพื่อเข้าเรียนโรงเรียนที่ดีที่สุดเนื่องจากโรงเรียนรัฐของเนเธอร์แลนด์ความเหลื่อมล้ำต่ำมาก เด็กในชาตินิยมเรียนที่โรงเรียนรัฐ และโรงเรียนเอกชนมักเป็นตัวเลือกของครอบครัวที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ ด้วยความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ต่ำ เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองไปที่เด็กเป็นรายบุคคลและไม่มีความกดดันใด ๆ ทำให้เด็กแสดงศักยภาพออกมาได้เต็มที่ และเป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตดีที่สุดในโลก
 
 
 
ฟินแลนด์ 
ในหลักสูตรการเรียนของเขาคือเน้นที่เด็กเป็นหลัก ส่งเสริมฐานสมรรถนะที่เห็นได้ชัดคือด้านพัฒนาการเด็กให้เริ่มเรียนรู้ด้วยตนเองโดยไม่เน้นไปที่ทฤษฎีแต่สร้างการเรียนรู้ให้เด็กเข้าใจจริง ๆ และไม่ได้ตัดสินการเข้าใจด้วยการสอบ ไม่มีการแบ่งประเภทเด็กเก่งหรือไม่เก่ง ไม่มีการจัดอันดับสถานศึกษาและให้การบ้านมาก ๆ แต่เน้นให้เด็กได้มีเวลาศึกษาในสิ่งที่สนใจอย่างอิสระ เรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้อย่างเต็มที่ และในระดับปฐมวัยยังไม่เน้นการเรียนทางวิชาการแต่เน้นที่การเล่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการการเข้าสังคมและสุขภาพจิตทำให้เด็กได้รับสุขภาวะที่ดี
 
เบลเยียม
ในเบลเยียมมีการแบ่งโรงเรียนออกตามภูมิภาคและภาษาเนื่องจากมีความหลากหลายทางเชื้อชาติและภาษา ทั้งภาษาดัตช์ เยอรมัน และฝรั่งเศส มองดูแล้วอาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำได้ แต่เบลเยียมถือว่าเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางการศึกษาอย่างมาก เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงระบบการศึกษา ไม่มีการสอบเข้าเรียน และทุกคนได้เรียนฟรีในระดับการศึกษาภาคบังคับ นอกจากนี้ยังมีทุนเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาให้เลือกหลากหลาย และหลังจากอายุครบ 12 ปี เพื่อจะเลือกเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาจะมีรอบรับเข้าเรียนทั้งหมด 3 รอบแต่ละรอบจะเจาะจงวิชาเรียนเพื่อต่อยอดไปยังส่วนมัธยมปลายที่แบ่งไปตามความถนัด คือมัธยมสามัญทั่วไป มัธยมตอนปลายด้านเทคนิค (คล้ายอาชีวะบ้านเราแต่จะแบ่งชัดเจนคือเน้นไปที่หลักทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จะเป็นทางวิศวกรรมเป็นหลัก)  ต่อมาคือมัธยมปลายสำหรับช่างเฉพาะทาง และโรงเรียนศิลปะโดยเฉพาะ ที่รวมทัศนศิลป์ ดนตรี กราฟิก และการเต้นต่าง ๆ เอาไว้ด้วยกัน
 
นักเรียนจะได้เลือกในสิ่งที่ถนัด จัดการตนเองได้ เรียนรู้ด้วยตนเอง ลงมือทำจริงเพื่อพัฒนาทักษะเหล่านี้และนำไปใช้ในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นประเทศที่มีความหลากหลายของเชื้อชาติ ภาษา และวัฒนธรรมทำให้สังคมหล่อหลอมสร้างการยอมรับความแตกต่างและอยู่ร่วมกับผู้อื่นตามหลักสมรรถนะได้อย่างครบถ้วน
 
 
สิงคโปร์
หากมองมาฝั่งเอเชียสิงคโปร์ถือว่าเป็นประเทศที่ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาสูงมากด้วยคะแนน PISA ที่โดดเด่น แต่การเรียนการสอนถือว่าเป็นเหรียญคนละฝั่งกับทางด้านยุโรปเลยทีเดียวเนื่องจากการเรียนของสิงคโปร์นั้นมีความเครียดและกดดันเป็นอย่างมาก นโยบายการศึกษาของรัฐยังคงเป็นการเรียนรู้แบบองค์รวม การเรียนการสอนในประเทศสิงคโปร์ที่ได้รับความนิยมในประเทศจะเน้นความเรียบง่าย  เรียนจากความเป็นจริงและสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ 4ด้านคือ เทคโนโลยี คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษา พร้อมช่วยเฟ้นหาความสามารถพิเศษของเด็ก ๆ แต่ละคนเสริมหลักสมรรถนะผ่านการเรียนรู้ทั้งการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีภาคปฏิบัติให้สามารถนำความรู้ไปใช้ต่อยอดได้จริง และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เพื่อให้เขาเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญของชาติ เนื่องจากความหลากหลายทางเชื้อชาติ และวัฒนธรรมทำให้นโยบายของรัฐสิงคโปร์เน้นที่การสร้างค่านิยมรักชาติและสามัคคีกันควบคู่ไปกับการศึกษา ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาแรงงานหรือทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพให้เป็นกำลังสำคัญที่พร้อมจะพัฒนาประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น 
 
การอ่านแนวคิดการปรับใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะจากประเทศต่าง ๆ ทำให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ดี ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ให้เข้ากับการสอนในห้องเรียนของไทยได้ แม้ว่าการนำหลักสูตรไปใช้ของแต่ละประเทศจะแตกต่างกันมาก บางประเทศก็แตกต่างกันสุดขั้วเช่นฝั่งเอเชียกับยุโรปในเรื่องของความกดดันในการเรียน แต่เป้าประสงค์สำคัญของหลักสมรรถนะนี้คือ การสร้างระบบการศึกษาที่เน้นการประยุกต์สิ่งที่ได้เรียนรู้ไปแล้วต้องสามารถนำความรู้ไปต่อยอดและใช้ได้จริงในอนาคต ดังนั้นกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจะต้องสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนแต่ละคนอย่างแท้จริงเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคคลนั้น ๆ ออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเอาตัวรอดให้ได้ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 
 
แต่ละประเทศที่ยกมาก็สะท้อนข้อดีในการปรับใช้หลักสมรรถนะเข้ากับระบบการศึกษาให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศตน ซึ่งเราสามารถนำข้อดี ๆ มาปรับใช้กับการเรียนการสอนของไทยเราได้
 
การศึกษาไทยยังต้องการอะไรเพื่อที่จะพัฒนาศักยภาพเด็กไทยได้จริงตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรสมรรถนะนี้ และหลักสมรรถนะของประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ในการเรียนการสอนของไทยได้อย่างไรบ้าง ? วันนี้ชวนคุณลองสังเกต หรือออกแบบการศึกษาไทยด้วยสมรรถนะในรูปแบบต่าง ๆ ดูกันครับ
 
 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.attanai.com 


Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

แนวทางการประเมินคุณภาพรอบสี่

แนวทางการประเมินคุณภาพรอบสี่
เปิดอ่าน 15,677 ครั้ง
แบบคำขอมีบัตร ประจำตัวข้าราชการ ตำแหน่ง ผอ.สพท.

แบบคำขอมีบัตร ประจำตัวข้าราชการ ตำแหน่ง ผอ.สพท.
เปิดอ่าน 8,959 ครั้ง
ระเบียบการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษ ของผู้ที่เงินเดือนเต็มขั้น

ระเบียบการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษ ของผู้ที่เงินเดือนเต็มขั้น
เปิดอ่าน 40,587 ครั้ง
คู่มือตั้งงบ 58 (ฉบับแก้ไข)

คู่มือตั้งงบ 58 (ฉบับแก้ไข)
เปิดอ่าน 10,571 ครั้ง
PowerPoint ชี้แจงและทำความเข้าใจการปรับปรุงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)

PowerPoint ชี้แจงและทำความเข้าใจการปรับปรุงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
เปิดอ่าน 12,500 ครั้ง
คู่มือการปฏิบัติงานธุรการโรงเรียน

คู่มือการปฏิบัติงานธุรการโรงเรียน
เปิดอ่าน 62,741 ครั้ง
รายชื่อหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2561

รายชื่อหลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2561
เปิดอ่าน 37,157 ครั้ง
โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา Partnership School Project

โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา Partnership School Project
เปิดอ่าน 15,433 ครั้ง
การพิมพ์หนังสือราชการภาษาไทยด้วยโปรแกรมการพิมพ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์

การพิมพ์หนังสือราชการภาษาไทยด้วยโปรแกรมการพิมพ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์
เปิดอ่าน 27,469 ครั้ง
กฎระเบียบการเดินทางไปต่างประเทศ

กฎระเบียบการเดินทางไปต่างประเทศ
เปิดอ่าน 23,518 ครั้ง
วิธีการให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

วิธีการให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
เปิดอ่าน 24,005 ครั้ง
The 90/90 Standard

The 90/90 Standard
เปิดอ่าน 21,678 ครั้ง
วิธีการเรียนรู้ค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการ

วิธีการเรียนรู้ค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการ
เปิดอ่าน 27,470 ครั้ง
 กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน พ.ศ.2551

กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน พ.ศ.2551
เปิดอ่าน 22,433 ครั้ง
หน้าที่และความรับผิดชอบของครู

หน้าที่และความรับผิดชอบของครู
เปิดอ่าน 361,703 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ดาวน์โหลดเอกสารแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด (ฉบับปรับปรุง)
ดาวน์โหลดเอกสารแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด (ฉบับปรับปรุง)
เปิดอ่าน 73,117 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผลการปฏิบัติงานบุคลากร
กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผลการปฏิบัติงานบุคลากร
เปิดอ่าน 2,294 ☕ คลิกอ่านเลย

การประกันคุณภาพการศึกษา
การประกันคุณภาพการศึกษา
เปิดอ่าน 28,075 ☕ คลิกอ่านเลย

รายละเอียดเกณฑ์วิทยฐานะ(ใหม่) ใช้บังคับ 1 ต.ค.51
รายละเอียดเกณฑ์วิทยฐานะ(ใหม่) ใช้บังคับ 1 ต.ค.51
เปิดอ่าน 51,921 ☕ คลิกอ่านเลย

หลักเกณฑ์การพิจารณาการย้าย
หลักเกณฑ์การพิจารณาการย้าย
เปิดอ่าน 34,912 ☕ คลิกอ่านเลย

วินัยข้าราชการครู
วินัยข้าราชการครู
เปิดอ่าน 477,780 ☕ คลิกอ่านเลย

สำนักวิชาการฯ สพฐ. เปิดให้ดาวน์โหลด "แบบฝึกคิดเลขในใจ"
สำนักวิชาการฯ สพฐ. เปิดให้ดาวน์โหลด "แบบฝึกคิดเลขในใจ"
เปิดอ่าน 24,490 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ย้อนรอยสายราชสกุล... ในพระบรมราชจักรีวงศ์ (๑)
ย้อนรอยสายราชสกุล... ในพระบรมราชจักรีวงศ์ (๑)
เปิดอ่าน 29,785 ครั้ง

3 แนวทาง"พลิกโฉม"คุณภาพการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล
3 แนวทาง"พลิกโฉม"คุณภาพการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล
เปิดอ่าน 15,729 ครั้ง

ปลูกว่านเสริมชะตา
ปลูกว่านเสริมชะตา
เปิดอ่าน 16,415 ครั้ง

สับปะรดสีปลูกไม่ยาก
สับปะรดสีปลูกไม่ยาก
เปิดอ่าน 17,644 ครั้ง

อิทธิบาท 4
อิทธิบาท 4
เปิดอ่าน 21,985 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ