การนำนวัตกรรม STAR Model มาใช้ในการจัดการเรียนรู้เรื่องสามเณรสังกิจจะ ช่วยให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาที่มีความเป็นนามธรรมได้ง่ายขึ้น และช่วยให้นักเรียนเกิดทักษะด้านการสื่อสารและทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ ผ่านกระบวนการทำงานคู่ในขั้น A - Action (ลงมือปฏิบัติ) และช่วยให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ซึ่งทั้งสองทักษะ ถือเป็นทักษะที่จำเป็นและเป็นทักษะที่ควรจัดให้มีการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
จุดประสงค์
1. เพื่อให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2 เกิดความรู้ ความเข้าใจใน เรื่อง สามเณรสังกิจจะ
2. เพื่อให้นักเรียนสามารถนำคุณธรรมที่ได้จากการศึกษาเรื่อง สามเณรสังกิจจะ ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้
3. เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2
เป้าหมาย
เชิงปริมาณ
1. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2 ร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องสามเณรสังกิจจะ ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
2. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2 ร้อยละ 80 สามารถนำคุณธรรมที่ได้จากการศึกษาเรื่องสามเณรสังกิจจะไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง
เชิงคุณภาพ
1. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2 เกิดทักษะการสื่อสารและทักษะความร่วมมือในการทำกิจกรรมคู่
การดำเนินงาน ได้ดำเนินงานตามกระกระบวนการ PDCA และนำนวัตกรรมดังกล่าวไปใช้ในขั้น Do (D) ดังนี้
1. Plan (P) ศึกษาปัญหาของนักเรียนเพื่อนำมาเป็นหัวข้อในการศึกษาและศึกษาหลักสูตรของโรงเรียน ศึกษาเอกสารประกอบหลักสูตรและวิเคราะห์หลักสูตร จากนั้น ออกแบบหน่วยการเรียนรู้และจัดทำแผนการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในชั้นเรียน มุ่งพัฒนาทักษะการสื่อสารและพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำของนักเรียน และจัดเตรียมสื่อการเรียนรู้ที่จะใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
2. Do (D) จัดการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าใจเนื้อหาที่มีความเป็นนามธรรมได้โดยง่าย ผ่านการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมในชั้นเรียน และมุ่งพัฒนานักเรียนให้เกิดทักษะด้านการสื่อสารและทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ โดยใช้นวัตกรรม STAR Model ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
ขั้นที่ 1 S - Spark (จุดประกาย) ครูแจ้งให้ทราบว่าในชั่วโมงนี้ จะจัดการเรียนรู้ เรื่องสามเณรสังกิจจะ จากนั้น ใช้คำถามเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียน เช่น บุคคลที่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียน ได้แก่ใครบ้าง
ขั้นที่ 2 T - Tell a story (เล่าขานตำนาน) : ครูให้นักเรียนรับชมวิดีทัศน์ เรื่อง สามเณรสังกิจจะ เพื่อให้เกิดความน่าสนใจในการจัดการเรียนรู้
ขั้นที่ 3 A - Action (ลงมือปฏิบัติ) : ให้นักเรียนจับคู่และร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการชมวิดีทัศน์ลงในใบงาน จากนั้น ครูจะทำการเฉลยใบงาน
ขั้นที่ 4 R - Real life application (เชื่อมโยงชีวิตจริง) : ครูแจกกระดาษโพสต์อิทให้นักเรียนทุกคน จากนั้น ให้นักเรียนเขียนแนวทางการปฏิบัติตนที่ได้จากการศึกษาเรื่องสามเณรสังกิจจะลงในกระดาษ แล้วนำมาติดบนกระดาน จากนั้น ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้
3. Check (C) ตรวจสอบผลการทำกิจกรรมของนักเรียน โดยตรวจคำตอบในกระดาษโพสต์อิทและบันทึกข้อมูลที่ได้จากการสังเกตพฤติกรรมการทำกิจกรรมคู่ของนักเรียนลงในแบบสังเกตพฤติกรรม รวมถึง ทดสอบความรู้ความเข้าใจของนักเรียน โดยการทำแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง สามเณรสังกิจจะ จากนั้น นำข้อบกพร่องจากการทำกิจกรรมดังกล่าวไปปรับปรุงและพัฒนา
4. Action (A) นำผลที่ได้จากการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนและผลการทดสอบหลังเรียน เรื่อง ประเทศเพื่อนบ้านของไทย มาสรุปผลและอภิปราย เพื่อให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมต่อไป
ผลการดำเนินงาน
1. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องสามเณรสังกิจจะผ่านเกณฑ์ที่กำหนด คิดเป็นร้อยละ 85.13 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
2. จากการตรวจคำตอบในกระดาษโพสต์อิทของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2 พบว่า นักเรียนร้อยละ 81.02 สามารถนำคุณธรรมที่ได้จากการศึกษาเรื่องสามเณรสังกิจจะไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้ถูกต้อง ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
3. จากการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน พบว่า นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/2 เกิดทักษะการสื่อสาร คิดเป็นร้อยละ 82.96 และเกิดทักษะการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมคู่ คิดเป็นร้อยละ 83.51 ซึ่งมีผลการประเมินอยู่ในระดับดีมากทั้งสองหัวข้อการประเมิน
ข้อเสนอแนะ ข้อควรระวัง
1. ควรนำสื่อเทคโนโลยีมาใช้ใน R - Real life application (เชื่อมโยงชีวิตจริง) เพื่อให้นักเรียนทั่วทั้งห้องได้เห็นคำตอบอย่างทั่วถึง