ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ถึงเวลา"ยกเครื่อง" สทศ. เรียกศรัทธา...ระบบทดสอบชาติ!!

ถึงเวลา"ยกเครื่อง" สทศ. เรียกศรัทธา...ระบบทดสอบชาติ!!

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 17 มิ.ย. 2559 เปิดอ่าน : 8,053 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ถึงเวลา"ยกเครื่อง" สทศ. เรียกศรัทธา...ระบบทดสอบชาติ!!

Advertisement

คอลัมน์: การศึกษา: ถึงเวลา'ยกเครื่อง' สทศ. เรียกศรัทธา...ระบบทดสอบชาติ!!


ตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมาความเชื่อมั่นที่มีต่อสถาบันทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) มีน้อยมาก

สทศ. มีปัญหามากมายนับตั้งแต่ปีแรกที่จัดตั้งจนถึงวันนี้ปัญหาก็ยังคงวนเวียนอยู่เรื่องเดิมๆ

ที่ผ่านมา สทศ. มักถูกวิจารณ์เรื่องข้อสอบไม่ได้มาตรฐาน คำถามกำกวม เฉลยผิด คำตอบมีมากกว่า 1 ข้อ ข้อสอบยากเกินมาตรฐานเนื้อหาหลักสูตรจนบางวิชาเด็กสอบตกเกือบยกประเทศ

สังคมขาดความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานข้อสอบ จนเกิดการเรียกร้องให้ยกเลิกการนำผลคะแนนทดสอบทางการศึกษาระดับชาติพื้นฐาน (โอเน็ต) มาใช้เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการคัดเลือกนิสิตนักศึกษาเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษา (แอดมิสชั่นส์)


หนักข้อกว่านั้นถึงขั้นเรียกร้องให้ยุบ สทศ.!!

มาปีนี้กระแสเรียกร้องให้ยุบ สทศ. กลับมากระหึ่มในโลกโซเชียลอีกครั้ง พร้อมด้วยการเชิญชวนให้คนในโซเชียลเน็ตเวิร์กลงชื่อเรียกร้องให้ประมวลผลแอดมิสชั่นส์ใหม่ผ่านทางเว็บไซต์ change.org...

ความไม่มีมาตรฐานของข้อสอบ สทศ. ที่ผ่านมาประกอบด้วยหลายปัจจัยด้วยกัน ข้อหนึ่งที่ถูกโจมตีอย่างหนัก คือการดึงอาจารย์โรงเรียนสาธิตสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมาออกข้อสอบ ทำให้เกิดปัญหาข้อสอบยาก มีการออกข้อสอบเกินเนื้อหาหลักสูตรและไม่สะท้อนการเรียนการสอนในชั้นเรียนของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นเด็กส่วนใหญ่ที่เข้าสอบ รัฐบาลก่อนๆ จึงพยายามแก้ไขปัญหาโดยมอบหมายให้ สทศ. ดึงครูโรงเรียนสังกัด สพฐ. มาร่วมออกข้อสอบ เพื่อให้ข้อสอบสอดคล้องกับมาตรฐานหลักสูตร

รัฐบาลทุกยุคที่ผ่านมาไม่กล้าสั่งการให้ สทศ. เผยแพร่ข้อสอบพร้อมด้วยเฉลยคำตอบต่อสาธารณะเพราะเกรงปัญหาเรื่องประท้วงไม่จบไม่สิ้น รวมถึงการฟ้องร้องเป็นคดีความจากพ่อแม่ผู้ปกครองถ้าความเสียหายที่เกิดจากความผิดพลาดของ สทศ. นำไปสู่ผลกระทบของบุตรหลานของตัวเอง ที่ผ่านมาจึงใช้วิธีให้เด็กที่สงสัยคะแนน ไปดูกระดาษคำตอบเป็นรายบุคคลที่ สทศ. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทราบดีถึงวิกฤต"ศรัทธาที่สังคมมีต่อ สทศ. ที่ผ่านมาจึงแก้ไขปัญหาโดยสั่งการให้ สทศ. นำข้อสอบพร้อมด้วยเฉลยคำตอบทั้งหมดเผยแพร่บนเว็บไซต์ สทศ. เพื่อให้สาธารณะ นักวิชาการตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง ช่วยกันตรวจทาน วิพากษ์วิจารณ์ อันนำไปสู่การปรับปรุงระบบการทำงานของ สทศ. ในอนาคตโดยประเดิมปีนี้เป็นปีแรก

เรียกว่ากล้าตัดสินใจ เด็ดขาด ทั้งที่รู้ดีว่าสุ่มเสี่ยงนำมาสู่ปัญหามากมาย...

ขณะนี้ผลกระทบกำลังตามมาเป็นลูกโซ่จากการเผยแพร่ข้อสอบพร้อมด้วยเฉลยคำตอบ เมื่อเหล่านักวิชาการ ติวเตอร์ตลอดจนอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ ต่างออกมาสับเละถึงข้อสอบที่ผิดพลาดของ สทศ. นำโดย นายพิพัฒน์ กระแจะจันทร์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่ออกมาชี้ว่าข้อสอบโอเน็ต ม.6 วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มีผิดพลาด 2 ข้อ คือ ข้อ 63 และข้อ 88 และเมื่อมาตรวจทานภายหลังพบว่าผิดเพิ่มมากกว่านั้นอีกหลายข้อ

ขณะเดียวกัน มีนักวิชาการโจมตีอย่างหนักกับตำราเรียนวิชาประวัติศาสตร์ว่าอาจมีเนื้อหาไม่ถูกต้อง ไม่ได้มาตรฐาน เดือดร้อนถึง สพฐ. ต้องตรวจทานเนื้อหาในตำราเรียน พบว่าตำราที่อนุญาตให้สำนักพิมพ์เอกชนจัดพิมพ์นั้น มีเนื้อหาถูกต้อง โดยเฉพาะโอเน็ต ม.6 วิชาสังคมฯ ข้อ 63 ที่ถามว่าสนธิสัญญาการค้าฉบับแรกระหว่างไทยกับชาติตะวันตก คือสนธิสัญญาอะไรนั้น สพฐ. ยืนยันคำตอบตรงกับนักวิชาการว่าคือสนธิสัญญาเบอร์นีย์ ซึ่งต่างจากคำเฉลยของ สทศ. ที่ยืนกรานว่า คือ สนธิสัญญาเบาว์ริง

ตามมาด้วย อาจารย์ปิง เจริญศิริวัฒน์ หรือ "อ.ปิง ดาว้องก์" ติวเตอร์วิชาสังคมชื่อดัง ออกมาขย่มซ้ำด้วยการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กระบุถึงข้อสอบโอเน็ต ม.6 วิชาสังคมฯ ผิดพลาดอย่างน้อย 5 ข้อ คือ 58, 63, 72, 80 และ 85 และคำถามและคำตอบกำกวมอีกหลายข้อ พร้อมด้วยการงัดหนังสือเรียนที่ สพฐ. อนุมัติให้สำนักพิมพ์เอกชนจัดพิมพ์มาเป็นหลักฐานประกอบ ตอกย้ำว่าการออกข้อสอบของ สทศ. มีทั้งเฉลยผิดพลาด คำถามกำกวม คำตอบตอบได้มากกว่า 1 ข้อ

วิกฤตศรัทธาถูกขย่มซ้ำเมื่อเวลาไล่ๆ กัน แอนดรูว์ บิ๊กส์ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์คลิปโดยตั้งข้อสงสัยว่าโอเน็ต ม.3 วิชาภาษาอังกฤษ ก็มีเฉลยผิดถึง 4 ข้อ จากทั้งหมด 50 ข้อ

พล.อ.ดาว์พงษ์ เลยสั่งให้ สทศ. ตรวจข้อสอบพร้อมด้วยเฉลยข้อสอบโอเน็ตใหม่ทั้งระบบ ส่วนว่าจะนำไปสู่การประมวลผลแอดมิสชั่นส์ใหม่หรือไม่นั้น พล.อ.ดาว์พงษ์ ยังไม่กล้าให้คำ ตอบ บอกว่าขอรอดูผลตรวจสอบก่อน

"เพื่อไม่ให้สังคมคลางแคลงใจ จึงได้ติดต่อ นายสัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการ สทศ. ขอให้ตรวจสอบข้อสอบและเฉลยคำตอบใหม่ทั้งหมด รวมถึงข้อสอบโอเน็ต ม.6 วิชาสังคมฯ ที่ติวเตอร์ทักท้วงด้วยเพื่อสร้างความมั่นใจให้สังคม และหากมีข้อผิดพลาด ก็ต้องยอมรับผิดและแก้ไข"

อย่างไรก็ตาม ผลการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน สทศ. ก็ยังคงยืนกระต่ายขาเดียวว่าข้อสอบโอเน็ต ม.6 ไม่มีข้อใดผิดเพิ่ม ผิดแค่ข้อเดียวคือ ข้อ 88 ซึ่งได้มีการประมวลผลคะแนนใหม่ไปแล้วก่อนส่งให้สมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) ประกาศผลแอดมิสชั่นส์เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา

พร้อมแจกแจงกระบวนการออกข้อสอบ กลั่นกรองและคัดเลือกข้อสอบ ดำเนินการอย่างรัดกุม รอบคอบ เชื่อมั่นได้

สอดรับกับ พล.อ.ดาว์พงษ์ ที่อยากจบปัญหานี้ตั้งแต่ต้น โดยระบุว่า "เมื่อ สทศ. ยืนยันว่าไม่ผิดเพิ่มอีก เราก็ต้องเชื่อ สทศ. เพราะเป็นหน่วยงานดูแลเรื่องการทดสอบ เราต้องให้เครดิต" ทั้งย้ำว่าถ้าจะโทษ ก็ต้องโทษตนเพราะเป็นคนสั่งให้เปิดเผยข้อสอบพร้อมด้วยเฉลยคำตอบ

แม้ สทศ. จะยืนยันความถูกต้อง แต่ด้วยเหตุที่ไม่ได้งัดหลักฐานประกอบและไม่ได้อธิบายรายละเอียดคำตอบแต่ละข้อ เลยไม่เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือของสังคมมากนัก บางคนถึงกับโต้ว่า เมื่อ สทศ. ยืนยันความถูกต้องของเฉลยคำตอบ ก็เท่ากับว่าหนังสือเรียนของ สพฐ. ผิด!! นายพิพัฒน์ กระแจะจันทร์ นักวิชาการคนแรกๆ ที่ออกมาติงข้อสอบโอเน็ต ระบุว่า ได้ยินข่าวทุกปีว่าข้อสอบผิดพลาด ซึ่ง สทศ. ก็คงไม่นิ่งนอนใจ แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อ ความผิดพลาดส่งผลต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรและกระทบต่อองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์เพราะทำให้สังคมสับสนว่าระหว่างความรู้ของ สพฐ. กับ สทศ. อย่างไหนจะถูกต้องกว่ากัน ทางแก้คือถ้าคิดว่าผิดข้อเดียว ก็ต้องอธิบายให้สังคมคลายสงสัย ถ้าผิดก็ต้องแสดงสปิริตรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตย่อมมีโอกาส สทศ. ควรพิจารณากรรมการออกข้อสอบชุดปัจจุบัน ให้โอกาสหรือเปลี่ยน ก็เป็นอีกเรื่อง แต่คงต้องมีกรรมการอีกชุดมาตรวจสอบข้อสอบซ้ำก่อนให้นักเรียนสอบจริง อาจจะเป็นกรรมการจาก สพฐ. เพื่อตรวจสอบให้ข้อสอบกับเนื้อหาในแบบเรียนตรงกัน ที่สำคัญคือ เราอาจต้องมาตั้งคำถามว่าจะให้นักเรียนเรียนประวัติศาสตร์เพื่อจำไปสอบ หรือเป็นพลเมืองที่คิดเป็น

ความจำเป็นขององค์กรจัดการทดสอบระดับชาติอย่าง สทศ. ยังต้องมีอยู่ แต่ถ้า สทศ. ยังปล่อยให้เกิดความผิดพลาดซ้ำซาก ทำให้สังคมเสื่อมศรัทธา ที่สุดสังคมก็อาจตั้งคำถามจริงจังว่า "สทศ." สร้างประโยชน์ หรือสร้างปัญหาให้แก่ประเทศชาติมากกว่ากัน ศธ. และ สทศ. ควรอาศัยวิกฤตนี้ สังคายนาระบบจัดสอบใหม่เพื่อเรียกความศรัทธา

รีบแก้ไข อย่ารอให้ถึงวันนั้นซึ่งอาจสายเกินแก้...

 

ที่มา มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 17 - 23 มิ.ย. 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ถึงเวลา"ยกเครื่อง" สทศ. เรียกศรัทธา...ระบบทดสอบชาติ!! , , ถึงเวลา , ยกเครื่อง , , สทศ. , เรียกศรัทธา...ระบบทดสอบชาติ!! << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
6 ปัญหาที่เด็กม.ปลายต้องเจอและผ่านไปให้ได้☕ คลิกอ่านเลย
6 ปัญหาที่เด็กม.ปลายต้องเจอและผ่านไปให้ได้
เปิดอ่าน 16,431 ครั้ง
มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กควรอยู่ในห้องเรียนหรือไม่? โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล☕ คลิกอ่านเลย
มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กควรอยู่ในห้องเรียนหรือไม่? โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล
เปิดอ่าน 16,635 ครั้ง
พลิกโฉม"แผนการศึกษาแห่งชาติ"แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง☕ คลิกอ่านเลย
พลิกโฉม"แผนการศึกษาแห่งชาติ"แผนงานชัด-อ่านง่าย-ใช้ได้จริง
เปิดอ่าน 7,016 ครั้ง
สำคัญที่ผู้สอน (ครู, อาจารย์)☕ คลิกอ่านเลย
สำคัญที่ผู้สอน (ครู, อาจารย์)
เปิดอ่าน 8,064 ครั้ง
เกาะติดการปิดเปิดเทอม มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน☕ คลิกอ่านเลย
เกาะติดการปิดเปิดเทอม มหาวิทยาลัยไทยตามอาเซียน
เปิดอ่าน 5,045 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ยิมนาสติกยิมนาสติก
เปิดอ่าน 14,983 ครั้ง
นวดแก้ปวดไม่ใช้มือ ศาสตร์บำบัดล้านนานวดแก้ปวดไม่ใช้มือ ศาสตร์บำบัดล้านนา
เปิดอ่าน 14,402 ครั้ง
การใช้ใบเสร็จรับเงินจากช่องทางการให้บริการด้านอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักฐานในการประกอบการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ว 34)การใช้ใบเสร็จรับเงินจากช่องทางการให้บริการด้านอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลักฐานในการประกอบการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ว 34)
เปิดอ่าน 9,521 ครั้ง
ขยันอย่างไร?...จึงจะประสบความสำเร็จ ขยันอย่างไร?...จึงจะประสบความสำเร็จ
เปิดอ่าน 10,665 ครั้ง
น้ำนมถั่วเหลือง ช่วยผิวสวย-หุ่นดี จายภายในน้ำนมถั่วเหลือง ช่วยผิวสวย-หุ่นดี จายภายใน
เปิดอ่าน 11,791 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ