ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 6 ขั้น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้าง และตรวจสอบคุณภาพร่างการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 6 ขั้น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 2. เพื่อศึกษาผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 6 ขั้น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ห้องเรียนที่ 5 จำนวน 26 คน โรงเรียนโชคชัยพรหมบุตรบริหาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 ซึ่งผู้วิจัยศึกษาจากประชากรทั้งหมด เนื่องจากผู้วิจัยเป็นครูประจำชั้น และรับผิดชอบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ฉบับที่ 7 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ด้านทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ฉบับที่ 8 แบบประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 6 ขั้น ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ สถิติพื้นฐานที่ใช้ ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ตามวิธีการของ นิศารัตน์ ศิลปะเดช (2542 : 144) ค่าเฉลี่ย (mean) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) ตามวิธีการของพวงรัตน์ ทวีรัตน์ (2554 : 137)

ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยข้อที่ 1 เพื่อสร้าง และตรวจสอบคุณภาพร่างการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 6 ขั้น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ประกอบด้วย 4 กิจกรรม พบว่า 1) ผลการสังเคราะห์เอกสารที่เป็นแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และองค์ประกอบของชุดพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์

2) ผลการประชุมสัมมนาทางวิชาการ เพื่อหลอมรวมให้ได้เพื่อให้ได้กรอบร่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 6 ขั้น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ3) ผู้วิจัยได้ยกร่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 6 ขั้น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 ทบทวนความรู้ ขั้นที่ 2 กระตุ้นความสนใจ ขั้นที่ 3 สำรวจความรู้ ขั้นที่ 4 กระจายความรู้ ขั้นที่ 5 แสดงความรู้ และขั้นที่ 6 เสริมแรงให้รางวัล และเพื่อมีความเป็นรูปธรรม และเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ และได้จัดทำเอกสารประกอบร่างฯ คือ ชุดพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 6 ขั้น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 4 ชุด แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบร่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 6 ขั้น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 77 แผน ๆ ละ 1 ชั่วโมง และร่างคู่มือการใช้ชุดพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 6 ขั้น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ 4) ผู้วิจัยจะนำร่างฯและเอกสารประกอบร่างตรวจสอบคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน ด้านความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ และประโยชน์ และปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นนำไปตรวจสอบคุณภาพกับผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนโชคชัยพรหมบุตรบริหาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 จำนวน 39 คน ด้านประสิทธิภาพ ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความพึงพอใจของผู้เรียนต่อร่างการจัดการเรียนรู้ และเอกสารประกอบร่างฯ ที่มีคุณภาพผ่านเกณฑ์การผ่าน

ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยข้อที่ 2 เพื่อศึกษาผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 6 ขั้น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ประกอบด้วย 2 กิจกรรม โดยภาพรวม พบว่า 1) ผลการศึกษาคุณภาพผู้เรียนด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนโชคชัยพรหมบุตรบริหาร ปีการศึกษา 2567 ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ที่เรียนโดยใช้ชุดพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 6 ขั้น หลังเรียน พบว่า ผู้เรียนร้อยละ 100 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม มีค่าเฉลี่ย 85.77 เป็นไปตามค่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด คือ ร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีค่าเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม และ 2) ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 6 ขั้น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยภาพรวม พบว่า ความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก (¯("X" ) = 2.69 และ SD = 0.46) ผ่านเกณฑ์การผ่าน ค่าเฉลี่ยระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 2.34 – 3.00)

คำสำคัญ : ทักษะการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ 6 ขั้น ชุดพัฒนาทักษะ

โพสต์โดย สาย : [6 เม.ย. 2569 (20:25 น.)]
อ่าน [149] ไอพี : 182.232.65.160
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 19,158 ครั้ง
ขนุน 8 เดือนติดผล เร็วกว่านี้ ไม่มีอีกแล้ว!
ขนุน 8 เดือนติดผล เร็วกว่านี้ ไม่มีอีกแล้ว!

เปิดอ่าน 16,412 ครั้ง
น้ำผึ้ง ชะลอริ้วรอย
น้ำผึ้ง ชะลอริ้วรอย

เปิดอ่าน 4,637 ครั้ง
3 อันดับทุเรียนเปลี่ยนรูปให้พลังงานสูง แนะทานให้เหมาะสมต่อร่างกาย
3 อันดับทุเรียนเปลี่ยนรูปให้พลังงานสูง แนะทานให้เหมาะสมต่อร่างกาย

เปิดอ่าน 15,126 ครั้ง
เป่ายิ้งฉุบเป็นของชาติไหน
เป่ายิ้งฉุบเป็นของชาติไหน

เปิดอ่าน 32,124 ครั้ง
ข้อควรปฏิบัติ เมื่อสารเคมีหก
ข้อควรปฏิบัติ เมื่อสารเคมีหก

เปิดอ่าน 8,901 ครั้ง
เชื้อไวรัสโรคหวัดมีอยู่ทั่วไปแค่เอื้อม ให้หมั่นล้าง มือกันไม่ให้เป็นสะพาน
เชื้อไวรัสโรคหวัดมีอยู่ทั่วไปแค่เอื้อม ให้หมั่นล้าง มือกันไม่ให้เป็นสะพาน

เปิดอ่าน 14,619 ครั้ง
ทราบหรือไม่ว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง?
ทราบหรือไม่ว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง?

เปิดอ่าน 83,035 ครั้ง
การปอกผลไม้ไม่ให้ดำ
การปอกผลไม้ไม่ให้ดำ

เปิดอ่าน 105,288 ครั้ง
การเรียนการสอนรายบุคคล (Individualized Instruction)
การเรียนการสอนรายบุคคล (Individualized Instruction)

เปิดอ่าน 9,414 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษา ?
ปฏิรูปการศึกษา ?

เปิดอ่าน 1,723 ครั้ง
วิธีการลงทุนทองคำสำหรับมือใหม่: เริ่มต้นอย่างไรให้ปลอดภัย
วิธีการลงทุนทองคำสำหรับมือใหม่: เริ่มต้นอย่างไรให้ปลอดภัย

เปิดอ่าน 2,860 ครั้ง
เคล็ดลับการยิ้มที่สมบูรณ์แบบเวลาถ่ายรูป
เคล็ดลับการยิ้มที่สมบูรณ์แบบเวลาถ่ายรูป

เปิดอ่าน 99,850 ครั้ง
ความหมายของ e-Learning (โดย รศ.ดร.ถนอมพร เลาหจรัสแสง)
ความหมายของ e-Learning (โดย รศ.ดร.ถนอมพร เลาหจรัสแสง)

เปิดอ่าน 56,384 ครั้ง
คู่มือประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนฯ ตามหลักสูตรแกนกลางการฯ 2551 ชั้นป. 6
คู่มือประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนฯ ตามหลักสูตรแกนกลางการฯ 2551 ชั้นป. 6

เปิดอ่าน 78,980 ครั้ง
คอมพิวเตอร์กราฟิกกับการประยุกต์ใช้ในงานด้านต่าง ๆ
คอมพิวเตอร์กราฟิกกับการประยุกต์ใช้ในงานด้านต่าง ๆ

เปิดอ่าน 15,526 ครั้ง
ประโยชน์ของมังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยที่ต้องลิ้มลอง
ประโยชน์ของมังคุด ราชินีแห่งผลไม้ไทยที่ต้องลิ้มลอง
เปิดอ่าน 28,695 ครั้ง
ฝนช่อมะม่วง
ฝนช่อมะม่วง
เปิดอ่าน 11,846 ครั้ง
Facebook และ Twitter ใช้ยิ่งมาก...สุขภาพยิ่งดีกว่านะ
Facebook และ Twitter ใช้ยิ่งมาก...สุขภาพยิ่งดีกว่านะ
เปิดอ่าน 36,929 ครั้ง
ศิลปะการเห่เรือ
ศิลปะการเห่เรือ
เปิดอ่าน 488,469 ครั้ง
สมรรถนะของครู
สมรรถนะของครู

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ