ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > เด็กไทยมีไอคิวต่ำลงจริงหรือ?
เด็กไทยมีไอคิวต่ำลงจริงหรือ?
ความรู้ทั่วไป โพสต์เมื่อวันที่ : 2 ก.พ. 2563 เปิดอ่าน : 15,205 ครั้ง
☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
Advertisement

❝ ผลการประเมินการทดสอบวัดนานาชาติ ด้านการวัดความรู้เด็กไทยล่าสุดมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ❞
เด็กไทยมีไอคิวต่ำลงจริงหรือ?
Advertisement

จากข่าวทางหน้าสื่อสารมวลชน บีบีซีไทย ได้เผยแพร่ผลการประเมินการสอบวัดความรู้ปีล่าสุด 2018 โดยเผยแพร่ทางเวปไซท์บีบีซีไทยเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2019 นี้เองว่า ไทยยังคงมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ใน 3 วิชาหลักที่ได้ทำการทดสอบนานาชาติ นั่นคือ นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยในด้านการอ่าน 393 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 487 คะแนน) คณิตศาสตร์ 419 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 489 คะแนน) และวิทยาศาสตร์ 426 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 489 คะแนน)

ผลการประเมิน PISA รอบปี 2018 จาก 79 ประเทศทั่วโลก พบว่า ไทยยังคงได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในการสอบวัดความรู้ทั้ง 3 ด้าน คือ การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ขณะที่ 4 เมืองใหญ่ของจีน แซงหน้าขึ้นมาครองอันดับ 1 แทนสิงคโปร์ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แนะควรพัฒนาความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนไทยอย่างเร่งด่วน หลังคะแนนลดลงต่อเนื่อง

โปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) ริเริ่มโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) เพื่อประเมินนักเรียนอายุ 15 ปี ในประเทศที่เข้าร่วม ทุก ๆ 3 ปี


เอเชีย ครองแชมป์ 4 อันดับแรก

การประเมินความสามารถด้านการอ่าน ปี 2018 พบว่า 4 อันดับแรกเป็นประเทศในกลุ่มเอเชีย ประกอบด้วย จีน สิงคโปร์ มาเก๊า และ ฮ่องกง

ผลการประเมิน PISA 2018 ในระดับนานาชาติ พบว่านักเรียนจาก 4 เมืองใหญ่ของจีน คือ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เจียงซู และเจ้อเจียง มีคะแนนทั้ง 3 ด้าน สูงกว่าทุกประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ตามมาด้วย สิงคโปร์ และมาเก๊า

ส่วนประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่ได้อันดับ 4 และ 5 ในด้านการอ่านคือ ฮ่องกง และเอสโตเนีย ด้านคณิตศาสตร์คือ ฮ่องกง และไต้หวัน ด้านวิทยาศาสตร์คือ เอสโตเนีย และญี่ปุ่น

 

ไทยมีค่าคะแนนการอ่านต่ำกว่าค่าเฉลี่ยนานาชาติ

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ระบุว่า ในการวัดระดับครั้งล่าสุดในปี 2018 พบว่า นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยในด้านการอ่าน 393 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 487 คะแนน) คณิตศาสตร์ 419 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 489 คะแนน) และวิทยาศาสตร์ 426 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 489 คะแนน) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ PISA 2015 พบว่า ด้านการอ่านมีคะแนนลดลง 16 คะแนน ส่วนด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีคะแนนเพิ่มขึ้น 3 คะแนน และ 4 คะแนน ตามลำดับ ซึ่งในการทดสอบทางสถิติถือว่าด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับรอบการประเมินที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของคะแนนตั้งแต่การประเมินรอบแรกจนถึงปัจจุบัน สสวท. พบว่า ผลการประเมินด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของไทยไม่เปลี่ยนแปลง แต่ผลการประเมินด้านการอ่านมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และความฉลาดรู้ด้านการอ่านมีความสัมพันธ์กับความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ระบบการศึกษาไทยจึงต้องยกระดับความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ ในการประเมิน PISA 2018 เน้นการประเมินด้านการอ่าน มีนักเรียนเข้าร่วมการประเมินประมาณ 600,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของนักเรียนอายุ 15 ปี จำนวนประมาณ 32 ล้านคนทั่วโลก จาก 79 ประเทศ/
เขตเศรษฐกิจ สสวท. ทำหน้าที่เป็น
ศูนย์แห่งชาติ (National Center) ได้ดำเนินการจัดสอบเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา มีนักเรียนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 8,633 คน จาก 290 โรงเรียน ในทุกสังกัดการศึกษาเข้าร่วมการประเมินในรอบนี้ โดยนักเรียนได้ทำแบบทดสอบและแบบสอบถามทางคอมพิวเตอร์ผ่านแฟลชไดรฟ์ข้อสอบ นอกจากนี้ยังมีการเก็บข้อมูลจากผู้บริหารโรงเรียนผ่านทางแบบสอบถามออนไลน์ด้วย

 

ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตเผยสติปัญญาเด็กไทยวัยเรียนลดลงเกือบ 3 จุดเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

มีข้อสังเกตจากข้อมูลด้านการวัดระดับสติปัญญาเด็กไทย เนื่องในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 11 มกราคม 2562 ที่่ผ่านมา ซึ่งก็คือเมื่อต้นปี 2562 นี้เอง จากการเปิดเผยสถานการณ์ล่าสุด โดยนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยในสำนักข่าวเวิร์คพอยท์นิวส์ ว่า ผลสำรวจระดับสติปัญญาเด็กไทยในปี พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา กรมสุขภาพจิตได้สำรวจสถานการณ์ระดับสติปัญญาเด็กไทยวัยเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พบว่า ระดับสติปัญญาเฉลี่ยเท่ากับ 94.73 ต่ำลงเกือบ 3 จุด เมื่อเทียบกับการสำรวจในปี พ.ศ. 2559 ที่ระดับคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 98.2

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองเรื่อง คงพอจะกล่าวได้ว่า มีความเกี่ยวโยงกันบ้างพอสมควร ทั้งนี้แม้ผลการสำรวจจะอยู่ต่างกรรมต่างวาระ ต่างช่วงวัย แต่ผลการพัฒนาทรัพยากรอนาคตของชาติก็สะท้อนความเป็นจริงของข้อมูลคุณภาพประชากรไทยได้ระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายต่างก็ได้พยายามตระหนักเพื่อหาทางแก้ปัญหา การเฝ้าระวังสถานการณ์ทางระดับสติปัญญาของเด็กไทยที่กรมสุขภาพจิตดำเนินการเฝ้าระวังต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อสะท้อนให้เห็นความสำคัญของปัญหาและสร้างความตระหนักต่อสังคม คงจะเป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญต่อผู้เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาบุคลากรในชาติอย่างมีทิศทางชัดเจน แม้จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะถือเป็นปัญหาที่มีความสลับซับซ้อนในหลายระดับตั้งแต่ ครอบครัว สังคม สิ่งแวดล้อม เป็นต้น


กล่าวโดยสรุป

ผลการประเมินการศึกษา PISA 2018 ซึ่งได้เน้นไปที่การประเมินด้านการอ่าน ในกลุ่มนักเรียนวัย 15 ปี ซึ่งเป็นคนละกลุ่มวัยที่ได้ทำการสำรวจ แต่ก็สามารถสะท้อนทิศทางการศึกษาของเด็กไทยได้อย่างดี อย่างไรก็ตาม การวัดระดับสติปัญญาเด็กไทย ที่กรมสุขภาพจิตได้เฝ้าระวังต่อเนื่องตลอดระยะหลายปีที่ผ่านมา เพื่อเฝ้าติดตามและรายงานผลให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบสถานการณ์ เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาเชิงระบบ ที่เกิดขึ้นกับคุณภาพชีวิตของประชากรไทยวัยเรียน ได้สะท้อนให้เห็นแนวโน้มการพัฒนาระดับสติปัญญาเด็กไทยไม่ได้เป็นไปในทิศทางที่ดีนัก อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายถึงว่า การมีระดับสติปัญญาที่สูง จะบ่งชี้ว่าชีวิตจะประสบความสำเร็จ เพราะยังมีทักษะด้านอื่น ไม่ว่าจะเป็นทักษะการพัฒนาการด้านอารมณ์ พฤติกรรม ที่สามารถฝึกฝนให้เกิดขึ้นได้ ผ่านการเฝ้าระวังทางพัฒนาการอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย เพื่อการพัฒนาที่ดีของเด็กไทย โดยท่านที่สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากหน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิตทั่วประเทศ


แหล่งข้อมูล

https://www.bbc.com/thai/international-50642536

https://workpointnews.com/2019/01/11/12 

 

ที่มา กรมสุขภาพจิต 4 ธันวาคม 2562

 


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เด็กไทยมีไอคิวต่ำลงจริงหรือ? << คลิกอ่านเพิ่มเติม

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

พระจันทร์ยิ้มเมื่อคืนวันที่ 1 ธ.ค.51

พระจันทร์ยิ้มเมื่อคืนวันที่ 1 ธ.ค.51
เปิดอ่าน 12,575 ครั้ง
เคล็ดลับสำหรับบ้านไม้ ทำอย่างไรให้ไร้ปลวก

เคล็ดลับสำหรับบ้านไม้ ทำอย่างไรให้ไร้ปลวก
เปิดอ่าน 25,408 ครั้ง
ฟ้า กับ เหว

ฟ้า กับ เหว
เปิดอ่าน 15,736 ครั้ง
ผักตำลึง ผักข้างรั้วอินทรีย์ที่แท้จริง

ผักตำลึง ผักข้างรั้วอินทรีย์ที่แท้จริง
เปิดอ่าน 6,806 ครั้ง
ประโยชน์และโทษของเครื่องดื่มเกลือแร่

ประโยชน์และโทษของเครื่องดื่มเกลือแร่
เปิดอ่าน 14,300 ครั้ง
ดื่มล้างพิษ เพิ่มพลัง ตับ แข็งแรง

ดื่มล้างพิษ เพิ่มพลัง ตับ แข็งแรง
เปิดอ่าน 16,515 ครั้ง
ปากเหี่ยวเป็นรอยย่น แก้ไขอย่างไรดีนะ

ปากเหี่ยวเป็นรอยย่น แก้ไขอย่างไรดีนะ
เปิดอ่าน 27,710 ครั้ง
น้ำซุป เมนูเด็ดรักษาสุขภาพ

น้ำซุป เมนูเด็ดรักษาสุขภาพ
เปิดอ่าน 9,596 ครั้ง
5 ข้อง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ทำก็หายเครียด

5 ข้อง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ทำก็หายเครียด
เปิดอ่าน 10,155 ครั้ง
2012 วันสิ้นโลก จริงหรือ?

2012 วันสิ้นโลก จริงหรือ?
เปิดอ่าน 16,794 ครั้ง
ปลาชะลอสมองเสื่อม

ปลาชะลอสมองเสื่อม
เปิดอ่าน 9,709 ครั้ง
เตือนภัย : หนุ่มๆ ที่ชอบใช้โน้ตบุ๊ค

เตือนภัย : หนุ่มๆ ที่ชอบใช้โน้ตบุ๊ค
เปิดอ่าน 10,380 ครั้ง
"แอพฟรี"สูบแบตเตอรี่กว่าแอพเสียเงินจริงหรือ?

"แอพฟรี"สูบแบตเตอรี่กว่าแอพเสียเงินจริงหรือ?
เปิดอ่าน 11,273 ครั้ง
ออกกำลังกายตามอารมณ์

ออกกำลังกายตามอารมณ์
เปิดอ่าน 8,267 ครั้ง
CBD และ THC ในพืชกัญชา คืออะไร?

CBD และ THC ในพืชกัญชา คืออะไร?
เปิดอ่าน 1,081 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

 ประโยชน์ของการดื่มน้ำ
ประโยชน์ของการดื่มน้ำ
เปิดอ่าน 9,520 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เงิน กับ ธรรมะ
เงิน กับ ธรรมะ
เปิดอ่าน 14,994 ☕ คลิกอ่านเลย

ภัยร้ายจากควันบุหรี่
ภัยร้ายจากควันบุหรี่
เปิดอ่าน 11,348 ☕ คลิกอ่านเลย

คำตอบของ 3 จี ในประเทศไทย เอาไงกันแน่
คำตอบของ 3 จี ในประเทศไทย เอาไงกันแน่
เปิดอ่าน 8,237 ☕ คลิกอ่านเลย

น้ำนมถั่วเหลือง ช่วยผิวสวย-หุ่นดี จายภายใน
น้ำนมถั่วเหลือง ช่วยผิวสวย-หุ่นดี จายภายใน
เปิดอ่าน 13,009 ☕ คลิกอ่านเลย

“หมอ” ชี้ ความเชื่อผิดๆ กินไข่ทุกวัน อันตรายเพราะคอเลสเตอรอล
“หมอ” ชี้ ความเชื่อผิดๆ กินไข่ทุกวัน อันตรายเพราะคอเลสเตอรอล
เปิดอ่าน 25,994 ☕ คลิกอ่านเลย

ปฏิทิน ฤกษ์ดี วันธงชัย เดือนกุมภาพันธ์ 2556
ปฏิทิน ฤกษ์ดี วันธงชัย เดือนกุมภาพันธ์ 2556
เปิดอ่าน 33,926 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เตือนข้าราชการ นอกใจ มีชู้ มีกิ๊ก โดนโทษวินัย โทษมีตั้งแต่ตัดเงินเดือนจนถึงไล่ออก
เตือนข้าราชการ นอกใจ มีชู้ มีกิ๊ก โดนโทษวินัย โทษมีตั้งแต่ตัดเงินเดือนจนถึงไล่ออก
เปิดอ่าน 122,006 ครั้ง

5 สไตล์การกินเพื่อสุขภาพดี
5 สไตล์การกินเพื่อสุขภาพดี
เปิดอ่าน 10,139 ครั้ง

คุณสมบัติของรัฐมนตรี
คุณสมบัติของรัฐมนตรี
เปิดอ่าน 42,066 ครั้ง

หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary storage Unit)
หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง (Secondary storage Unit)
เปิดอ่าน 21,894 ครั้ง

5 วิธีในการตกลงเจรจาในภาษาอังกฤษให้เป็นผลสำเร็จ
5 วิธีในการตกลงเจรจาในภาษาอังกฤษให้เป็นผลสำเร็จ
เปิดอ่าน 9,313 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

  • IELTS Test
  • SAT Test
  • สอบ IELTS
  • สอบ TOEIC
  • สอบ SAT
  • เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  • เพลงเด็กอนุบาล
  •  
    หมวดหมู่เนื้อหา
    เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


    · Technology
    · บทความเทคโนโลยีการศึกษา
    · e-Learning
    · Graphics & Multimedia
    · OpenSource & Freeware
    · ซอฟต์แวร์แนะนำ
    · การถ่ายภาพ
    · Hot Issue
    · Research Library
    · Questions in ETC
    · แวดวงนักเทคโนฯ

    · ความรู้ทั่วไป
    · คณิตศาสตร์
    · วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    · ภาษาต่างประเทศ
    · ภาษาไทย
    · สุขศึกษาและพลศึกษา
    · สังคมศึกษา ศาสนาฯ
    · ศิลปศึกษาและดนตรี
    · การงานอาชีพ

    · ข่าวการศึกษา
    · ข่าวตามกระแสสังคม
    · งาน/บริการสังคม
    · คลิปวิดีโอยอดนิยม
    · เกมส์
    · เกมส์ฝึกสมอง

    · ทฤษฎีทางการศึกษา
    · บทความการศึกษา
    · การวิจัยทางการศึกษา
    · คุณครูควรรู้ไว้
    · เตรียมประเมินวิทยฐานะ
    · ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
    · เครื่องมือสำหรับครู

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ