บทคัดย่อชื่อผลงาน: การจัดการศึกษาโดยน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน โดยใช้ ETHICS Model ของโรงเรียนวัดสังข์กระจาย (แจ่มวิชาสอน) เพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็น Sangkrajai DNA
ความเป็นมาและความสำคัญ: พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณ์อดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรง สืบสานพระราชปณิธานด้านการจัดการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคนไทยให้เป็น คนดี อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศชาติอย่างยั่งยืน จึงได้พระราชทานพระบรมราโชบายด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน 4 ประการ ได้แก่ (1) การมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง (2) การมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงและมีคุณธรรม (3) การมีงานทำและมีอาชีพ และ (4) การเป็นพลเมืองดี
กระทรวงศึกษาธิการได้น้อมนำพระบรมราโชบายดังกล่าวมากำหนดเป็นนโยบายในการจัดการศึกษา โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม และวัฒนธรรม สามารถดำรงชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นทั้ง คนดี คนเก่ง และมีความสุข อย่างสมดุล
โรงเรียนวัดสังข์กระจาย (แจ่มวิชาสอน) ซึ่งเป็นสถานศึกษาระดับประถมศึกษาขนาดกลาง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร และเป็นโรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นปฐมวัยถึงระดับประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวนนักเรียน ๑๕๔ คน โดยมีการศึกษาวิเคราะห์บริบทของโรงเรียนทั้งปัจจัยภายในและภายนอกอย่างรอบด้าน ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู บุคลากร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งนำข้อมูลสารสนเทศมาประมวลผลเพื่อใช้ในการพัฒนาอย่างเป็นระบบ จากการวิเคราะห์พบว่า ปัจจัยด้านครอบครัว เศรษฐกิจ สังคม และอิทธิพลของสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ มีผลต่อพฤติกรรมและค่านิยมของผู้เรียนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการรับวัฒนธรรมจากภายนอกโดยขาดการไตร่ตรอง ส่งผลให้ผู้เรียนขาดภูมิคุ้มกันในการดำรงชีวิต
โรงเรียนวัดสังข์กระจาย (แจ่มวิชาสอน) ได้เล็งเห็น และให้ความสำคัญของปัญหาที่กล่าวมา จึงได้พัฒนาแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ ภายใต้แนวคิด การจัดการศึกษาโดยน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืน โดยใช้ ETHICS Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็น Sangkrajai DNA โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ควบคู่กับการเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็น เพื่อให้นักเรียนสามารถใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างสร้างสรรค์ ดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข และเติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ในทุกมิติอย่างยั่งยืน
2. วัตถุประสงค์และเป้าหมายวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ
1) เพื่อน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติ โดยพัฒนาวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ การจัดการศึกษาโดยน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน โดยใช้ ETHICS Model ของโรงเรียนวัดสังข์กระจาย (แจ่มวิชาสอน) เพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็น Sangkrajai DNA ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา สร้างคนเก่ง คนดี มีคุณภาพ ให้กับสังคมและประเทศชาติสืบไป
2) เพื่อสร้างให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่สถานศึกษากำหนด ได้แก่ Sangkrajai DNA (Discipline : มีวินัย, Nobility : มีคุณธรรม, Ability : มีทักษะและความสามารถ)
3) เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ให้ผู้เรียนมีคุณธรรมนำชีวิต มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง รู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด-ชอบ ชั่ว-ดี และช่วยกันสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง
3. กระบวนการในการพัฒนาวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ
โรงเรียนวัดสังข์กระจาย (แจ่มวิชาสอน) ได้มีการน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 ลงสู่การปฏิบัติ โดยใช้ ETHICS Model เพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็น Sangkrajai DNA โดยนำมาใช้พัฒนาวิธีปฏิบัติและแนวทางการดำเนินการด้านการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย
E Empathy (เข้าใจ เอื้อเฟื้อ)
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นปลูกฝัง และสร้างความเข้าใจ และความรู้สึกในใจ ให้นักเรียนมีมุมมองที่เข้าใจผู้อื่น ไม่เอาเปรียบ มีเมตตา และพร้อมช่วยเหลือผู้อื่น เมื่อเห็นคนเดือดร้อน มีจิตอาสา ช่วยเหลือเกื้อกูล ส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น กล้าทำความดี ผ่านกิจกรรม และการเรียนรู้จากการลงมือทำ
T Teamwork (ช่วยเหลือ ร่วมกัน)
ส่งเสริม และสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ และบรรยากาศการทำงานเป็นกลุ่มที่มีคุณภาพ เคารพบทบาทของกันและกัน เรียนรู้การเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ร่วมกันรับผิดชอบได้
H Honesty (ยึดมั่น สุจริต)
มุ่งสร้างความซื่อสัตย์ คุณธรรม จริยธรรม ปลูกฝังให้นักเรียนมีความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี รู้จักผิดชอบชั่วดี ยึดมั่นในคุณธรรมพื้นฐาน เป็นคนดีในสังคม และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
I Identity (มีจิตเป็นไทย)
ส่งเสริมให้มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มุ่งเน้นให้นักเรียนมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สร้างความตระหนักในหน้าที่ของตน หน้าที่ของการเป็นพลเมืองที่ดี มีทัศนคติเชิงบวก มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย วัฒนธรรมไทย ภาษาไทย ขนบธรรมเนียม ประเพณีของชาติและท้องถิ่น พร้อมที่จะร่วมอนุรักษ์ความเป็นไทย เอกลักษณ์ของชาติไทยไว้
C Creativity (ใส่ใจ สร้างสรรค์)
จัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ เพื่อให้นักเรียนมีทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 เช่น การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การคิดสร้างสรรค์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถมีทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ในการประกอบอาชีพได้ในอนาคต
S Self Control (มุ่งมั่น มีวินัย)
สนับสนุนให้นักเรียนได้รับการเสริมสร้างวินัย เพื่อสร้างนิสัย และพฤติกรรมที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น รู้จักบังคับตน มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และสิ่งแวดล้อมได้ มีจิตสำนึก มุ่งมั่นในการทำงานสิ่งใดจนสำเร็จ เป็นวินัยที่ดีแก่ตนเอง
การน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 โดยบูรณาการผ่าน ETHICS Model ของโรงเรียนวัดสังข์กระจาย (แจ่มวิชาสอน) เพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็น Sangkrajai DNA มีวิธีการดำเนินงานตาม 4 ขั้นตอน ดังนี้
1) การวางแผน (Plan) ดำเนินการวางแผนการจัดการศึกษา โดยการประชุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันออกแบบโครงการ/กิจกรรม พร้อมทั้งชี้แจง มอบหมายภาระงานต่างๆ อย่างชัดเจน โดยการน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 10 และน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการดำเนินการ
2) การดำเนินการ (Do) ผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ดำเนินการตามแผน ตามบทบาทหน้าที่ที่กำหนดไว้อย่างเต็มกำลังความสามารถ
3) กำกับติดตามผลการดำเนินงาน (Check) ผู้บริหารกำกับ ติดตามการดำเนินงานในส่วนต่าง ๆ พร้อมทั้งจัดให้มีการควบคุมคุณภาพของการดำเนินงาน ให้การสนับสนุน ส่งเสริม ช่วยเหลือทุกขั้นตอน รวมถึงการนิเทศการจัดการเรียนรู้ การประเมินผลการจัดกิจกรรม เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพร่วมกัน
4) การพัฒนา ปรับปรุง (Act) ร่วมกันนำผลการดำเนินงานมาวิเคราะห์หาจุดแข็ง จุดอ่อน เพื่อพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้นไป โดยใช้กระบวนการ AAR (After Action Review) ในการสะท้อนผลการดำเนินงานของแต่ละกิจกรรม/โครงการ โดยมุ่งหวังการพัฒนางาน พัฒนาองค์กรให้เกิดความยั่งยืน