ชื่อเรื่อง: การพัฒนากระบวนการนิเทศเชิงบูรณาการ PAORE เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการประกันคุณภาพการศึกษาและยกระดับคุณภาพผู้เรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช
ผู้วิจัย: สุบรรณ์ เกราะแก้ว
ตำแหน่ง: ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครศรีธรรมราช
ปีที่วิจัย: 25642568
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) มีวัตถุประสงค์ 4 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาสภาพการดำเนินงานระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและความต้องการในการนิเทศของสถานศึกษา 2) เพื่อสร้างและพัฒนากระบวนการนิเทศเชิงบูรณาการ PAORE 3) เพื่อศึกษาผลการนำกระบวนการนิเทศเชิงบูรณาการ PAORE ไปใช้ที่มีต่อสมรรถนะครูด้านการประกันคุณภาพการศึกษา คุณภาพผู้เรียน และความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน และ 4) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะและแนวทางปฏิบัติในการนำกระบวนการนิเทศเชิงบูรณาการ PAORE ไปขยายผลเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน การวิจัยดำเนินการร่วมกับการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) ตามแนวคิดของ Kemmis and McTaggart จำนวน 3 วงรอบ ครอบคลุมปีการศึกษา 25652567 ในสถานศึกษา 71 แห่ง กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษาและข้าราชการครู จำนวน 790 คน (ระยะที่ 1) และจำนวน 710 คน (ระยะที่ 3) รวมถึงครูแกนนำ 40 คน จากสถานศึกษากลุ่มเป้าหมาย 5 แห่งในสหวิทยาเขตหัวไทร เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถาม แบบทดสอบ แบบนิเทศติดตาม แบบสังเกตชั้นเรียน แบบประเมินนวัตกรรม และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI modified) การทดสอบค่าที (Paired t-test) การวิเคราะห์แนวโน้ม (Trend Analysis) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า
สภาพการดำเนินงานระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยภาพรวมมีสภาพที่เป็นจริงอยู่ในระดับมาก (x̄ = 3.813.99) และสภาพที่คาดหวังอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄= 4.704.77) ทุกด้าน ประเด็นที่มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูงสุด ได้แก่ การสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่าน PLC (PNI = 0.37) และผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้นจากการนิเทศ (PNI = 0.37) กลุ่มตัวอย่างต้องการการนิเทศแบบ Coaching & Mentoring มากที่สุด (ร้อยละ 45.80) ใช้ช่องทางแบบผสมผสาน On-site และ Online (ร้อยละ 52.40) และมีความเชื่อมั่นว่ากระบวนการนิเทศเชิงบูรณาการจะสามารถยกระดับคุณภาพได้อย่างยั่งยืน (ร้อยละ 85.00)
กระบวนการนิเทศเชิงบูรณาการ PAORE ที่พัฒนาขึ้นมีโครงสร้าง 5 ขั้นตอน ได้แก่ PPlanning AAction OObservation RReflection และ EEvaluation โดยบูรณาการ 3 ระบบงาน ได้แก่ ระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา (IQA) การประเมินผลการปฏิบัติงาน (PA) และการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เข้าเป็นมาตรฐานเดียว (Single Standard) โดยมีหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะ 7 หน่วยการเรียนรู้
ผลการนำกระบวนการ PAORE ไปใช้พบว่า ด้านสมรรถนะครู คะแนนเฉลี่ยด้านความรู้หลังอบรมสูงกว่าก่อนอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในทุกวงรอบ โดยวงรอบที่ 1 เพิ่มขึ้น 8.87 คะแนน (t = 115.89) วงรอบที่ 2 เพิ่มขึ้น 8.77 คะแนน (t = 89.50) และวงรอบที่ 3 เพิ่มขึ้น 8.46 คะแนน (t = 90.71) ทักษะกระบวนการ IQA มีพัฒนาการจากระดับ "ดีเลิศ" (x̄ = 4.43) สู่ระดับ "ยอดเยี่ยม" (x̄= 4.65) ด้านคุณภาพสถานศึกษา สถานศึกษาระดับ "ยอดเยี่ยม" เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 28.17 เป็นร้อยละ 40.85 สถานศึกษาที่ไม่บรรลุเป้าหมาย (กลุ่ม YYN/NYN) ลดลงจนเหลือศูนย์ ผลการประเมิน EQA รอบ 5 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 100 ทั้ง 24 แห่ง และมาตรฐานเขตพื้นที่ (e-MES) ยกระดับจากระดับ 4 สู่ระดับ 5 (ดีเยี่ยม) ด้านการนิเทศติดตามเชิงลึกกับครูแกนนำ 40 คน คุณภาพนวัตกรรมเพิ่มขึ้นจาก x̄= 4.68 เป็น x̄= 4.82 โดยแต่ละสถานศึกษามีอัตลักษณ์นวัตกรรมที่แตกต่างกันตามบริบท ด้านความพึงพอใจ ผู้บริหารและครูมีความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄= 4.60, S.D. = 0.11) โดยร้อยละ 83.58 เห็นว่ากระบวนการเป็นระบบและปฏิบัติได้จริง และร้อยละ 71.85 ยืนยันว่าลดความซ้ำซ้อนของงานได้จริง
ข้อเสนอแนะและแนวทางการขยายผล ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ (IQA Learning Hub) การใช้กลยุทธ์โรงเรียนพี่เลี้ยง (Mentoring System) การจัดเวทีแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice Show & Share) การจัดทำคลังนวัตกรรม (Innovation Repository) และการพัฒนาระบบนิเทศออนไลน์ (Online Coaching System) เพื่อสร้างความยั่งยืนของนวัตกรรม
คำสำคัญ กระบวนการนิเทศเชิงบูรณาการ PAORE, สมรรถนะครูด้านการประกันคุณภาพการศึกษา, คุณภาพผู้เรียน, ระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา, การวิจัยและพัฒนา