การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันที่เกิดขึ้นอย่างมากมายมหาศาล ส่งผลกับชีวิตของเราทุกคน และทุกๆ ด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านเทคโนโลยีรวมถึงด้านการศึกษา ทำให้การเรียนจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ให้พัฒนาก้าวทันโลกรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา การเรียนรู้ไม่ได้จบอยู่เพียงแค่ในห้องเรียน แต่เปลี่ยนรูปแบบไปเป็น การเรียนรู้ตลอดชีวิต ครูผู้สอนจึงมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต ซึ่งจำเป็นต้องมีเครื่องมือหรือวิธีการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับปัจจุบัน ที่ผู้เรียนต้องเป็นผู้สร้างความรู้เองภายใต้ความถูกต้องเหมาะสม และสร้างสรรค์ความรู้ความสามารถนั้นออกมา เพื่อหลุดพ้นออกจากกรอบการศึกษาการท่องจำ การสาธิตแล้วให้ทำตามหรือการต้องคอยฟังครูผู้สอนแต่เพียงผู้เดียว ครูจำเป็นต้องสอนให้ผู้เรียนเห็นถึงความสามารถต้องตนเองอย่างหลากหลายไม่เพียงแต่ใช้ทำข้อสอบ แต่เป็นความรู้ที่สร้างสรรค์ออกมาจากความคิดแปลกใหม่ มีความคิด กล้าแสดงออก สามารถวิเคราะห์ปัญหา และแก้ปัญหาได้ด้วยตนเองผ่านกระบวนการที่ครูเป็นผู้สนับสนุน แล้วคิดความรู้ใหม่หรือแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์
ด้วยเหตุนี้ การจัดการศึกษาของประเทศไทยจึงต้องเน้นการพัฒนาในเชิงคุณภาพให้สามารถสนองตอบความต้องการของกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการพัฒนาคุณภาพคนให้สอดคล้องกับบริบทของโลกในศตวรรษที่ 21 ซึ่งรูปแบบการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในการออกแบบการเรียนการสอน คือ รูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active leaning) ซึ่งเป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสร้างสรรค์ทางปัญญา (Constructivism) ที่เน้นกระบวนการสร้างเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาวิชา เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ หรือสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในตนเอง ด้วยการลงมือปฏิบัติจริงผ่านสื่อหรือกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีครูผู้สอนเป็นผู้แนะนำ กระตุ้น หรืออำนวยความสะดวก ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ขึ้น โดยกระบวนการคิดขั้นสูง กล่าวคือ ผู้เรียนมีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการประเมินค่าจากสิ่งที่ได้รับจากกิจกรรมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์และถูกต้อง ทำให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีความหมายและนำไปใช้ในสถานการณ์อื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากปีการศึกษาที่ผ่านพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสารต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และนักเรียนไม่เข้าใจเรื่องของสารในชีวิตประจำวันมากนัก
ดังนั้น ครูผู้สอนจึงมีความสนใจศึกษาการจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบเชิงรุก (Active leaning) ที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสาร ในชีวิตประจำวัน กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๙ เมื่อได้เรียนรู้ด้วยการได้ฝึกปฏิบัติจริง ได้มีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์ในการทำกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ ที่หลากหลายรูปแบบ เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสารในชีวิตประจำวัน ให้สูงขึ้นจากเดิม และเพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และกล้าแสดงออก และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันกับนักเรียนคนอื่นๆ ทั้งชั้นเรียน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างความรู้ ความเข้าใจปัญหาที่พบเจอในชีวิตจริงได้อย่างถูกต้อง และส่งเสริมนักเรียนในการเรียนระดับชั้นที่สูงขึ้นต่อไป
๓. วัตถุประสงค์ของการศึกษา
๓.1 เพื่อแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสารในชีวิตประจำวัน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕
๓.2. เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
3.๓ เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสารในชีวิตประจำวัน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนบ้านทรงธรรม
๔. วิธีการดำเนินการ
ในการดำเนินการวิจัยในครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพัฒนากระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ การดำเนินการมีรายละเอียดดังนี้
๔.1 วิเคราะห์โครงสร้างของสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสาร ในชีวิตประจำวัน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕
๔.2 ผลิตสื่อนวัตกรรมการเรียนการสอน ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสารในชีวิตประจำวัน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕
๔.3 ชี้แจงให้นักเรียนทราบถึงวิธีการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสารในชีวิตประจำวันเพื่อให้นักเรียนได้ปฏิบัติได้ถูกต้อง
๔.๔ นักเรียนทดสอบแบบทดสอบก่อนเรียน
๔.๕ นำนวัตกรรม ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสารในชีวิตประจำวัน มาใช้ในการสอนโดยให้นักเรียนใช้และปฏิบัติ
๔.๖ นักเรียนทดสอบแบบทดสอบหลังเรียน
๔.๗ บันทึกผลกิจกรรมระหว่างเรียนและทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน นำคะแนนที่ได้วิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยของคะแนนต่อไป
๕. นวัตกรรมที่ใช้ ( เครื่องมือ / สื่อ )
สื่อนวัตกรรมที่ใช้
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสารในชีวิตประจำวัน,หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕
เครื่องมือที่ใช้
๑. แบบบันทึกกิจกรรม
๒. แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน
๓. แบบทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน
๔. แบบสอบถามความพึงพอใจนวัตกรรมชุดกิจกรรมการเรียนรู้
๖. ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน
๖.1 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น
๖.2 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ตามเกณฑ์ ที่กำหนด
๗. ปัญหาและอุปสรรค
๗.๑ การใช้นวัตกรรมไม่สม่ำเสมอต่อเนื่องเพราะโรงเรียนมีการจัดกิจกรรมด้านอื่นๆ
๗.๒ บางครั้งในการจัดกิจกรรมนักเรียนมาไม่ครบจึงทำให้จัดกิจกรรมซ้ำอีกรอบและเวลานานขึ้น
๘. ข้อเสนอแนะในการพัฒนา
๘.1. จัดทำชุดกิจกรรมการเรียนรู้เพิ่มให้ครบทุกเรื่องในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕
๘.2. ผู้สอนสามารถบูรณาการสอดแทรกเนื้อหาสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสม เช่น ด้านคุณธรรมจริยธรรม เป็นต้น
๘.๓. ควรมีการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ในรูปแบบการเรียนผ่าน แอปพลิเคชัน (On-Demand) หรือในรูปแบบเรียนผ่านอินเทอร์เน็ต (Online) เพื่อให้เกิดเป็นสื่อสอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน