ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > 4 เรื่องฝากครรภ์ที่แม่ต้องรู้

4 เรื่องฝากครรภ์ที่แม่ต้องรู้

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 21 มี.ค. 2552 เปิดอ่าน : 19,352 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
4 เรื่องฝากครรภ์ที่แม่ต้องรู้

Advertisement

เมื่อคุณแม่รู้ว่าตั้งครรภ์แล้ว สิ่งแรกที่คุณแม่จะต้องทำก็คือการไปพบคุณหมอและฝากครรภ์ ซึ่งควรจะรีบไปฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้อยู่ในความดูแลของคุณหมออย่างใกล้ชิดค่ะ

1. ฝากครรภ์...เรื่องสำคัญของแม่ท้อง
การฝากครรภ์ไม่ควรเกิน 3 เดือนนับจากมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย ซึ่งการฝากครรภ์จะทำให้คุณแม่ได้พบคุณหมอเพื่อรับการตรวจร่างกายสม่ำเสมอ และคุณหมอ ยังสามารถตรวจสอบและรักษาได้ทันหากเกิดความผิดปกติในครรภ์หรือมีโรคแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคโลหิตจาง โรคเบาหวาน เป็นต้น การทราบล่วงหน้าว่าแม่หรือทารกมีความเสี่ยงด้านสุขภาพ จะทำให้คุณหมอสามารถแก้ปัญหาและดูแลได้อย่างเหมาะสม เช่น ดูแลครรภ์อย่าง ใกล้ชิด กำหนดวิธีคลอด และระยะเวลาที่จะคลอด รวมถึงการดูแลหลังคลอด ซึ่งคุณหมอจะให้คำแนะนำที่ถูกต้องเพื่อให้คุณแม่ดูแลสุขภาพของตนเองและ ลูกในท้องให้แข็งแรงตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์

2. ฝากครรภ์...ตรวจอะไรบ้าง?
ในการตรวจครรภ์ครั้งแรก คุณหมอจะถามข้อมูลและประวัติเกี่ยวกับคุณแม่ ครอบครัว โรคประจำตัว โรคที่เคยเป็น มาก่อน การแพ้ยา ประวัติการแท้งหรือการ ตั้งครรภ์ก่อนหน้านี้ จากนั้นคุณหมอจะตรวจร่างกายและตรวจครรภ์เพื่อตรวจว่ามีโรคที่เป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์หรือไม่ การตรวจร่างกายโดยละเอียดจะทำให้คุณหมอได้ทราบถึงสุขภาพของแม่ท้อง ซึ่งข้อมูล การตรวจทั้งหมดจะถูกเก็บไว้เป็นข้อมูล พื้นฐานสำหรับการตรวจครั้งต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการบางอย่างที่จำเป็นสำหรับ การตรวจครรภ์ เช่น การตรวจปัสสาวะเพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ ตรวจน้ำตาลในปัสสาวะ และตรวจไข่ขาวในปัสสาวะเพื่อหาความ ผิดปกติของไตหรือภาวะครรภ์เป็นพิษ การตรวจความเข้มข้นของเลือด เพื่อตรวจว่ามีภาวะโลหิตจางหรือไม่ การอัลตร้าซาวนด์เพื่อดูอายุครรภ์ที่แน่นอน การเต้นของหัวใจ และดูความผิดปกติของทารก รวมถึงการตรวจหาโรคอื่นๆ ที่อาจถ่ายทอดจากแม่ไปสู่ลูก

หลังจากตรวจครรภ์ครั้งแรกแล้ว คุณหมอจะนัดตรวจครรภ์อีกเป็นระยะ เพื่อดูการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์หรืออาการแทรกซ้อนต่างๆ ในคุณแม่ ซึ่งในช่วงการตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 12 – 28 คุณหมอจะนัดตรวจครรภ์ทุก 4 สัปดาห์ หรือเดือนละครั้ง หลังจากนั้นในระหว่างสัปดาห์ที่ 28 – 36 ของการตั้งครรภ์ จะนัดตรวจทุก 2 สัปดาห์ และในช่วงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ จะนัดตรวจสัปดาห์ละครั้ง จนถึงกำหนดคลอด ทั้งนี้ตารางการพบคุณหมอ อาจขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคุณหมอที่ดูแล ซึ่งแม่ท้องแต่ละคนอาจมีการนัดหมาย ที่แตกต่างกัน ถ้าการตั้งครรภ์ผิดปกติ เช่น มีโรคแทรกซ้อน อาจนัดตรวจบ่อยกว่าที่กำหนด

หากคุณแม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์หรือมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาคุณหมอเพื่อขอคำแนะนำหรือรับการรักษา

3. ฝากครรภ์...เลือกหมออย่างไรดี?
การเลือกสถานที่ฝากครรภ์ไม่ใช่เรื่องยาก คุณแม่ควรเลือกฝากครรภ์ที่ โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัย เมื่อคุณแม่ไปฝากครรภ์ครั้งแรกแล้ว ควรพิจารณาและสอบถามคุณหมอ ดังนี้

+ ความสะดวกในการเดินทางของสถานพยาบาลที่คุณแม่ไปพบคุณหมอ
+ ตารางวันและเวลาของโรงพยาบาลหรือคลินิกที่คุณหมอออกตรวจในแต่ละวัน
+ ในการตรวจจำเป็นต้องนัดล่วงหน้าทุกครั้งหรือไม่
+ หากคุณหมอไม่ออกตรวจ หรือเกิดกรณีฉุกเฉิน สามารถพบคุณหมอได้ที่ไหน หรือจะฝากให้คุณหมอท่านไหนดูแลแทน
+ เมื่อคุณแม่มีข้อสงสัย ทุกคำถามได้รับคำตอบจากคุณหมอหรือไม่
+ การไปตรวจครั้งนี้เป็นไปอย่างละเอียดและได้รับการเอาใจใส่หรือไม่
+ ควรถามคุณหมอว่ามีความชำนาญด้านใดเป็นพิเศษ เช่น สูติ-นรีเวช หรือ การตั้งครรภ์
+ อัธยาศัยของคุณหมอดีหรือไม่

คุณแม่ควรเปิดใจรับหลักการและวิธีการตรวจและรักษาของคุณหมอที่ไปหา แต่หากไม่ถูกใจที่ไปฝากครรภ์ครั้งแรกก็อย่าลังเลใจที่จะเปลี่ยนคุณหมอคนใหม่ เพราะคุณหมอจะต้องดูแลคุณแม่ไปจนถึงการคลอดและช่วงหลังคลอด

4. ฝากครรภ์...แม่กับหมอต้องเข้าใจกัน
ในการฝากครรภ์ คุณหมอแต่ละท่านมีความชำนาญ ประสบการณ์ วิธีการที่ ต่างกัน และคุณแม่แต่ละคนก็มีความต้องการที่ต่างกัน ดังนั้น คุณแม่ควรพยายามสื่อสารให้ดีที่สุดและพูดคุยกับคุณหมอบ่อยๆ เพื่อที่คุณแม่และลูกจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดตลอดการตั้งครรภ์

การปรับความคิดเห็นของคุณแม่กับคุณหมอเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรมีการพูดคุย ขอความคิดเห็นและซักถามข้อสงสัยทุกครั้งที่พบคุณหมอ จะช่วยให้คุณแม่และ คุณหมอเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น

จดบันทึกข้อสงสัยหรืออาการผิดปกติทุกครั้งเพื่อปรึกษาคุณหมอ และจดบันทึกคำแนะนำในการพบกันแต่ละครั้ง

อย่าลังเลที่จะถามข้อสงสัย แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย หากปล่อยให้เกิดข้อสงสัยในใจโดยไม่ซักถามหรือหาข้อมูลที่ถูกต้องอาจก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างคุณแม่และ คุณหมอที่ดูแล

หากสงสัยว่าคุณหมอทำอะไรผิดพลาด ต้องอย่านิ่งเฉย ควรซักถามเพื่อจะได้ตรวจสอบอีกครั้ง การโต้แย้งควรทำในลักษณะนุ่มนวลและจริงใจ ซึ่งเป็นการแสดงความสนใจและมีส่วนร่วมในการรักษาด้วย

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> 4 เรื่องฝากครรภ์ที่แม่ต้องรู้ , , 4 , เรื่องฝากครรภ์ที่แม่ต้องรู้ , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
20 กันยายน วันเยาวชนแห่งชาติ ☕ คลิกอ่านเลย
20 กันยายน วันเยาวชนแห่งชาติ
เปิดอ่าน 12,738 ครั้ง
หนังสือดีเด่น 2559 ที่พ่อแม่ควรให้ "ลูก" อ่าน☕ คลิกอ่านเลย
หนังสือดีเด่น 2559 ที่พ่อแม่ควรให้ "ลูก" อ่าน
เปิดอ่าน 24,196 ครั้ง
แปรงสีฟันในท้องตลาด1ใน4ด้อยคุณภาพ ☕ คลิกอ่านเลย
แปรงสีฟันในท้องตลาด1ใน4ด้อยคุณภาพ
เปิดอ่าน 8,250 ครั้ง
ชมดอกทานตะวันบานสะพรั่ง ณ ทุ่งทานตะวัน☕ คลิกอ่านเลย
ชมดอกทานตะวันบานสะพรั่ง ณ ทุ่งทานตะวัน
เปิดอ่าน 12,300 ครั้ง
3 จุดหมายยอดฮิตที่คนไทยต้องทำประกันเดินทางก่อนไปเที่ยว☕ คลิกอ่านเลย
3 จุดหมายยอดฮิตที่คนไทยต้องทำประกันเดินทางก่อนไปเที่ยว
เปิดอ่าน 10,681 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

สับปะรดมีเอ็นไซม์ช่วยย่อยจากธรรมชาติสับปะรดมีเอ็นไซม์ช่วยย่อยจากธรรมชาติ
เปิดอ่าน 10,364 ครั้ง
ตัวหนังสือไทยตัวหนังสือไทย
เปิดอ่าน 21,094 ครั้ง
ปลูกลีลาวดี อาชีพเสริมที่ไม่ควรมองข้ามปลูกลีลาวดี อาชีพเสริมที่ไม่ควรมองข้าม
เปิดอ่าน 29,412 ครั้ง
ฮอร์โมนเพศชายDHT-ต้นตอศีรษะล้านฮอร์โมนเพศชายDHT-ต้นตอศีรษะล้าน
เปิดอ่าน 14,449 ครั้ง
ประวัติ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ กพฐ.ประวัติ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการ กพฐ.
เปิดอ่าน 24,242 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ