ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > 4 เรื่องฝากครรภ์ที่แม่ต้องรู้
4 เรื่องฝากครรภ์ที่แม่ต้องรู้
ความรู้ทั่วไป โพสต์เมื่อวันที่ : 21 มี.ค. 2552 เปิดอ่าน : 21,029 ครั้ง
☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
Advertisement

4 เรื่องฝากครรภ์ที่แม่ต้องรู้
Advertisement

เมื่อคุณแม่รู้ว่าตั้งครรภ์แล้ว สิ่งแรกที่คุณแม่จะต้องทำก็คือการไปพบคุณหมอและฝากครรภ์ ซึ่งควรจะรีบไปฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้อยู่ในความดูแลของคุณหมออย่างใกล้ชิดค่ะ

1. ฝากครรภ์...เรื่องสำคัญของแม่ท้อง
การฝากครรภ์ไม่ควรเกิน 3 เดือนนับจากมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย ซึ่งการฝากครรภ์จะทำให้คุณแม่ได้พบคุณหมอเพื่อรับการตรวจร่างกายสม่ำเสมอ และคุณหมอ ยังสามารถตรวจสอบและรักษาได้ทันหากเกิดความผิดปกติในครรภ์หรือมีโรคแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคโลหิตจาง โรคเบาหวาน เป็นต้น การทราบล่วงหน้าว่าแม่หรือทารกมีความเสี่ยงด้านสุขภาพ จะทำให้คุณหมอสามารถแก้ปัญหาและดูแลได้อย่างเหมาะสม เช่น ดูแลครรภ์อย่าง ใกล้ชิด กำหนดวิธีคลอด และระยะเวลาที่จะคลอด รวมถึงการดูแลหลังคลอด ซึ่งคุณหมอจะให้คำแนะนำที่ถูกต้องเพื่อให้คุณแม่ดูแลสุขภาพของตนเองและ ลูกในท้องให้แข็งแรงตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์

2. ฝากครรภ์...ตรวจอะไรบ้าง?
ในการตรวจครรภ์ครั้งแรก คุณหมอจะถามข้อมูลและประวัติเกี่ยวกับคุณแม่ ครอบครัว โรคประจำตัว โรคที่เคยเป็น มาก่อน การแพ้ยา ประวัติการแท้งหรือการ ตั้งครรภ์ก่อนหน้านี้ จากนั้นคุณหมอจะตรวจร่างกายและตรวจครรภ์เพื่อตรวจว่ามีโรคที่เป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์หรือไม่ การตรวจร่างกายโดยละเอียดจะทำให้คุณหมอได้ทราบถึงสุขภาพของแม่ท้อง ซึ่งข้อมูล การตรวจทั้งหมดจะถูกเก็บไว้เป็นข้อมูล พื้นฐานสำหรับการตรวจครั้งต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการบางอย่างที่จำเป็นสำหรับ การตรวจครรภ์ เช่น การตรวจปัสสาวะเพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ ตรวจน้ำตาลในปัสสาวะ และตรวจไข่ขาวในปัสสาวะเพื่อหาความ ผิดปกติของไตหรือภาวะครรภ์เป็นพิษ การตรวจความเข้มข้นของเลือด เพื่อตรวจว่ามีภาวะโลหิตจางหรือไม่ การอัลตร้าซาวนด์เพื่อดูอายุครรภ์ที่แน่นอน การเต้นของหัวใจ และดูความผิดปกติของทารก รวมถึงการตรวจหาโรคอื่นๆ ที่อาจถ่ายทอดจากแม่ไปสู่ลูก

หลังจากตรวจครรภ์ครั้งแรกแล้ว คุณหมอจะนัดตรวจครรภ์อีกเป็นระยะ เพื่อดูการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์หรืออาการแทรกซ้อนต่างๆ ในคุณแม่ ซึ่งในช่วงการตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 12 – 28 คุณหมอจะนัดตรวจครรภ์ทุก 4 สัปดาห์ หรือเดือนละครั้ง หลังจากนั้นในระหว่างสัปดาห์ที่ 28 – 36 ของการตั้งครรภ์ จะนัดตรวจทุก 2 สัปดาห์ และในช่วงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ จะนัดตรวจสัปดาห์ละครั้ง จนถึงกำหนดคลอด ทั้งนี้ตารางการพบคุณหมอ อาจขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคุณหมอที่ดูแล ซึ่งแม่ท้องแต่ละคนอาจมีการนัดหมาย ที่แตกต่างกัน ถ้าการตั้งครรภ์ผิดปกติ เช่น มีโรคแทรกซ้อน อาจนัดตรวจบ่อยกว่าที่กำหนด

หากคุณแม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์หรือมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาคุณหมอเพื่อขอคำแนะนำหรือรับการรักษา

3. ฝากครรภ์...เลือกหมออย่างไรดี?
การเลือกสถานที่ฝากครรภ์ไม่ใช่เรื่องยาก คุณแม่ควรเลือกฝากครรภ์ที่ โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัย เมื่อคุณแม่ไปฝากครรภ์ครั้งแรกแล้ว ควรพิจารณาและสอบถามคุณหมอ ดังนี้

+ ความสะดวกในการเดินทางของสถานพยาบาลที่คุณแม่ไปพบคุณหมอ
+ ตารางวันและเวลาของโรงพยาบาลหรือคลินิกที่คุณหมอออกตรวจในแต่ละวัน
+ ในการตรวจจำเป็นต้องนัดล่วงหน้าทุกครั้งหรือไม่
+ หากคุณหมอไม่ออกตรวจ หรือเกิดกรณีฉุกเฉิน สามารถพบคุณหมอได้ที่ไหน หรือจะฝากให้คุณหมอท่านไหนดูแลแทน
+ เมื่อคุณแม่มีข้อสงสัย ทุกคำถามได้รับคำตอบจากคุณหมอหรือไม่
+ การไปตรวจครั้งนี้เป็นไปอย่างละเอียดและได้รับการเอาใจใส่หรือไม่
+ ควรถามคุณหมอว่ามีความชำนาญด้านใดเป็นพิเศษ เช่น สูติ-นรีเวช หรือ การตั้งครรภ์
+ อัธยาศัยของคุณหมอดีหรือไม่

คุณแม่ควรเปิดใจรับหลักการและวิธีการตรวจและรักษาของคุณหมอที่ไปหา แต่หากไม่ถูกใจที่ไปฝากครรภ์ครั้งแรกก็อย่าลังเลใจที่จะเปลี่ยนคุณหมอคนใหม่ เพราะคุณหมอจะต้องดูแลคุณแม่ไปจนถึงการคลอดและช่วงหลังคลอด

4. ฝากครรภ์...แม่กับหมอต้องเข้าใจกัน
ในการฝากครรภ์ คุณหมอแต่ละท่านมีความชำนาญ ประสบการณ์ วิธีการที่ ต่างกัน และคุณแม่แต่ละคนก็มีความต้องการที่ต่างกัน ดังนั้น คุณแม่ควรพยายามสื่อสารให้ดีที่สุดและพูดคุยกับคุณหมอบ่อยๆ เพื่อที่คุณแม่และลูกจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดตลอดการตั้งครรภ์

การปรับความคิดเห็นของคุณแม่กับคุณหมอเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรมีการพูดคุย ขอความคิดเห็นและซักถามข้อสงสัยทุกครั้งที่พบคุณหมอ จะช่วยให้คุณแม่และ คุณหมอเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น

จดบันทึกข้อสงสัยหรืออาการผิดปกติทุกครั้งเพื่อปรึกษาคุณหมอ และจดบันทึกคำแนะนำในการพบกันแต่ละครั้ง

อย่าลังเลที่จะถามข้อสงสัย แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย หากปล่อยให้เกิดข้อสงสัยในใจโดยไม่ซักถามหรือหาข้อมูลที่ถูกต้องอาจก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างคุณแม่และ คุณหมอที่ดูแล

หากสงสัยว่าคุณหมอทำอะไรผิดพลาด ต้องอย่านิ่งเฉย ควรซักถามเพื่อจะได้ตรวจสอบอีกครั้ง การโต้แย้งควรทำในลักษณะนุ่มนวลและจริงใจ ซึ่งเป็นการแสดงความสนใจและมีส่วนร่วมในการรักษาด้วย


Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

6 หนทางสู่ความร่ำรวยตั้งแต่อายุยังน้อย

6 หนทางสู่ความร่ำรวยตั้งแต่อายุยังน้อย
เปิดอ่าน 15,576 ครั้ง
จะเลือกแปรงสีฟันแบบไหนดี ?

จะเลือกแปรงสีฟันแบบไหนดี ?
เปิดอ่าน 10,067 ครั้ง
เกษตรกรมือใหม่ต้องรู้ ระบบน้ำเลี้ยงมีความสำคัญมากยังไง

เกษตรกรมือใหม่ต้องรู้ ระบบน้ำเลี้ยงมีความสำคัญมากยังไง
เปิดอ่าน 24,968 ครั้ง
ลายมือแบบไหนคือ "ลายมือเสน่ห์นิยม"

ลายมือแบบไหนคือ "ลายมือเสน่ห์นิยม"
เปิดอ่าน 22,215 ครั้ง
บาร์โค้ด ประวัติ การประดิษฐ์บาร์โค้ด รหัสแท่งมหัศจรรย์

บาร์โค้ด ประวัติ การประดิษฐ์บาร์โค้ด รหัสแท่งมหัศจรรย์
เปิดอ่าน 31,377 ครั้ง
ซดชา 3 ถ้วยช่วยต้านมะเร็ง ป้องกันโรคเนื้อร้ายของรังไข่สตรีได้

ซดชา 3 ถ้วยช่วยต้านมะเร็ง ป้องกันโรคเนื้อร้ายของรังไข่สตรีได้
เปิดอ่าน 11,293 ครั้ง
ประโยชน์บัตรเครดิต ที่คุณควรรู้ไว้ ตอนที่ 1

ประโยชน์บัตรเครดิต ที่คุณควรรู้ไว้ ตอนที่ 1
เปิดอ่าน 18,798 ครั้ง
7 เคล็ดลับเพิ่มความสูงให้กับตัวเอง

7 เคล็ดลับเพิ่มความสูงให้กับตัวเอง
เปิดอ่าน 12,861 ครั้ง
ปลุกสมองตื่นตัวด้วย

ปลุกสมองตื่นตัวด้วย 'มื้อเช้า'
เปิดอ่าน 14,424 ครั้ง
อาหารดีที่ควรมีติดบ้าน-ทานประจำทำสมองแล่น

อาหารดีที่ควรมีติดบ้าน-ทานประจำทำสมองแล่น
เปิดอ่าน 23,110 ครั้ง
วีดิโอสอนวิธีการดูธนบัตรปลอม

วีดิโอสอนวิธีการดูธนบัตรปลอม
เปิดอ่าน 12,212 ครั้ง
เตือนใช้ "บิททอร์เรนท์" โหลดคลิปโป๊มีโทษติดคุก

เตือนใช้ "บิททอร์เรนท์" โหลดคลิปโป๊มีโทษติดคุก
เปิดอ่าน 12,319 ครั้ง
ลายมือที่มี กากบาทแห่งความสำเร็จ

ลายมือที่มี กากบาทแห่งความสำเร็จ
เปิดอ่าน 67,734 ครั้ง
กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน

กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน
เปิดอ่าน 14,274 ครั้ง
หนอนไหม

หนอนไหม
เปิดอ่าน 12,602 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

อาหารที่เป็นตัวการทำลายสุขภาพผิว
อาหารที่เป็นตัวการทำลายสุขภาพผิว
เปิดอ่าน 14,933 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
รู้ไหมว่า..น้ำพริกตาแดง...ต้านมะเร็งได้
รู้ไหมว่า..น้ำพริกตาแดง...ต้านมะเร็งได้
เปิดอ่าน 14,006 ☕ คลิกอ่านเลย

อาหารก่อมะเร็ง
อาหารก่อมะเร็ง
เปิดอ่าน 9,502 ☕ คลิกอ่านเลย

ดื่มน้ำ 8 แก้วไม่เพียงพอแล้ว
ดื่มน้ำ 8 แก้วไม่เพียงพอแล้ว
เปิดอ่าน 14,606 ☕ คลิกอ่านเลย

สอนลูกให้เป็น “ดิน” เพื่อจะเป็น “ดาว” / ดร.แพง ชินพงศ์
สอนลูกให้เป็น “ดิน” เพื่อจะเป็น “ดาว” / ดร.แพง ชินพงศ์
เปิดอ่าน 27,907 ☕ คลิกอ่านเลย

รู้ก่อนสมัครงาน...!! คุณเหมาะกับการทำงานในองค์กรแบบไหน
รู้ก่อนสมัครงาน...!! คุณเหมาะกับการทำงานในองค์กรแบบไหน
เปิดอ่าน 16,020 ☕ คลิกอ่านเลย

ตุ๊กตาดินเผา เสริมฮวงจุ้ยให้บ้านเรา
ตุ๊กตาดินเผา เสริมฮวงจุ้ยให้บ้านเรา
เปิดอ่าน 13,313 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

ภาวะหมดไฟในการทำงาน (burnout syndrome)
ภาวะหมดไฟในการทำงาน (burnout syndrome)
เปิดอ่าน 16,328 ครั้ง

ชมคลิป ตำรวจไทยโชว์เต้นบีบอย งานกีฬากองทัพไทย
ชมคลิป ตำรวจไทยโชว์เต้นบีบอย งานกีฬากองทัพไทย
เปิดอ่าน 12,104 ครั้ง

สำนวนอังกฤษที่จำเป็นในการจัดการโปรเจ็ค
สำนวนอังกฤษที่จำเป็นในการจัดการโปรเจ็ค
เปิดอ่าน 28,902 ครั้ง

บางคนเกษียณแล้วร้องไห้หนักมาก เพราะไม่รู้สิบข้อนี้
บางคนเกษียณแล้วร้องไห้หนักมาก เพราะไม่รู้สิบข้อนี้
เปิดอ่าน 443,945 ครั้ง

กินรสจืด ยืดชีวิต
กินรสจืด ยืดชีวิต
เปิดอ่าน 18,781 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

  • IELTS Test
  • SAT Test
  • สอบ IELTS
  • สอบ TOEIC
  • สอบ SAT
  • เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  • เพลงเด็กอนุบาล
  •  
    หมวดหมู่เนื้อหา
    เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


    · Technology
    · บทความเทคโนโลยีการศึกษา
    · e-Learning
    · Graphics & Multimedia
    · OpenSource & Freeware
    · ซอฟต์แวร์แนะนำ
    · การถ่ายภาพ
    · Hot Issue
    · Research Library
    · Questions in ETC
    · แวดวงนักเทคโนฯ

    · ความรู้ทั่วไป
    · คณิตศาสตร์
    · วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    · ภาษาต่างประเทศ
    · ภาษาไทย
    · สุขศึกษาและพลศึกษา
    · สังคมศึกษา ศาสนาฯ
    · ศิลปศึกษาและดนตรี
    · การงานอาชีพ

    · ข่าวการศึกษา
    · ข่าวตามกระแสสังคม
    · งาน/บริการสังคม
    · คลิปวิดีโอยอดนิยม
    · เกมส์
    · เกมส์ฝึกสมอง

    · ทฤษฎีทางการศึกษา
    · บทความการศึกษา
    · การวิจัยทางการศึกษา
    · คุณครูควรรู้ไว้
    · เตรียมประเมินวิทยฐานะ
    · ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
    · เครื่องมือสำหรับครู

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ