|
Advertisement
|
ความเป็นมาและความสำคัญ
กระทรวงศึกษาธิการมุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบาย เรียนดี มีความสุข เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านการพลิกโฉมกระบวนการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีแนวทางสำคัญในการส่งเสริมให้สถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มระบบคลังเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ OBEC Content Center ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นนวัตกรรมระบบคลังสื่อเพื่อการเรียนรู้ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสื่อสารสนเทศที่มีคุณภาพในศตวรรษที่ 21 อย่างไรก็ตาม จากบริบทการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนบ้านเนินตอง พบว่า หน่วยการเรียนรู้เรื่อง การแยกสารผสม ซึ่งครอบคลุมวิธีการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน เป็นหัวข้อที่มีข้อจำกัดค่อนข้างมากในด้านการเชื่อมโยงระหว่างการลงมือปฏิบัติทดลองจริงกับการทำความเข้าใจกลไกในระดับอนุภาค นักเรียนส่วนใหญ่สามารถจดจำชื่อและวิธีการแยกสารได้จากการทดลองในห้องเรียน แต่เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ประยุกต์ใหม่ ๆ ในชีวิตประจำวัน หรือการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน นักเรียนมักไม่สามารถจำแนกทฤษฎี นึกภาพการแยกอนุภาคของสารผสมที่มีขนาดเล็ก หรือเชื่อมโยงหลักการทางวิทยาศาสตร์ไปใช้แก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในหัวข้อนี้น้อยกว่าเกณฑ์ที่คาดหวัง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนานวัตกรรมการสอนที่ผสานชุดกิจกรรมการทดลองเชิงรุกเข้ากับสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center เพื่อทลายข้อจำกัดในการมองเห็นระดับโมเลกุล และยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างเป็นระบบ
ด้วยเหตุนี้ แนวคิดการขับเคลื่อนนวัตกรรมจึงได้บูรณาการหลักการทางครุศาสตร์และการบริหารจัดการคุณภาพเข้าด้วยกันภายใต้ชื่อโมเดล P-U-R-E Model ซึ่งทำงานสอดรับควบคู่ไปกับวงจรคุณภาพตามแนวคิดเชิงระบบ โดยเริ่มจากการวางแผน (Plan) นำไปสู่การปฏิบัติในขั้นแรกคือ Practice หรือการลงมือปฏิบัติจริงด้วยชุดกิจกรรม สอดคล้องกับแนวคิด Learning by Doing ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ผ่านการทดลองกรอง การตกตะกอน และการแยกสารผสมจริง จากนั้นขับเคลื่อนสู่ขั้นตอนการปฏิบัติ (Do) ในขั้น Utilization of Digital Media หรือการใช้ประโยชน์จากสื่อดิจิทัลในระบบ OBEC Content Center ตามแนวคิดการบูรณาการเทคโนโลยีผสานวิธีสอนและเนื้อหา เพื่อนำสื่อดิจิทัลมาปิดรอยต่อทางความคิดและขยายภาพอนุภาคของสารให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ต่อมาในขั้นการตรวจสอบ (Check) จะขับเคลื่อนผ่านกระบวนการ Research & Enquiry หรือการสืบเสาะหาความรู้ด้วยกระบวนการ 5E ซึ่งยึดโยงอยู่บนพื้นฐานทฤษฎีการสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเอง กระตุ้นให้ผู้เรียนตั้งคำถาม สืบค้น และสร้างองค์ความรู้เรื่องสารผสมด้วยตนเองผ่าน 5 ขั้นตอนหลัก และสิ้นสุดวงจรที่ขั้นการปรับปรุงพัฒนา (Act) ผ่านกระบวนการ Evaluation & Reflection หรือการวัดประเมินผลและการสะท้อนคิด เพื่อประเมินความเข้าใจของผู้เรียนตามแนวคิดการประเมินเพื่อพัฒนา และนำผลมาสะท้อนคิดเพื่อปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับการเลือกใช้ประเภทสื่อจากระบบ OBEC Content Center ให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการข้างต้น ได้มีการคัดสรรและจำแนกประเภทเนื้อหาอิเล็กทรอนิกส์ออกเป็น 3 ประเภทหลัก เพื่อนำมาใช้ในแต่ละขั้นของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E อย่างจำเพาะเจาะจง โดยในขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engagement) และขั้นอธิบายความรู้ (Explanation) ได้นำสื่อประเภทวิดีโอมาใช้เพื่อนำเสนอสถานการณ์ปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น กระบวนการทำนาเกลือ เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหา พร้อมทั้งใช้สื่อประเภทภาพเคลื่อนไหวหรือแอนิเมชันมาช่วยอธิบายสิ่งที่เป็นนามธรรมระดับโมเลกุล เช่น ภาพจำลองการติดอยู่บนกระดาษกรองของอนุภาคสารที่มีขนาดใหญ่ เปรียบเทียบกับอนุภาคของน้ำที่ผ่านรูพรุนไปได้ ทำให้นักเรียนเห็นภาพกลไกการแยกสารได้อย่างเด่นชัด นอกจากนี้ในขั้นขยายความรู้ (Elaboration) และขั้นประเมินผล (Evaluation) ยังได้นำสื่อประเภทหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรืออีบุ๊กมาใช้ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเอง ตลอดจนประยุกต์ใช้คลังข้อสอบในระบบเพื่อประเมินความรู้ความเข้าใจหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
การนำสื่อจากระบบ OBEC Content Center และนวัตกรรม P-U-R-E Model มาใช้ในรายวิชาวิทยาศาสตร์เรื่องการแยกสารผสมนี้ ได้รับการออกแบบให้มีความสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ในสาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 ที่มุ่งให้ผู้เรียนเข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสาร และความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค โดยตรงตามตัวชี้วัด ว 2.1 ป.6/1 ที่ระบุให้ผู้เรียนสามารถอธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการแยกสาร ซึ่งความสอดคล้องดังกล่าวไม่เพียงแต่ตอบสนองต่อตัวชี้วัดของหลักสูตรเท่านั้น แต่ยังส่งผลลัพธ์โดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ทั้งในด้านการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดแก้ปัญหา ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จากการทดลองจริง และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ ซึ่งเป็นการยกระดับสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ให้เกิดขึ้นจริงในห้องเรียนวิทยาศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม
|
โพสต์โดย นางสาวกิ่งแก้ว พันธ์หนอง : [24 พ.ค. 2569 (16:26 น.)] อ่าน [66] ไอพี : 49.237.176.191
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 12,437 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 19,687 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,655 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 727 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 36,447 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 3,946 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 8,690 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 22,113 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,109 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 24,060 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,546 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 28,702 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,417 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,652 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 8,847 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 42,349 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,675 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 30,316 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 38,462 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,590 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|