ชื่อวิจัย การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียน โรงเรียนบ้านควนพลี
ผู้วิจัย นายเกียรติโญธิณล์ เจริญผล
หน่วยงาน โรงเรียนบ้านควนพลี
ปีที่ทำวิจัย 2565-2567
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี ในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา R&D (Research and Development) ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ดำเนินการ 2 วงรอบ คือ วงรอบที่ 1 (R1D1) และวงรอบที่ 2 (R2D2) มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านควนพลี 2) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบ มีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี
3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี 4) เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดี ของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี โดยดำเนินการศึกษากับกลุ่มประชากร คือ ผู้บริหาร จำนวน 1 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 7 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 14 คน ผู้เรียน จำนวน 164 คน ผู้ปกครอง จำนวน 164 คน รวมทั้งสิ้น 350 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้เรียนจำนวน 96 คน และผู้ปกครอง จำนวน 96 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 192 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านควนพลี 2) แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี (ฉบับร่าง 1) 3) แบบวิพากษ์ร่างรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี (ฉบับร่าง 2) 4) แบบประเมินคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี 5) แบบติดตามการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี 6) แบบประเมินประโยชน์จากการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี (สำหรับผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูและบุคลากรทางการศึกษา) 7) แบบประเมินประโยชน์จากการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี (สำหรับผู้เรียน และผู้ปกครอง) 8) แบบประเมินความพึงพอใจต่อการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบ มีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี 9) แบบประเมินคุณลักษณะความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี 10) แบบประเมินความพึงพอใจของชุมชนต่อผลการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี และ 11) แบบประเมินความเป็นไปได้ต่อการนำรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี ไปใช้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัย ดังนี้
1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็นในการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านควนพลี จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นและประชุมผู้เกี่ยวข้อง พบว่า ความต้องการจำเป็นที่โรงเรียนบ้านควนพลี ควรนำไปใช้ใน
การบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประกอบด้วยลำดับการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนบ้านควนพลี ทั้ง 5 องค์ประกอบมีลำดับความต้องการจำเป็น 4 ลำดับ ดังนี้ 1) ด้านการมีส่วนร่วมของสถาบันครอบครัว (บ้าน) 2) ด้านแนวทางการดำเนินงานระบบ ดูแลช่วยเหลือนักเรียน 3) ด้านกระบวนการมีส่วนร่วม และด้านการมีส่วนร่วมของโรงเรียนบ้านควนพลี 4) ด้านการมีส่วนร่วมของสถาบันศาสนา (วัด)
2. ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี ได้รูปแบบการบริหารเชิงระบบ INPUT PROCESS OUTPUT และวงจร PDCA ร่วมกับ 5 องค์ประกอบ ตั้งชื่อตามอักษรตัวหน้า
ของแต่ละองค์ประกอบและตามด้วย Model เป็น P-VMS-5S Model เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
ของโรงเรียนบ้านควนพลี โดยมีส่วนที่ 1 ประกอบด้วย วงจร PDCA 1) Plan (การวางแผน) 2) Do
(การดำเนินการ) 3) Check (การตรวจสอบ) 4) Act (การปรับปรุง) ส่วนที่ 2 ประกอบด้วย องค์ประกอบที่ 1 P: Participatory process (กระบวนการมีส่วนร่วม) องค์ประกอบที่ 2 V: Village (สถาบันครอบครัว : บ้าน) องค์ประกอบที่ 3 M : Monastery (สถาบันศาสนา : วัด) องค์ประกอบที่ 4
S: School (โรงเรียน) องค์ประกอบที่ 5 5S : ระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน และผลการประเมิน
ความเหมาะสมของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี (ฉบับร่าง 1) ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.57,  = 0.50) โดยเรียงลำดับคะแนนเฉลี่ยสูงสุดรายด้าน คือ ด้านกระบวนการมีส่วนร่วม และด้านการมีส่วนร่วมของสถาบันครอบครัว (บ้าน) ( = 4.60,  = 0.49) ด้านแนวทางการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ( = 4.57,  = 0.50) ด้านการมีส่วนร่วมของโรงเรียน บ้านควนพลี ( = 4.55,  = 0.50) ด้านการมีส่วนร่วมของสถาบันศาสนา (วัด) 4 ( = 4.54,  = 0.50) ตามลำดับ จากการวิพากษ์รูปแบบการบริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิมีความคิดเห็นตรงกันว่า รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model มีความเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนบ้านควนพลี และสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองดีได้ โดยรูปแบบดังกล่าวมีจุดเด่น คือ การนำหลัก บวร ได้แก่ บ้าน วัด และโรงเรียน มาใช้ในการดำเนินงานร่วมกัน ให้มีส่วนร่วมในการวางแผน ดำเนินงาน ติดตาม และประเมินผลร่วมกัน เพื่อร่วมกันดูแลและพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านความรู้ คุณธรรม จริยธรรม ทั้งนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิได้เสนอแนะว่า ควรส่งเสริมบทบาทของผู้ปกครองในการดูแลพฤติกรรมของผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ให้วัดเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านคุณธรรมและ
การดำเนินชีวิตที่ดี และให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือระหว่างบ้าน วัด และชุมชน เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในการติดตาม ดูแล และช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคล นอกจากนี้ผู้ทรงคุณวุฒิเห็นว่า การดำเนินงานควรใช้วงจรคุณภาพ PDCA ได้แก่ การวางแผน (Plan) การดำเนินงาน (Do) การตรวจสอบและประเมินผล (Check) และการปรับปรุงพัฒนา (Act) จะทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีระบบ สามารถตรวจสอบ และติดตามการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนได้ ทำให้ง่ายต่อการปรับปรุงและพัฒนา
การดำเนินงานให้มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี ผลปรากฏดังนี้
3.1 ผลการประเมินคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้
P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี ในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.53,  = 0.21)
3.2 ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียน โรงเรียนบ้านควนพลี ในด้านกระบวนการมีส่วนร่วมด้านสถาบันครอบครัว (บ้าน) ด้านการมีส่วนร่วมสถาบันศาสนา (วัด) ด้านการมีส่วนร่วมโรงเรียน
บ้านควนพลี ด้านแนวทางการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยใช้แบบติดตามความก้าวหน้า 3 ระยะ ในช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2566 เดือนเมษายน พ.ศ. 2566 และเดือนเมษายน พ.ศ. 2567 ผลปรากฏดังนี้ ด้านกระบวนการมีส่วนร่วม ปัญหาที่พบ คือ การบริหารจัดการยังไม่มี
การกระจายอำนาจในการตัดสินใจ ครูมีงานสอนและงานประเมินมากเกินไปจนไม่มีเวลาประสานงาน คณะกรรมการสถานศึกษาบางยังไม่เข้าใจขอบเขตหน้าที่ของตนเอง การแก้ไขปัญหานี้ คือ กำหนดบทบาทแต่ละฝ่ายให้ชัดเจน ลดงานประเมินครู กระจายงานบริหารจัดการในรูปแบบคณะกรรมการตัวแทนจากทุกฝ่ายเพื่อให้ครูได้มีเวลาจัดกิจกรรมการเรียนสอนผู้เรียน ด้านการมีส่วนร่วมสถาบันศาสนา (วัด) ปัญหาหลัก คือ ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีภาระงานประจำทำให้ไม่มีเวลามาร่วมประชุม วางแผน ตัวแทนผู้ปกครองอาจขาดทักษะและระเบียบวิธีในการประเมินผลโครงการที่เป็นระบบ รวมถึงกรอบแนวคิด การแก้ไขปัญหานี้ จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการสั้น ๆ ร่วมกันระหว่างครูและผู้ปกครอง ด้านการมีส่วนร่วมโรงเรียนบ้านควนพลี ปัญหาที่พบ คือ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครองบางส่วนยังมองว่าเป็นหน้าที่ของโรงเรียนฝ่ายเดียว การแก้ไขปัญหานี้ หลอมรวมหลักสูตรบูรณาการคิดฐานพลเมืองดีเข้ากับทุกกลุ่มสาระวิชาและกิจกรรมลดเวลาเรียนและให้ผู้เรียนคิดโครงการพลเมืองดีด้วยตัวเอง เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ ด้านแนวทางการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ปัญหาที่พบ คือ ครูและบุคลากรมีภาระงานล้นมือ ทั้งงานสอน งานเอกสาร และงานนโยบาย ทำให้ไม่มีเวลาเพียงพอที่จะเจาะลึกดูแลผู้เรียนเป็นรายบุคคลได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ครูบางส่วนอาจยังขาดทักษะเฉพาะทาง เช่น ทักษะการแนะแนว จิตวิทยาวัยรุ่น การแก้ไขปัญหานี้ จัดตั้งทีมสนับสนุน มีครูแนะแนวเพื่อช่วยคัดกรองผู้เรียนที่ยากเกินกำลังครูประจำชั้น
4. ผลการประเมินการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียน โรงเรียนบ้านควนพลี สรุปได้ดังนี้
4.1 กลุ่มผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความเห็นว่าการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียน โรงเรียนบ้านควนพลี โดยภาพรวมมีประโยชน์ระดับมากที่สุด ( = 4.73,  = 0.39) และกลุ่มผู้เรียน ผู้ปกครอง ในภาพรวมมีประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด ( X ̅= 4.77, S.D. = 0.32)
4.2 ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูและบุคลากร
ทางการศึกษา มีความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียน โรงเรียนบ้านควนพลี ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.53,  = 0.32) โดยความพึงพอใจระยะที่ 1 การวางแผน (Plan) และระยะที่ 2
การดำเนินงาน (Do) มีค่าเฉลี่ยสูงสุดเท่ากัน ( = 4.56,  = 0.32 และ 0.34) ความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ ระยะที่ 4 การปรับปรุงและพัฒนา (Act) ( = 4.50,  = 0.40) และระยะที่ 3 การตรวจสอบและประเมินผล (Check) ( = 4.45,  = 0.34) ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ตามลำดับ
4.3 ผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียน โรงเรียนบ้านควนพลี สรุปได้ ดังนี้
4.3.1 คุณภาพการศึกษาของผู้เรียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ระดับดีขึ้นไป
ปีการศึกษา 2565 ปีการศึกษา 2566 และปีการศึกษา 2567 เท่ากับร้อยละ 100 ทั้ง 3 ปีการศึกษา ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับ 3 ขึ้นไป ปีการศึกษา 2567 สูงกว่าปีการศึกษา 2566 และ
ปีการศึกษา 2565 ตามลำดับ ร้อยละของผู้เรียนที่มีความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ยังต้องยกระดับคุณภาพการศึกษา ส่วนผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานระดับชาติ (National Test: NT) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ
ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Educational Test:
O-NET) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผลการทดสอบปีการศึกษา 2567 สูงกว่าปีการศึกษา 2566 และมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งทางโรงเรียนกำลังเร่งยกระดับประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอน เพื่อผลักดันให้ผู้เรียนบรรลุศักยภาพสูงสุดตามเกณฑ์มาตรฐานต่อไป
4.3.2 คุณภาพการศึกษาของผู้เรียนด้านความเป็นพลเมืองดีหลังจากใช้รูปแบบ
การบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียน โรงเรียนบ้านควนพลี มีคุณลักษณะความเป็นพลเมืองดีในภาพรวม (9 ด้าน) อยู่ในระดับมาก จำนวน 136 คน คิดเป็นร้อยละ 100.00
4.3.3 คุณภาพการศึกษาด้านสถานศึกษา โรงเรียนบ้านควนพลีโดดเด่นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืนด้วยการนำ P-VMS-5S Model พร้อมทั้งมีโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียน โรงเรียนบ้านควนพลี มุ่งพัฒนาและสร้างนวัตกรรมสร้างสรรค์ความเป็นพลเมืองดี ที่มุ่งให้ผู้เรียนได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ให้ลดน้อยลง และเพิ่มพฤติกรรมบ่งชี้เชิงบวกให้มากยิ่งขึ้น โดยการส่งเสริมให้ครู และผู้เรียนได้สร้างนวัตกรรมโครงงานตามโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จนเกิดความน่าเชื่อถือสถานศึกษาจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน
4.3.4 คุณภาพการศึกษาด้านชุมชนโดยผู้ปกครองเป็นตัวแทนชุมชนมีความพึงพอใจ
ต่อการบริหารโดยใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
( X ̅= 4.73, S.D. = 0.47)
4.3.5 ผลการประเมินความเป็นไปได้ต่อการนำรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยใช้ P-VMS-5S Model เพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีของผู้เรียนโรงเรียนบ้านควนพลี
ไปใช้ ในภาพรวมมีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.79,  = 0.39)