บทคัดย่อ
การพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 จำเป็นต้องส่งเสริมทั้งความรู้ ทักษะปฏิบัติ ทักษะชีวิต และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ควบคู่กัน โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะทางกีฬา ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมสมรรถภาพทางกาย การทำงานร่วมกัน และการสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน ผู้จัดทำจึงได้พัฒนานวัตกรรม TACTIC TEAM MODEL : กลยุทธ์การพัฒนานักกีฬาฟุตบอลโดยใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับ Soft Skills เพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาพลศึกษาและพัฒนานักกีฬาฟุตบอลระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยบูรณาการแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 และการส่งเสริม Soft Skills ผ่านกิจกรรมกีฬาฟุตบอล
วัตถุประสงค์ของนวัตกรรม ได้แก่ 1) เพื่อพัฒนาทักษะพื้นฐานกีฬาฟุตบอลของผู้เรียน 2) เพื่อส่งเสริม Soft Skills ผ่านกิจกรรมกีฬา 3) เพื่อพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 4) เพื่อส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ และ 5) เพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่การแข่งขันกีฬาอย่างสร้างสรรค์
การดำเนินงานใช้ TACTIC TEAM MODEL ซึ่งประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ T : Training Preparation การเตรียมความพร้อมก่อนการพัฒนา, A : Active Learning Process การจัดการเรียนรู้เชิงรุก, C : Coaching & Teamwork การโค้ชและการสร้างทีม, T : Tactical Competition การแข่งขันและการใช้แผนการเล่น, I : Improvement & Inspiration การพัฒนาและสร้างแรงบันดาลใจ และ C : Competition การพัฒนาสู่การแข่งขันอย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) ใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) การใช้เกมเป็นฐาน (Game-Based Learning) การโค้ชรายบุคคล และการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงในการแข่งขัน
ผลการดำเนินงานพบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านทักษะกีฬาฟุตบอลดีขึ้นอย่างชัดเจน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะปฏิบัติสูงขึ้น สามารถปฏิบัติทักษะการเลี้ยงบอล การส่งบอล การยิงประตู และการเล่นเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ผู้เรียนยังมี Soft Skills และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะด้านการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และภาวะผู้นำ มีความรับผิดชอบ มีวินัย และมีน้ำใจนักกีฬา สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้ทีมฟุตบอลของโรงเรียนสามารถเข้าร่วมการแข่งขันและได้รับรางวัลในระดับเครือข่ายและระดับเขตพื้นที่การศึกษาอย่างต่อเนื่อง
ความสำเร็จของนวัตกรรมเกิดจากความร่วมมือของผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครอง ชุมชน และนักเรียน ตลอดจนการใช้กระบวนการ Active Learning และการเสริมแรงเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง นวัตกรรม TACTIC TEAM MODEL สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาพลศึกษา กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และกีฬาประเภทอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถเผยแพร่ ขยายผล และพัฒนาต่อยอดเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามเป้าหมายของการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างยั่งยืน
คำสำคัญ: TACTIC TEAM MODEL, กีฬาฟุตบอล, Active Learning, Soft Skills, ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21, Best Practice