ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การใช้ SPARK Model พัฒนาทักษะการเรียนรู้ Coding ด้วยโปรแกรม Scratch ผ่านระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center Center เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาวิทยาการคำนวณ

ความเป็นมาและความสำคัญ

ปัจจุบันโลกมีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว สืบเนื่องมาจากการใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ของทุกภูมิภาคของโลกเข้าด้วยกัน กระแสการปรับเปลี่ยนทางสังคมที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21 ส่งผลต่อวิถีการดำรงชีพของสังคมอย่างทั่วถึง ผู้สอนจึงต้องมีความตื่นตัวและเตรียมพร้อมในการจัดการเรียนรู้เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนมีทักษะสำหรับการออกไปดำรงชีวิตในโลกในศตวรรษที่ 21 ที่เปลี่ยนไปจากศตวรรษที่ 20 และ 19 โดยทักษะแห่งศตวรรษ ที่ 21 ที่สำคัญที่สุด คือ ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skill) ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดการเรียนรู้เพื่อให้เด็กในศตวรรษที่ 21 นี้ มีความรู้ ความสามารถ และทักษะจำเป็น ซึ่งเป็นผลจากการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้ดังกล่าว

การปฏิรูปการศึกษาในศตวรรษที่ 21 มุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพในยุคดิจิทัล อันได้แก่ ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี และทักษะชีวิตและอาชีพ การจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนจึงต้องปรับเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมที่ครูเป็นศูนย์กลาง (Teacher-centered) มาเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Student-centered) ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยมีการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 22 ได้กำหนดให้การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ในขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำหนดนโยบายการขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษาผ่านการพัฒนาและสนับสนุนการใช้คลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBEC Content Center) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางในการรวบรวม จัดเก็บ และเผยแพร่สื่อการเรียนรู้ดิจิทัลคุณภาพสูงสำหรับครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนได้เข้าถึงสื่อการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานเดียวกัน

จากการศึกษาวิเคราะห์สภาพการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดจำปา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 ในรายวิชา วิทยาการคำนวณ ผู้รายงานพบสภาพปัญหาที่สำคัญหลายประการ ประการแรก นักเรียนจำนวน 20 คน มีความแตกต่างระหว่างบุคคลค่อนข้างสูง ทั้งในด้านพื้นฐานความรู้ ความสามารถ ความสนใจ และสไตล์การเรียน ส่งผลให้การจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการเดียวกันทั้งห้องเรียนไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เรียนได้ครบทุกคน ประการที่สอง ผลการประเมินผู้เรียนก่อนเรียนพบว่านักเรียนจำนวนหนึ่งมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด มีปัญหาเรื่องความเข้าใจในมโนทัศน์ที่เป็นนามธรรม ขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ และการประยุกต์ใช้ความรู้ ประการที่สาม นักเรียนส่วนใหญ่ขาดความกระตือรือร้น ไม่มีส่วนร่วมในชั้นเรียนเท่าที่ควร เนื่องจากการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมามักเน้นการบรรยายจากครู ทำให้ผู้เรียนรู้สึกเบื่อหน่ายและไม่เห็นความเชื่อมโยงของเนื้อหากับชีวิตจริง

ผู้รายงานพบข้อจำกัดในการผลิตและพัฒนาสื่อการเรียนรู้คุณภาพสูงเอง ทั้งในด้านทักษะการผลิตสื่อมัลติมีเดีย เวลาในการเตรียมการสอน และงบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์ ส่งผลให้สื่อการเรียนรู้ที่ใช้ในชั้นเรียนไม่มีความหลากหลาย ไม่ทันสมัย และไม่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เรียนได้ โรงเรียนมีอุปกรณ์เทคโนโลยีดิจิทัลและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่พร้อมใช้งานในระดับหนึ่ง แต่การใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์เหล่านี้เพื่อการจัดการเรียนรู้ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากครูบางส่วนยังขาดทักษะในการบูรณาการเทคโนโลยีกับการสอน (Technological Pedagogical Content Knowledge: TPACK) สภาพปัญหาเหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

จากสภาพปัญหาดังกล่าว ผู้รายงานในฐานะครูผู้สอนจึงได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมและสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด แนวคิดและทฤษฎีหลักที่นำมาเป็นพื้นฐานในการพัฒนานวัตกรรม ประกอบด้วย (1) แนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของ Bonwell และ Eison (1991) ที่เน้นการให้ผู้เรียนมีบทบาทหลักในกระบวนการเรียนรู้ผ่านการคิด การลงมือปฏิบัติ การอภิปราย และการสะท้อนความคิด (2) ทฤษฎีการสร้างสรรค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism) ของ Piaget และ Vygotsky ที่เชื่อว่าผู้เรียนสร้างความรู้ขึ้นเองผ่านการเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมกับข้อมูลใหม่ และผ่านปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (3) กรอบแนวคิด TPACK ของ Mishra

และ Koehler (2006) (4) หลักการออกแบบการเรียนรู้ย้อนกลับ (Backward Design) ของ Wiggins และ McTighe (2005) และ (5) แนวคิดการจัดการเรียนรู้แบบ Differentiated Instruction ของ Tomlinson ผู้รายงานได้นำแนวคิดและทฤษฎีเหล่านี้มาบูรณาการเข้าด้วยกัน พัฒนาเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เรียกว่า SPARK Model

SPARK ประกอบด้วยอักษรย่อของขั้นตอนทั้ง 5 ได้แก่ S (Survey & Set Goals) คือ การสำรวจผู้เรียนและกำหนดเป้าหมาย P (Pick E-Media from OBEC) คือ การคัดเลือกสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลจากระบบ OBEC Content Center A (Activate Learning Design) คือ การออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก R (Run Classroom Together) คือ การขับเคลื่อนการเรียนรู้และสร้างการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน และ K (Knowledge Check & Expand) คือ การตรวจสอบความรู้รอบด้านและขยายผล ชื่อ SPARK ยังสื่อถึงการ ’จุดประกาย’ การเรียนรู้ที่สดใส สร้างสรรค์ และมีพลัง มุ่งพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน รูปแบบ SPARK Model มีจุดเด่นที่ความยืดหยุ่น สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับการจัดการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทุกระดับชั้น และทุกขนาดของสถานศึกษา

การพัฒนานวัตกรรม SPARK Model ในครั้งนี้ ผู้รายงานคาดหวังว่าจะสามารถยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในรายวิชาวิทยาการคำนวณ โรงเรียนวัดจำปา ให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ดี เพื่อนำมาประยุกต์ใช้เป็นสื่อประกอบในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นเนื้อหาในหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เกิดทักษะในการ Coding มากยิ่งขึ้น และส่งผลให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นในอนาคต อีกทั้งจะเป็นแนวทางและต้นแบบให้ครูในกลุ่มสาระอื่น ๆ และในเครือข่ายโรงเรียนได้นำไปปรับใช้ ขยายผล และพัฒนาต่อยอด เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพให้แก่การจัดการศึกษาในระดับสถานศึกษา เครือข่าย และเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย อย่างยั่งยืนสืบต่อไป

วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาทักษะการเรียน Coding ด้วยโปรแกรม Scratch ผ่านระบบคลังสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล OBEC Content Center

2. เพื่อพัฒนาทักษะการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับนักเรียน

3. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

4. เพื่อสร้างเจตคติที่ดีต่อการเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)

5. เพื่อส่งเสริมสมรรถนะผู้เรียนทั้ง 5 ด้านตามหลักสูตรแกนกลาง ได้แก่ สมรรถนะการสื่อสาร สมรรถนะการคิดขั้นสูง สมรรถนะการแก้ปัญหา สมรรถนะการใช้ทักษะชีวิต และสมรรถนะการใช้เทคโนโลยี และ เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ SPARK Model ให้มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปขยายผลกับการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาและระดับชั้นอื่น ๆ ได้

เป้าหมาย

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 20 คน ปีการศึกษา 2569 โรงเรียนวัดจำปา อำเภออุทัย

ได้รับการจัดการเรียนรู้ Coding ด้วยโปรแกรม Scratch ร่วมกับสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลจากระบบ OBEC Content Center คิดเป็นร้อยละ 100

เป้าหมายเชิงคุณภาพ

1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระและมโนทัศน์หลักของรายวิชาอย่างลึกซึ้ง สามารถเชื่อมโยงความรู้ไปสู่การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม

2. นักเรียนเกิดเจตคติที่ดีต่อรายวิชาที่เรียน มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ มีความสุขในการเรียน และมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างเต็มศักยภาพ

3. นักเรียนเกิดความคุ้นเคยและมีทักษะในการใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัลจากระบบ OBEC Content Center เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)

โพสต์โดย Natcha : [3 มิ.ย. 2569 (20:00 น.)]
อ่าน [166] ไอพี : 184.22.182.43
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 3,525 ครั้ง
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของเรารั่วไหล เราจะรับมือแล้วป้องกันอย่างไร?
เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของเรารั่วไหล เราจะรับมือแล้วป้องกันอย่างไร?

เปิดอ่าน 3,316 ครั้ง
ขั้นตอนในการทำเด็กหลอดแก้วมีกี่ขั้นตอน
ขั้นตอนในการทำเด็กหลอดแก้วมีกี่ขั้นตอน

เปิดอ่าน 13,364 ครั้ง
5 สไตล์การกินเพื่อสุขภาพดี
5 สไตล์การกินเพื่อสุขภาพดี

เปิดอ่าน 22,857 ครั้ง
ดีปลี
ดีปลี

เปิดอ่าน 21,747 ครั้ง
ผมสวยด้วยผักสวนครัว
ผมสวยด้วยผักสวนครัว

เปิดอ่าน 11,164 ครั้ง
การซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลด
การซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลด

เปิดอ่าน 14,123 ครั้ง
"ครู" ในศตวรรษที่ 21 จุดเปลี่ยนการศึกษาข้ามพรมแดน
"ครู" ในศตวรรษที่ 21 จุดเปลี่ยนการศึกษาข้ามพรมแดน

เปิดอ่าน 15,231 ครั้ง
แชร์กระจาย ฝีมือการแต่งนิทานของเด็ก 7 ขวบ ครีเอทได้น่ารักมาก
แชร์กระจาย ฝีมือการแต่งนิทานของเด็ก 7 ขวบ ครีเอทได้น่ารักมาก

เปิดอ่าน 35,136 ครั้ง
เดินหน้าปฏิรูปครู พฤติกรรมการสอนของ ครู 59
เดินหน้าปฏิรูปครู พฤติกรรมการสอนของ ครู 59

เปิดอ่าน 12,271 ครั้ง
ปรับโฉมคนทำงาน ด้วยความสามารถด้านการเชื่อมต่อและระบบอัจฉริยะในยุคดิจิทัล
ปรับโฉมคนทำงาน ด้วยความสามารถด้านการเชื่อมต่อและระบบอัจฉริยะในยุคดิจิทัล

เปิดอ่าน 2,220 ครั้ง
เปิดรายละเอียดประกัน 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง คุ้มไหม ?
เปิดรายละเอียดประกัน 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง คุ้มไหม ?

เปิดอ่าน 49,373 ครั้ง
โปรแกรม วิเคราะห์ข้อสอบ
โปรแกรม วิเคราะห์ข้อสอบ

เปิดอ่าน 1,375 ครั้ง
5 ข้อควรเช็กก่อนต่อเติมบ้านด้านข้าง โดยเฉพาะบ้านจัดสรรและทาวน์เฮาส์
5 ข้อควรเช็กก่อนต่อเติมบ้านด้านข้าง โดยเฉพาะบ้านจัดสรรและทาวน์เฮาส์

เปิดอ่าน 40,327 ครั้ง
สูตรลับการคูณแม่ 9 โดยใช้นิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว(สุดยอดครับ)
สูตรลับการคูณแม่ 9 โดยใช้นิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว(สุดยอดครับ)

เปิดอ่าน 17,007 ครั้ง
การปลูกและการดูแลรักษามะเขือเปราะ
การปลูกและการดูแลรักษามะเขือเปราะ

เปิดอ่าน 18,280 ครั้ง
5 วิธีป้องกัน ไวรัสคอมพิวเตอร์ แบบง่าย ๆ
5 วิธีป้องกัน ไวรัสคอมพิวเตอร์ แบบง่าย ๆ
เปิดอ่าน 14,913 ครั้ง
คู่มือและแนวทางปฎิบัติสำหรับการจัดการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย (ฉบับปรับปรุงใหม่ พ.ศ.2560)
คู่มือและแนวทางปฎิบัติสำหรับการจัดการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย (ฉบับปรับปรุงใหม่ พ.ศ.2560)
เปิดอ่าน 33,487 ครั้ง
"ฮาร์เล็ม เชค (Harlem Shake)" ขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดแล้ว มาชมคลิปกันครับ
"ฮาร์เล็ม เชค (Harlem Shake)" ขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดแล้ว มาชมคลิปกันครับ
เปิดอ่าน 9,849 ครั้ง
ผลวิจัยใหม่พบ "ไวไฟ" อันตรายต่อเด็กกว่าผู้ใหญ่
ผลวิจัยใหม่พบ "ไวไฟ" อันตรายต่อเด็กกว่าผู้ใหญ่
เปิดอ่าน 23,810 ครั้ง
ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในระบบกราฟิก
ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในระบบกราฟิก

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ