ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม TRAINS Model เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมของผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 โรงเรียนบ้านบางคลี
ผู้วิจัย นางนันทนา ตันติวิวัฒน์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบางคลี
วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา
ปีที่ทำวิจัย 2567
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม TRAINS Model เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมของผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 โรงเรียนบ้านบางคลี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพปัญหา และแนวทางในการพัฒนาการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมของผู้เรียน 2) พัฒนาและตรวจสอบรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม TRAINS Model 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบ และ 4) ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม TRAINS Model เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมของผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 โรงเรียนบ้านบางคลี การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R&D) ดำเนินการวิจัย 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพปัญหา และความต้องการ (2) พัฒนาและตรวจสอบรูปแบบ (3) ทดลองใช้รูปแบบ และ (4) ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ประกอบด้วย 1) ครูและบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนบ้านบางคลี จำนวน 12 คน ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงานและขับเคลื่อนกิจกรรมตามรูปแบบ 2) คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านบางคลี จำนวน 7 คน ซึ่งมีส่วนร่วมในการกำกับ ติดตาม และสนับสนุนการดำเนินงานของสถานศึกษา และ 3) ผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 30 คน ซึ่งเป็นผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและติดตามพฤติกรรมด้านคุณธรรมและจริยธรรมของผู้เรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมิน แบบทดสอบ และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพปัญหา และแนวทางในการพัฒนาการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม พบว่า สภาพปัจจุบันโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (𝑥̄ = 3.47, S.D. = 0.09) ขณะที่ความต้องการโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̄ = 4.64, S.D. = 0.10) โดยด้านที่มีความต้องการสูงที่สุด คือ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ รองลงมา คือ การมีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผล นอกจากนี้ ผลการศึกษาดูงานโรงเรียนที่มีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) พบว่า โรงเรียนต้นแบบให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งด้านการวางแผน การดำเนินงาน การตัดสินใจ การติดตามประเมินผล และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ส่งผลให้การพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมของผู้เรียนเกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืน
2. ผลการพัฒนาและตรวจสอบรูปแบบ พบว่า ได้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม TRAINS Model ที่บูรณาการแนวคิดการบริหารแบบมีส่วนร่วม แนวคิดการบริหารเชิงระบบ และวงจรคุณภาพ PDCA เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมของผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา รัชกาลที่ 10 โดยผลการตรวจสอบคู่มือการใช้รูปแบบจากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน พบว่า โดยภาพรวมมีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ และความถูกต้องครอบคลุม อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมของผู้เรียนหลังการใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่า รูปแบบ TRAINS Model สามารถพัฒนาความรู้ความเข้าใจของครูและบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. ผลการประเมินประสิทธิผลของรูปแบบ พบว่า ครูมีความพึงพอใจต่อรูปแบบโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (𝑥̄ = 4.50, S.D. = 0.15) และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (𝑥̄ = 4.37, S.D. = 0.24) นอกจากนี้ ผู้เรียนมีพฤติกรรมด้านคุณธรรมและจริยธรรมโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̄ = 4.54, S.D. = 0.11) โดยเฉพาะด้านการมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง และด้านการมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงและมีคุณธรรม
ผลการวิจัยสรุปได้ว่า รูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม TRAINS Model สามารถนำไปใช้ในการบริหารสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมของผู้เรียนตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษา รัชกาลที่ 10 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ จิตสาธารณะ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างสันติสุขและยั่งยืน
คำสำคัญ : การบริหารแบบมีส่วนร่วม, TRAINS Model, คุณธรรมและจริยธรรม, พระบรมราโชบายด้านการศึกษา, การวิจัยและพัฒนา