ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความและการอ่านคิดวิเคราะห์ โดยใช้รูปแบบ READ Model เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการทดสอบ O-NET รายวิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

1. สภาพปัจจุบัน/ ปัญหา

1.1 สภาพปัจจุบัน/ ปัญหา

ภาษาไทยเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการเรียนรู้และการสื่อสาร ตลอดจนเป็นพื้นฐานของการศึกษา ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยเฉพาะทักษะการอ่านซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการแสวงหาความรู้ การคิดวิเคราะห์ การสังเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ทั้งนี้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้กำหนดให้ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่านจับใจความสำคัญ วิเคราะห์ ตีความ และแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านได้อย่างเหมาะสม

จากการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านท่าสะแก พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ยังมีปัญหาด้านการอ่านจับใจความสำคัญและการอ่านคิดวิเคราะห์ กล่าวคือ ไม่สามารถระบุสาระสำคัญของเรื่องที่อ่านได้อย่างถูกต้อง ขาดทักษะในการเชื่อมโยงข้อมูล การตีความ และการสรุปความรู้จากบทอ่าน ส่งผลให้การตอบคำถามเชิงวิเคราะห์และการแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลยังอยู่ในระดับที่ ต้องพัฒนา นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาไทยและผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในสาระการอ่าน พบว่า คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนยังต่ำกว่าเป้าหมายที่สถานศึกษากำหนด และบางตัวชี้วัดมีผลการประเมินต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ โดยเฉพาะข้อสอบที่วัดความสามารถด้านการอ่านจับใจความ การวิเคราะห์ข้อมูล การตีความ และการสรุปสาระสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนยังขาดทักษะการอ่านในระดับสูง สาเหตุสำคัญของปัญหาดังกล่าวเกิดจากพฤติกรรมการอ่านของผู้เรียนที่เปลี่ยนแปลงไปตามบริบทของสังคมดิจิทัล ผู้เรียนส่วนใหญ่นิยมอ่านข้อมูลสั้น ๆ จากสื่อออนไลน์ ทำให้ขาดความอดทนในการอ่านบทความหรือเรื่องราวที่มีความยาว อีกทั้งการเรียนรู้ในรูปแบบเดิมที่เน้นการตอบคำถามตามเนื้อหา อาจยังไม่สามารถกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิดวิเคราะห์และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ

ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดทำจึงได้พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ READ Model เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านจับใจความและการอ่านคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกอ่านอย่างเป็นระบบ ผ่านกิจกรรมที่กระตุ้นการคิด การตั้งคำถาม การวิเคราะห์ข้อมูล และการสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเอง อันจะส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น มีความพร้อมในการเข้ารับการทดสอบ O-NET และสามารถนำทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้และการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

1.2 แนวทางการแก้ปัญหา / พัฒนา

จากการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการทดสอบ O-NET รายวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า นักเรียนยังมีข้อจำกัดด้านการอ่านจับใจความสำคัญ การตีความ และการคิดวิเคราะห์จากเรื่องที่อ่าน ส่งผลต่อความสามารถในการตอบคำถามเชิงวิเคราะห์และข้อสอบมาตรฐาน ดังนั้นจึงได้ออกแบบและพัฒนารูปแบบ READ Model โดยอาศัยแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) แนวคิดการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง (Constructivism) และแนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ คิด วิเคราะห์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองอย่างเป็นระบบ

ในการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง สถานศึกษาได้ใช้กระบวนการบริหารคุณภาพตามวงจร PDCA (Plan-Do-Check-Act) ควบคู่กับกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) โดยจัดประชุม PLC อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ครูร่วมกันวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ของนักเรียน วิเคราะห์ข้อสอบ O-NET รายมาตรฐานและตัวชี้วัด แลกเปลี่ยนเทคนิคการสอน สะท้อนผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และร่วมกันออกแบบแนวทางการพัฒนาผู้เรียนให้ตรงตามจุดที่ต้องปรับปรุง

นอกจากนี้ ยังมีการจัดประชุมคณะครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและครูผู้สอนในระดับ ชั้นมัธยมศึกษา เพื่อร่วมวางแผนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเตรียมความพร้อมในการทดสอบ O-NET โดยร่วมกันจัดทำแผนการติวเสริมความรู้ วิเคราะห์แนวข้อสอบ ออกแบบแบบฝึกทักษะ และกำหนดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์อย่างต่อเนื่องตลอดปีการศึกษา

สำหรับแนวทางการพัฒนาในระยะต่อไป จะส่งเสริมการดำเนินงาน PLC ให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มความถี่ในการประชุม ติดตามผลการพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคล และนำข้อมูลสารสนเทศมาใช้ในการวางแผนพัฒนาการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ รวมทั้งพัฒนาคลังสื่อดิจิทัล แบบฝึกทักษะ และข้อสอบออนไลน์ที่สอดคล้องกับรูปแบบ READ Model เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้และทบทวนความรู้ได้ด้วยตนเอง

การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ครู และสถานศึกษา โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการอ่านจับใจความและการคิดวิเคราะห์ที่สูงขึ้น สามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยและผลการทดสอบ O-NET ให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผู้จัดทำได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์ พร้อมทั้งวิเคราะห์ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ และแนวข้อสอบ O-NET ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จนนำมาสู่การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ READ Model เพื่อใช้เป็นนวัตกรรมในการพัฒนาผู้เรียน

โพสต์โดย นัทธมน ขันติสถาพร : [18 มิ.ย. 2569 (14:46 น.)]
อ่าน [1575] ไอพี : 182.53.71.192
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 15,700 ครั้ง
เป่ายิ้งฉุบเป็นของชาติไหน
เป่ายิ้งฉุบเป็นของชาติไหน

เปิดอ่าน 2,934 ครั้ง
เปิดรายละเอียดประกัน 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง คุ้มไหม ?
เปิดรายละเอียดประกัน 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง คุ้มไหม ?

เปิดอ่าน 16,600 ครั้ง
กิน เบต้าแคโรทีน มากไป เสี่ยงมะเร็ง
กิน เบต้าแคโรทีน มากไป เสี่ยงมะเร็ง

เปิดอ่าน 16,944 ครั้ง
คืนผิวหน้าสวยด้วยฟักทอง
คืนผิวหน้าสวยด้วยฟักทอง

เปิดอ่าน 33,633 ครั้ง
การบวกและการลบ
การบวกและการลบ

เปิดอ่าน 446,497 ครั้ง
หน้าที่และความรับผิดชอบของครู
หน้าที่และความรับผิดชอบของครู

เปิดอ่าน 23,976 ครั้ง
สื่ออังกฤษเผย 11 สิ่งที่คุณควรลบออกจากเฟซบุ๊ก
สื่ออังกฤษเผย 11 สิ่งที่คุณควรลบออกจากเฟซบุ๊ก

เปิดอ่าน 11,042 ครั้ง
เคล็ดลับขายของออนไลน์อย่างไรไม่ขาดทุน
เคล็ดลับขายของออนไลน์อย่างไรไม่ขาดทุน

เปิดอ่าน 34,976 ครั้ง
ดูลายมือ "เส้นวาสนา"
ดูลายมือ "เส้นวาสนา"

เปิดอ่าน 2,952 ครั้ง
จัดบ้าน (ให้) ปลอดภัยต่อวัยสูงอายุ
จัดบ้าน (ให้) ปลอดภัยต่อวัยสูงอายุ

เปิดอ่าน 36,226 ครั้ง
คู่มือประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนฯ ตามหลักสูตรแกนกลางฯ 2551 ชั้นม. 6
คู่มือประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนฯ ตามหลักสูตรแกนกลางฯ 2551 ชั้นม. 6

เปิดอ่าน 46,134 ครั้ง
การทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์เบื้องต้น
การทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์เบื้องต้น

เปิดอ่าน 11,515 ครั้ง
แปรงสีฟันในท้องตลาด1ใน4ด้อยคุณภาพ
แปรงสีฟันในท้องตลาด1ใน4ด้อยคุณภาพ

เปิดอ่าน 367 ครั้ง
คู่มือเลือกนาฬิกา Cartier สำหรับนักสะสม ลงทุนยังไงห้คุ้มค่า
คู่มือเลือกนาฬิกา Cartier สำหรับนักสะสม ลงทุนยังไงห้คุ้มค่า

เปิดอ่าน 10,510 ครั้ง
การประเมินเพื่อเรียนรู้ การตั้งคำถามและการให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้
การประเมินเพื่อเรียนรู้ การตั้งคำถามและการให้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้

เปิดอ่าน 17,186 ครั้ง
สถิติน่ารู้....นอนกรน
สถิติน่ารู้....นอนกรน
เปิดอ่าน 18,006 ครั้ง
เทคนิคการคูณเลข เมื่อไม่มีเครื่องคิดเลข
เทคนิคการคูณเลข เมื่อไม่มีเครื่องคิดเลข
เปิดอ่าน 66,053 ครั้ง
ธรรมชาติของห่วงโซ่อาหาร
ธรรมชาติของห่วงโซ่อาหาร
เปิดอ่าน 3,106 ครั้ง
การแช่แข็งตัวอ่อน กับราคาที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
การแช่แข็งตัวอ่อน กับราคาที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจ
เปิดอ่าน 77,158 ครั้ง
ตารางธาตุ
ตารางธาตุ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ