รูปแบบการนิเทศภายใน CHANGKOL Mode!
โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning
สู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างยั่งยืน บทสรุป
ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา
ชื่อโรงเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ ๑๐
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๒
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ชื่อผู้บริหารโรงเรียน นางสาวรุจิราภา ศรีสุวรรณ์
บทนําและข้อมูลทั่วไป
โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ ๑๐ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๒ ได้ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา 5 ปี (พ.ศ. 256๕ -25๖๙) และแผนปฏิบัติการประจำปี ๒๕๖๙ เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางและแนวทางในการบริหารจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๒ โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ คุณธรรม จริยธรรม และสมรรถนะที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ โรงเรียนให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน โดยส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและพัฒนาระบบการนิเทศภายในให้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษา
ความเป็นมาและความสําคัญด้านการนิเทศภายในสถานศึกษา
โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ ๑๐ มุ่งพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีสมรรถนะสำคัญและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ โดยส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จึงตระหนักถึงความสำคัญของการนิเทศภายในในฐานะกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพครูและการจัดการเรียนรู้ โรงเรียนจึงได้พัฒนารูปแบบการนิเทศภายใน CHANGKOL Model โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA (Plan Do Check Act) เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาสมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพผู้เรียนและพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน
วัตถุประสงค์และเป้าหมาย
วัตถุประสงค์ (Objectives)
1. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการของครูผู้สอนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ ๑๐ ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
๒. เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วมด้วยรูปแบบ CHANGKOL Model ของโรงเรียน
ตำรวจตระเวนชายแดนช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ ๑๐ ให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา
3. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะครูผู้สอนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ ๑๐ ในการออกแบบและจัดกิจกรรม
การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมตามรูปแบบ CHANGKOL Model
4. เพื่อประเมินผลและถอดบทเรียน (Lesson Learned) การดําเนินงานนิเทศภายในด้วยรูปแบบCHANGKOL Model ของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ ๑๐ ทั้งในด้านกระบวนการนิเทศ สมรรถนะของครู และคุณภาพของผู้เรียน
5. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการทดสอบระดับชาติ (RT, NT, O-NET) ของผู้เรียน
ให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เป้าหมาย (Goals /Targets)
1. เป้าหมายเชิงปริมาณ (Quantitative Targets)
1.1 กลุ่มเป้าหมายครูครูผู้สอนโรงเรียนบ้านราวนครร้อยละ 100 ได้รับการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วมด้วยรูปแบบ KOONDEE Model อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง
1.2 ด้านการจัดการเรียนรู้ครูผู้สอนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 จัดการเรียนรู้และจัดกิจกรรมเชิงรุก(Active Learning)
1.3 ด้านผู้เรียน นักเรียนโรงเรียนบ้านราวนครไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก มีทักษะการคิดวิเคราะห์ และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากําหนด
2. เป้าหมายเชิงคุณภาพ (Qualitative Targets)
2.1 ด้านระบบการนิเทศโรงเรียนบ้านราวนครมีนวัตกรรมการนิเทศภายใน (KOONDEE Model) ที่เป็นระบบ มีคู่มือแนวปฏิบัติที่ชัดเจน และสามารถเป็นแบบอย่างให้กับสถานศึกษาอื่นได้
2.2 ด้านบุคลากร ครูผู้สอนเกิดวัฒนธรรมการทํางานร่วมกันเป็นทีม เปิดใจรับการนิเทศ และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) แบบกัลยาณมิตรอย่างเป็นรูปธรรม
2.3 ด้านผู้เรียน นักเรียนโรงเรียนบ้านราวนครเกิดความสุขในการเรียนรู้ มีสมรรถนะที่จําเป็นในศตวรรษที่ 21 (เช่น การสื่อสาร การคิด และการแก้ปัญหา) จากการปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอนของครู
ขั้นตอนและกระบวนการดําเนินงานด้านการนิเทศภายใน
โรงเรียนบ้านราวนครขับเคลื่อนการนิเทศภายในโดยการบูรณาการหลักการ แนวคิด และนวัตกรรม
การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ผ่านกรอบแนวคิดสําคัญ 3 ส่วนหลัก ดังนี้
1. วงจรคุณภาพ (PDCA) ใช้เป็นฐานในการวางแผน (Plan) การปฏิบัติการนิเทศและสังเกตการสอน
(Do) การประชุมสะท้อนคิดให้ข้อมูลย้อนกลับ (Check) และการประเมินผลเพื่อพัฒนาต่อยอดสู่นวัตกรรม
(Act)
2. กระบวนการนิเทศแบบมีส่วนร่วม (Participatory Supervision): เน้นการทํางานร่วมกันระหว่าง
ผู้บริหารและครูผู้สอนผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เปลี่ยนบทบาทจากการประเมินผลเป็นการ
ชี้แนะ (Coaching) และการเป็นกัลยาณมิตร
๓. CHANGKOL Model นวัตกรรมการนิเทศภายในที่บูรณาการองค์ประกอบ ดังนี้ เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และยกระดับคุณภาพผู้เรียน ได้แก่
C - Coaching & Collaboration (การนิเทศแบบกัลยาณมิตรและการมีส่วนร่วม) : ส่งเสริมการให้คำปรึกษา แนะนำ ช่วยเหลือ และพัฒนาครูผ่านกระบวนการ Coaching, Mentoring และการทำงานร่วมกัน
H - Holistic Analysis (การวิเคราะห์เชิงองค์รวม) : วิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศ สภาพปัญหา ความต้องการ และบริบทของสถานศึกษา ครู และผู้เรียนอย่างรอบด้าน เพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนา
A - Active Learning Design (การออกแบบการเรียนรู้เชิงรุก) : ส่งเสริมให้ครูออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผ่านการลงมือปฏิบัติ คิดวิเคราะห์ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
N - Networking & Knowledge Sharing (การสร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้) : ส่งเสริมการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ
G - Growth Monitoring (การติดตามความก้าวหน้า) : ติดตาม พัฒนา และประเมินความก้าวหน้าของครูและผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็นฐานในการตัดสินใจ
K - Knowledge Reflection (การสะท้อนองค์ความรู้) : สะท้อนผลการปฏิบัติงานผ่านกระบวนการ AAR (After Action Review) และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
O - Optimization (การเพิ่มประสิทธิภาพ) : ปรับปรุง พัฒนา และยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้และการนิเทศภายใน โดยใช้ผลการประเมินและข้อเสนอแนะเป็นข้อมูลในการพัฒนา
L - Learning Achievement (ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้) : มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น มีสมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑
ผลที่เกิดจากการนิเทศภายในสถานศึกษา (Outputs & Outcomes)
๑. ผลที่เกิดกับสถานศึกษา โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ ๑๐ มีระบบและกลไกการนิเทศภายในตามรูปแบบ CHANGKOL Model ที่เข้มแข็ง เป็นระบบและดำเนินงานตามวงจรคุณภาพ PDCA อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้ มีการใช้ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการพัฒนา และเกิดการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร ครู และผู้เกี่ยวข้องในการยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
๒. ผลที่เกิดกับครู ครูผู้สอนร้อยละ ๑๐๐ ได้รับการนิเทศภายในผ่านกระบวนการ Coaching & Collaboration และ PLC อย่างต่อเนื่อง สามารถออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ สะท้อนผลการปฏิบัติงาน และพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ส่งผลให้ครูมีสมรรถนะทางวิชาชีพสูงขึ้นและมีความมั่นใจในการจัดการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
๓. ผลที่เกิดกับผู้เรียน ผู้เรียนมีความสุขในการเรียนรู้ กล้าคิด กล้าแสดงออก มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และมีพัฒนาการด้านสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตร ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากผลการประเมินระดับชาติ ดังนี้ การประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ มีนักเรียนได้คะแนนเต็ม ๑๐๐ จำนวน ๔ คน ผลการทดสอบ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ปีการศึกษา ๒๕๖๘ วิชาวิทยาศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ย ๔๕.๐๐ สูงกว่าระดับเขตพื้นที่ (๓๔.๑๕) และระดับประเทศ (๓๕.๔๓)
ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า CHANGKOL Model สามารถพัฒนาคุณภาพครู ยกระดับการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน
บทสรุปการดำเนินงาน
โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ ๑๐ ได้ดำเนินการพัฒนาระบบการนิเทศภายในตามรูปแบบ CHANGKOL Model โดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ส่งเสริมการพัฒนาครูผ่านกระบวนการ Coaching, PLC และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ครูมีสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้สูงขึ้น ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและสมรรถนะที่ดีขึ้น ตลอดจนสถานศึกษามีระบบการนิเทศภายในที่เข้มแข็ง เป็นรูปธรรม และสามารถพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างยั่งยืน อันเป็นแบบอย่างที่ดีในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามแนวทางการนิเทศภายในของสถานศึกษา