ภายหลังการใช้นวัตกรรม พบว่าค่าเฉลี่ยคะแนนเพิ่มขึ้นเป็น ๒๖.๘๗ คะแนน และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ ๒.๔๕ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักเรียนมีพฤติกรรมด้านคุณธรรมดีขึ้นอย่างชัดเจน และคะแนนมี
การกระจายตัวน้อยลง แสดงถึงความสม่ำเสมอของพฤติกรรมที่ดีในกลุ่มนักเรียนมากขึ้น
เมื่อทดสอบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังการใช้นวัตกรรมด้วยสถิติ t-test พบว่า
มีค่า t เท่ากับ ๓๕.๖๒ และค่า p เท่ากับ .๐๐๐ ซึ่งมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ แสดงให้เห็นว่า นวัตกรรม SMART HEAR Model สามารถพัฒนาพฤติกรรมด้านคุณธรรมของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
1) ผลสัมฤทธิ์เชิงปริมาณ
จากการดำเนินนวัตกรรม SMART HEAR Model เพื่อส่งเสริมคุณธรรมของนักเรียน
โรงเรียนบ้านสามัคคี จำนวน ๒๐๗ คน พบว่า นักเรียนมีผลการประเมินพฤติกรรมด้านคุณธรรมสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยก่อนการใช้นวัตกรรมมีนักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินเพียง ๕๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๔.๑๕ และมีนักเรียนต่ำกว่าเกณฑ์จำนวน ๑๕๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๕.๘๕
ภายหลังการดำเนินนวัตกรรม พบว่านักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินครบทั้ง ๒๐๗ คน
คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ โดยแบ่งเป็นระดับดี จำนวน ๑๖๖ คน คิดเป็นร้อยละ ๘๐ และระดับดีมาก จำนวน ๔๑ คน
คิดเป็นร้อยละ ๒๐ ขณะเดียวกันไม่พบนักเรียนที่มีผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์
นอกจากนี้ เมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมก่อนและหลังการใช้นวัตกรรม
พบว่า ค่าเฉลี่ยหลังการดำเนินงาน (x̄ = ๒๖.๘๗, S.D. = ๒.๔๕) สูงกว่าก่อนการดำเนินงาน (x̄ = ๑๘.๔๕, S.D.
= ๓.๑๒) และเมื่อทดสอบด้วยสถิติ t-test พบว่า มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ (t = ๓๕.๖๒, p = .๐๐๐) แสดงให้เห็นว่า นวัตกรรม SMART HEAR Model สามารถพัฒนาพฤติกรรมด้านคุณธรรมของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างชัดเจน
2) ผลสัมฤทธิ์เชิงคุณภาพ
จากการสังเกตพฤติกรรม การสะท้อนผลการเรียนรู้ และการติดตามพฤติกรรมของ
นักเรียน พบว่า นักเรียนมีการเปลี่ยนแปลงด้านคุณธรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยนักเรียนมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่มากขึ้น เช่น การส่งงานตรงเวลา การปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียน และการมีวินัยในตนเอง
นอกจากนี้ นักเรียนยังมีจิตสาธารณะและการช่วยเหลือผู้อื่นเพิ่มมากขึ้น กล้าแสดงออก
ในทางที่เหมาะสม มีความซื่อสัตย์สุจริต และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ส่งผลให้บรรยากาศในห้องเรียนและโรงเรียนมีความเป็นระเบียบ เอื้อต่อการเรียนรู้ และเกิดวัฒนธรรมเชิงบวกภายในสถานศึกษา
อีกทั้ง นักเรียนสามารถนำพฤติกรรมด้านคุณธรรมที่ได้รับจากกิจกรรมของ SMART
HEAR Model ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน สะท้อนให้เห็นถึงการเกิดพฤติกรรมเชิงคุณธรรมอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายของนวัตกรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อย่างเป็นรูปธรรม
๔.๓ ประโยชน์ที่ได้รับ
๑) ต่อผู้เรียน
1. ได้พัฒนาคุณธรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์อย่างเป็นรูปธรรม
2. สามารถนำพฤติกรรมที่ดีไปใช้ในชีวิตประจำวัน
3. เกิดความภาคภูมิใจและมีแรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง
๒) ต่อครูและสถานศึกษา
1. ครูมีรูปแบบและแนวทางในการพัฒนาคุณธรรมของนักเรียนอย่างเป็นระบบ
2. สามารถติดตามและประเมินพฤติกรรมของนักเรียนได้อย่างชัดเจน
3. โรงเรียนมีนวัตกรรมที่เป็นต้นแบบและสามารถขยายผลได้
๓) ต่อผู้ปกครองและชุมชน
1. ผู้ปกครองรับรู้และเห็นพัฒนาการของนักเรียน
2. นักเรียนสามารถนำคุณธรรมไปใช้ในครอบครัวและชุมชน
3. เกิดความร่วมมือในการพัฒนาผู้เรียนระหว่างโรงเรียนและชุมชน
นวัตกรรม SMART HEAR Model สามารถส่งเสริมคุณธรรมของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านพฤติกรรม ทัศนคติ และการนำไปใช้ในชีวิตจริง โดยมีกระบวนการดำเนินงานที่เป็นระบบ มีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสามารถขยายผลไปยังบริบทอื่นได้
๕. ปัจจัยไปสู่ความสำเร็จ
ความสำเร็จของการดำเนินนวัตกรรม SMART HEAR Model ในการส่งเสริมคุณธรรมของนักเรียนโรงเรียนบ้านสามัคคี เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้
๕.๑ นักเรียน
นักเรียนเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนนวัตกรรม เนื่องจากเป็นผู้มีบทบาทโดยตรงใน
การเรียนรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยนักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม มีความตั้งใจใน
การพัฒนาตนเอง และให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกิจกรรมของ SMART HEAR Model อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการมี นักเรียนแกนนำ ทำหน้าที่เป็นแบบอย่าง ยังช่วยสร้างแรงจูงใจให้เพื่อนนักเรียนเกิดการเลียนแบบพฤติกรรมที่ดี ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับกลุ่มและทั้งโรงเรียน
๕.๒ ครูผู้สอน
ครูมีบทบาทสำคัญในการออกแบบและขับเคลื่อนกิจกรรม โดยทำหน้าที่เป็นผู้อำนวย
ความสะดวก (Facilitator) และเป็นแบบอย่างที่ดีในการแสดงพฤติกรรมด้านคุณธรรม ครูมีการวางแผนการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน และใช้กระบวนการ Active Learning ควบคู่กับการเสริมแรงเชิงบวก นอกจากนี้ ครูยังมีการติดตามพฤติกรรมของนักเรียนอย่างใกล้ชิด และนำข้อมูลมาปรับปรุง
การจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
๕.๓ บุคลากรทางการศึกษา
บุคลากรทางการศึกษา เช่น ครูประจำชั้น ครูฝ่ายกิจการนักเรียน และเจ้าหน้าที่อื่น ๆ มีบทบาทในการสนับสนุนการดำเนินงาน ทั้งในด้านการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การดูแลพฤติกรรมนักเรียน และการร่วมเป็นแบบอย่างที่ดีในชีวิตประจำวัน ซึ่งช่วยเสริมสร้างบรรยากาศของโรงเรียนคุณธรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม
๕.๔ ผู้บริหารสถานศึกษา
ผู้บริหารสถานศึกษามีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบาย สนับสนุนทรัพยากร และสร้างขวัญกำลังใจให้กับครูและบุคลากร โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณธรรมของนักเรียนอย่างจริงจัง ส่งเสริม
การทำงานเป็นทีม และเปิดโอกาสให้ครูได้พัฒนานวัตกรรมอย่างเต็มศักยภาพ นอกจากนี้ยังมีการกำกับติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ทำให้นวัตกรรมสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๕.๕ ผู้ปกครองและชุมชน
ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนและต่อยอดพฤติกรรมของนักเรียน
โดยผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีของนักเรียนที่บ้าน เช่น การปลูกฝังความรับผิดชอบและวินัย ขณะที่ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมจิตอาสา และเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยให้นักเรียนสามารถนำคุณธรรมไปใช้ในชีวิตจริง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งในและนอกโรงเรียน
สรุปปัจจัยความสำเร็จของนวัตกรรม SMART HEAR Model เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่มีบทบาทสอดคล้องและสนับสนุนกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่นักเรียนที่เป็นผู้ปฏิบัติ ครูที่เป็นผู้ออกแบบและขับเคลื่อน บุคลากรที่สนับสนุน ผู้บริหารที่กำหนดนโยบาย และผู้ปกครองกับชุมชนที่ช่วยต่อยอดพฤติกรรมสู่ชีวิตจริง ซึ่งส่งผลให้การพัฒนาคุณธรรมของนักเรียนเกิดผลอย่างยั่งยืน
๖. บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learn)
จากการดำเนินนวัตกรรม SMART HEAR Model เพื่อส่งเสริมคุณธรรมของนักเรียนโรงเรียนบ้านสามัคคี ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อ (๑) พัฒนาพฤติกรรมด้านคุณธรรมของนักเรียน (๒) ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง และ (๓) สร้างระบบการพัฒนาคุณธรรมที่ต่อเนื่องและยั่งยืน สามารถสรุปบทเรียนที่ได้รับดังนี้
๖.๑ ด้านการพัฒนาพฤติกรรมคุณธรรมของนักเรียน จากการดำเนินงาน พบว่า การพัฒนาพฤติกรรมด้านคุณธรรมของนักเรียนสามารถเกิดขึ้นได้จริง เมื่อมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน และใช้กระบวนการที่เป็นระบบ โดยเฉพาะการใช้แบบอย่าง (Model) และการเสริมแรงเชิงบวก (Reinforcement) อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้นักเรียนมีพฤติกรรมด้านความรับผิดชอบ ความมีวินัย และจิตสาธารณะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บทเรียนที่ได้รับคือ
การปลูกฝังคุณธรรมต้องอาศัยทั้ง แบบอย่างที่ดี และ การเสริมแรงอย่างสม่ำเสมอ จึงจะทำให้เกิด
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างยั่งยืน
๖.๒ ด้านการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง การจัดกิจกรรมที่เน้น Active Learning เช่น เกมคุณธรรม กิจกรรมจิตอาสา และการจำลองสถานการณ์ ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ส่งผลให้เกิด
ความเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง บทเรียนที่ได้รับคือ การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพต้องเปิดโอกาส
ให้ผู้เรียน ลงมือปฏิบัติจริง มากกว่าการเรียนรู้เชิงทฤษฎีเพียงอย่างเดียว
๖.๓ ด้านการสร้างระบบการพัฒนาคุณธรรมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน การใช้ SMART HEAR Model
ซึ่งมีขั้นตอนครบถ้วนตั้งแต่การกำหนดเป้าหมาย การติดตาม และการประเมินผล ช่วยให้การพัฒนาคุณธรรมเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีทิศทางที่ชัดเจน โดยเฉพาะขั้นตอน Tracking, Habit และ Evaluation ที่ช่วยให้สามารถติดตามและพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ บทเรียนที่ได้รับคือ การพัฒนาคุณธรรมจะเกิดผลอย่างยั่งยืนได้ ต้องมี ระบบที่ชัดเจน มีการติดตาม และมีการประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
๖.๔ ด้านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การดำเนินนวัตกรรมประสบความสำเร็จได้ เนื่องจาก
ความร่วมมือของครู ผู้บริหาร นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและส่งเสริมพฤติกรรมของนักเรียนทั้งในและนอกโรงเรียน บทเรียนที่ได้รับคือ การพัฒนาคุณธรรมของผู้เรียนต้องอาศัย ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จึงจะเกิดผลอย่างแท้จริง
สรุปบทเรียนที่ได้รับจากการดำเนินนวัตกรรม SMART HEAR Model พบว่า การพัฒนาคุณธรรม
ของนักเรียนให้เกิดผลอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน การใช้แบบอย่างที่ดี การจัดกิจกรรมที่เน้นการปฏิบัติจริง การเสริมแรงอย่างต่อเนื่อง และการมีระบบติดตามประเมินผล
ที่ชัดเจน รวมถึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งบทเรียนเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนานวัตกรรม
ทางการศึกษาในบริบทอื่นได้ต่อไป