ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติและเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดต่อสื่อสาร การแสวงหาความรู้ ตลอดจนการพัฒนาทักษะกระบวนการคิดของตนเอง ทักษะการอ่านและการเขียนจึงเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญและเป็นรากฐานของการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ๆ ทั้งหมด หากผู้เรียนขาดทักษะพื้นฐานทางภาษา
ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการเรียนรู้และสติปัญญาในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ในบริบทปัจจุบันที่เทคโนโลยีและการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับ
วิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อสมาธิและการเรียนรู้ของผู้เรียน ส่งผลให้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของระบบการศึกษาไทย ปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนวัดปรังกาสี พบว่าผู้เรียน
ในแต่ละระดับชั้นยังมีข้อจำกัดและปัญหาด้านทักษะการอ่านออกเขียนได้ที่แตกต่างกันออกไปอย่างมีนัยสำคัญ นักเรียนบางส่วนยังคงสับสนในเรื่องของพยัญชนะ สระ ตลอดจนขาดความสามารถในการอ่านออกเสียง
ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากสาเหตุเพียงประการเดียว แต่เกิดจากความแตกต่างระหว่างบุคคล ทั้งในด้านพื้นฐานความพร้อมของครอบครัว แรงจูงใจในการเรียนรู้ และรูปแบบการรับรู้ข้อมูลที่จำเพาะเจาะจง
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ ผู้จัดทำจึงได้ออกแบบและพัฒนานวัตกรรม การพัฒนาคุณภาพทักษะการอ่านออกเขียนได้ โดยใช้กระบวนการ PKS READ MODEL ร่วมกับ เทคนิควิธีการสอนด้วยนวัตกรรม
๓R (ฉบับโรงเรียนปลาดาว) Starfish Education ซึ่งเป็นโมเดลที่สังเคราะห์ขึ้นจากหลักการขับเคลื่อนเชิงระบบ
และทฤษฎีการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การวางแผนเชิงลึกเพื่อวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล (P: Plan) การนำข้อผิดพลาดมาสังเคราะห์และจัดหมวดหมู่เพื่อสร้างคลังความรู้อย่างมีระบบ (K: Knowledge Codification) และการประเมินเชิงประจักษ์อย่างต่อเนื่อง (S: Survey) เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการจัดกิจกรรมถัดไป จากนั้น
จึงนำผู้เรียนเข้าสู่กระบวนการฝึกฝนทักษะการอ่านและการเขียนตามคำบอกอย่างเข้มข้นผ่านสื่อที่เหมาะสม (R: Reading) โดยสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างครูและผู้ปกครองในการติดตามผล (E: Evaluate) พร้อมทั้งกระตุ้นแรงจูงใจภายในและพฤติกรรมเชิงบวกด้วยกิจกรรม (A: Activity) และส่งท้ายด้วยการสร้างความภาคภูมิใจสะท้อนความสำเร็จของผู้เรียนผ่านการจัดแสดงผลงาน (D: Display)
ด้วยคุณค่าและความสำคัญของการแก้ปัญหาอย่างมีส่วนร่วมและเป็นระบบดังกล่าว ผู้จัดทำจึงมีความสนใจที่จะศึกษาและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยตามกระบวนการ PKS READ MODEL นี้ เพื่อนำมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ สามารถยกระดับทักษะการอ่านออกเขียนได้ แก้ไขข้อบกพร่องทางภาษาของผู้เรียนได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งสร้างเจตคติที่ดีและนิสัยรักการอ่านให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียนโรงเรียนวัดปรังกาสี
อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งผลการวิจัยในครั้งนี้จะช่วยให้ได้แนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) และเป็นแนวทาง
สำหรับครูผู้สอนภาษาไทยรวมถึงบุคลากรทางการศึกษาในการนำไปประยุกต์ใช้พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา
ในบริบทอื่น ๆ ต่อไป