1. ความสำคัญของผลงานนวัตกรรมที่นำเสนอ
1.1 ความเป็นมาและสภาพของปัญหา
ในสังคมยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ การพัฒนาเยาวชนให้มีความพร้อมทั้งทางด้านสติปัญญาและคุณธรรมจริยธรรมถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง สอดคล้องกับแผนการศึกษาแห่งชาติที่มุ่งเน้นการหล่อหลอมให้ผู้เรียนเป็นพลเมืองที่ดี มีวินัย และมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นรากฐานในการดำเนินชีวิต เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่นักเรียนในการเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้อย่างมั่นคง
จากการดำเนินงานจัดการเรียนรู้และสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนในโรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยา พบว่านักเรียนบางส่วนยังขาดวินัยในตนเองและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปแบบของพฤติกรรมต่างๆ เช่น การไม่ตรงต่อเวลาในการส่งงาน การละเลยต่อหน้าที่การทำความสะอาดห้องเรียน ตลอดจนการขาดความประหยัดรอบคอบในการใช้ทรัพยากรส่วนรวม หากปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นระบบ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการอยู่ร่วมกันในสังคมของผู้เรียนในอนาคต การบังคับด้วยกฎเกณฑ์หรือการลงโทษเพียงอย่างเดียวอาจช่วยแก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราว แต่ไม่สามารถสร้างวินัยที่ยั่งยืนจากภายในได้
นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ถือเป็นช่วงวัยรุ่นตอนต้น ซึ่งเป็นระยะเปลี่ยนผ่านสำคัญทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม วัยนี้เป็นวัยที่มีความต้องการเป็นตัวของตัวเองสูง เริ่มให้ความสำคัญกับกลุ่มเพื่อน และได้รับอิทธิพลอย่างมากจากสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและกระแสสังคมออนไลน์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากขาดกระบวนการขัดเกลาและสร้างภูมิคุ้มกันทางจริยธรรมที่เหมาะสม อาจทำให้นักเรียนสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองและโอนอ่อนไปตามค่านิยมที่คลาดเคลื่อนได้ง่าย ดังนั้น การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้าน ความพอเพียง ความซื่อสัตย์สุจริต และความรับผิดชอบ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างฐานคิดที่ถูกต้องให้แก่เยาวชนในระดับชั้นนี้
จากการดำเนินงานจัดการเรียนรู้และติดตามพฤติกรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยา พบว่านักเรียนยังประสบปัญหาสำคัญใน 3 มิติหลัก ประการแรกคือ ด้านความพอเพียง นักเรียนบางส่วนยังขาดความพอประมาณในการใช้จ่าย มีค่านิยมวัตถุนิยมตามกระแสสังคม แสวงหาสิ่งของเครื่องใช้ที่มีราคาสูงเกินฐานะเพื่อการยอมรับในกลุ่มเพื่อน ขาดการคิดวิเคราะห์ตามหลักเหตุผล ประการที่สองคือ ด้านความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งมักแสดงออกในบริบทของการเรียน เช่น พฤติกรรมการลอกการบ้าน การทุจริตในการสอบย่อย หรือการนำผลงานของผู้อื่นจากอินเทอร์เน็ตมาส่งโดยแอบอ้างเป็นของตนเองเนื่องจากความเร่งรีบหรือกลัวผลการเรียนไม่ดี และประการสุดท้ายคือ ด้านความรับผิดชอบ นักเรียนจำนวนหนึ่งยังขาดพฤติกรรมในการควบคุมและจัดการตนเอง ส่งงานล่าช้ากว่ากำหนด ละเลยหน้าที่เวรประจำวัน ตลอดจนการขาดความรับผิดชอบต่อข้อตกลงร่วมกันของห้องเรียน ซึ่งปัญหาเหล่านี้หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธีและต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการเติบโตไปเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต
ผู้ศึกษานัวตกรรมจึงได้แนวคิดในการสร้างสรรค์นวัตกรรม PNTS MODEL "ต้นไม้แห่งความดี" ขึ้น โดยเปรียบเทียบการปลูกฝังคุณธรรมเสมือนการปลูกและดูแลรักษาต้นไม้กล้า ผ่านกระบวนการ 4 ขั้นตอน ได้แก่ การเตรียมความพร้อมและปลูกฝังความคิด การบำรุงเลี้ยงดูและลงมือปฏิบัติจริง การติดตามฝึกฝนและเสริมแรงทางบวก และการสร้างความยั่งยืนพร้อมส่งต่อพลังความดี นวัตกรรมนี้มุ่งเน้นการเปลี่ยนแนวคิดเรื่องวินัยและความรับผิดชอบให้เป็นรูปธรรมที่นักเรียนสามารถจับต้องและประเมินตนเองได้ ผสานเข้ากับหลักความพอเพียง เพื่อมุ่งหวังให้ผู้เรียนเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยความเต็มใจ พัฒนาตนเองจนกลายเป็นนิสัยที่ยั่งยืน และเติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์พร้อมทั้งความรู้และคุณธรรมสืบไป
การแก้ปัญหาพฤติกรรมของนักเรียนในวัยรุ่นนั้น การใช้กฎระเบียบบังคับหรือการลงโทษเพียงอย่างเดียวอาจก่อให้เกิดแรงต่อต้านและไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมจากเนื้อในได้ ผู้พัฒนาจึงได้ขับเคลื่อนนวัตกรรม PNTS MODEL "ต้นไม้แห่งความดี" มาเป็นเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยออกแบบกระบวนการเรียนรู้ 4 ขั้นตอนที่ปรับให้เข้ากับธรรมชาติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เริ่มต้นจากการเตรียมความพร้อมและปลูกฝังความคิด เพื่อให้ตระหนักถึงคุณค่าของความพอเพียงและความซื่อสัตย์ การบำรุงเลี้ยงดูและลงมือปฏิบัติจริง ผ่านกิจวัตรประจำวัน การติดตามฝึกฝนและเสริมแรงทางบวก เพื่อสะท้อนผลความดีให้เห็นเป็นรูปธรรมเสมือนต้นไม้ที่ผลิบาน และการสร้างความยั่งยืนพร้อมส่งต่อพลังความดี มุ่งหวังให้นวัตกรรมนี้ช่วยหล่อหลอมให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยความเต็มใจ มีวินัยจากภายใน และเติบโตอย่างมั่นคงบนพื้นฐานของความพอเพียง ความซื่อสัตย์สุจริต และความรับผิดชอบอย่างยั่งยืน
1.2 แนวคิดหลักการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม
1. แนวคิดและทฤษฎีจิตวิทยาพัฒนาการวัยรุ่นตอนต้น (Early Adolescence Psychology) การพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (ช่วงอายุ 1314 ปี) จำเป็นต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา จิตใจ และสังคม ซึ่งเป็นวัยที่ก้าวเข้าสู่ "วัยรุ่นตอนต้น"ทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคม (Psychosocial Development Theory): Erik Erikson (1968) ได้ระบุว่า วัยรุ่นอยู่ในขั้นที่ 5 คือ "การแสวงหาอัตลักษณ์และการสับสนในบทบาท" วัยนี้จะเริ่มลดความผูกพันและพึ่งพิงผู้ปกครองลง แต่จะหันไปให้ความสำคัญและต้องการการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน อย่างสูง จากการศึกษาของ Bandura (1986) พบว่า เด็กวัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ค่านิยม และทัศนคติให้สอดคล้องกับกลุ่มที่ตนเองต้องการเป็นสมาชิก หากกลุ่มเพื่อนมีค่านิยมที่คลาดเคลื่อน เช่น การมองว่าการลอกการบ้านหรือการทุจริตเป็นเรื่องปกติ เด็กก็พร้อมที่จะทำตามเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปฏิเสธจากกลุ่ม การประยุกต์ใช้ในนวัตกรรม นวัตกรรม PNTS MODEL ในขั้นตอน Tracking & Training จึงเปลี่ยนจาก "ความกดดันจากกลุ่มเพื่อน" ให้กลายเป็น "พลังเสริมแรงเชิงบวกจากกลุ่มเพื่อน" โดยจัดให้เพื่อนในชั้นเรียนมีส่วนร่วมในการประเมินและชื่นชมพฤติกรรมความซื่อสัตย์สุจริตและความรับผิดชอบ เพื่อสร้างค่านิยมใหม่ในห้องเรียนที่ส่งเสริมการยอมรับคนทำความดี
2. หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy) การสร้างวินัยและความรับผิดชอบในวัยรุ่นจำเป็นต้องมีฐานคิดที่มั่นคง หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานไว้ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2550) ประกอบด้วย 3 ห่วง 2 เงื่อนไข นำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างภูมิคุ้มกันทางพฤติกรรมดังนี้ ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป ปลูกฝังให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 รู้จักพอประมาณในการใช้จ่ายเงินในชีวิตประจำวัน รู้เท่าทันกระแสวัตถุนิยม "ของมันต้องมี" ในโลกออนไลน์ และพอประมาณในการจัดสรรเวลาเรียนและการเล่น (สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ, 2550) ความมีเหตุผล การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ปลูกฝังให้นักเรียนคิดวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจลงมือทำ เช่น ไตร่ตรองถึงผลกระทบของการทุจริตหรือการไม่ส่งงาน ว่าจะส่งผลเสียต่ออนาคตตนเองและส่วนรวมอย่างไรการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว การเตรียมตัวให้พร้อมเผชิญผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในด้านพฤติกรรมคือการสร้าง "วินัยจากภายใน" ให้แข็งแกร่งพอที่จะปฏิเสธสิ่งยั่วยุ หรือการชักชวนของกลุ่มเพื่อนในทางที่ผิด (สุเมธ ตันติเวชกุล, 2551) เงื่อนไขคุณธรรมและเงื่อนไขความรู้ เป็นฐานในการดำเนินงานขั้นตอน Prepare & Planting เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันให้นักเรียนมีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่
3. ทฤษฎีการปรับพฤติกรรมและการเสริมแรง (Operant Conditioning Theory) กระบวนการฝึกฝนและคงไว้ซึ่งพฤติกรรมเชิงบวกด้านความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบของนักเรียน ต้องอาศัยหลักการทางจิตวิทยาพฤติกรรมนิยม (Behaviorism) ของ B.F. Skinner (1953) การเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) Skinner (1953) อธิบายว่า เมื่อบุคคลแสดงพฤติกรรมที่พึงประสงค์แล้ว ได้รับสิ่งเร้าหรือผลกรรมที่พึงพอใจตามมา จะมีผลทำให้พฤติกรรมนั้นมีความถี่เพิ่มขึ้นและคงอยู่ถาวร ระบบเศรษฐกิจสัญลักษณ์ เป็นเทคนิคการปรับพฤติกรรมโดยใช้สิ่งของหรือสัญลักษณ์ เช่น คะแนน สติกเกอร์ หรือเหรียญตรา มอบให้แก่บุคคลทันทีเมื่อแสดงพฤติกรรมเป้าหมาย เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งเสริมแรงที่ต้องการในภายหลัง (Kazdin, 1977) การประยุกต์ใช้ในนวัตกรรม นวัตกรรม PNTS MODEL ได้นำระบบเศรษฐกิจสัญลักษณ์มาเปลี่ยนคุณธรรมที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรมในขั้น Tracking & Training ผ่านการใช้ "ใบไม้ความดี" เมื่อนักเรียนปฏิบัติพฤติกรรมบ่งชี้ (เช่น ส่งงานตรงเวลา ไม่ลอกการบ้าน) จะได้รับใบไม้ไปติดที่บอร์ดต้นไม้แห่งความดีประจำห้องเรียน การเห็นต้นไม้เจริญเติบโต จะเป็นตัวกระตุ้นให้นักเรียนเกิดแรงจูงใจภายในและอยากปฏิบัติตนดีงามอย่างสม่ำเสมอ
4. ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมเชิงพุทธิปัญญา (Social Cognitive Theory) Albert Bandura (1986) เชื่อว่า พฤติกรรมของมนุษย์ไม่ได้เกิดขึ้นจากสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล สิ่งแวดล้อม และกระบวนการคิดพุทธิปัญญาภายในตัวบุคคล การเรียนรู้ผ่านการสังเกตและตัวแบบ มนุษย์สามารถเรียนรู้พฤติกรรมใหม่ๆ ได้จากการสังเกตพฤติกรรมของบุคคลที่เป็น "ตัวแบบ" โดยเฉพาะตัวแบบที่มีอิทธิพล มีความใกล้ชิด หรือได้รับรางวัลจากการทำดี (Bandura, 1986) ในบริบทของนวัตกรรมนี้ "คุณครูผู้สอน" และ "กลุ่มนักเรียนแกนนำ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 " จึงต้องทำหน้าที่เป็นตัวแบบที่สะท้อนความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบอย่างชัดเจนในขั้น Nurturing การกำกับตนเอง (Self-Regulation) หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการควบคุม ติดตาม และประเมินพฤติกรรมของตนเองให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ (Bandura, 1997) นวัตกรรมนี้จึงออกแบบเครื่องมือ "สมุดบันทึกความดีอย่างพอเพียง" เพื่อให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมตรวจสอบและประเมินพฤติกรรมตนเองในทุกๆ วัน ทำให้เกิดวินัยจากภายในโดยไม่ต้องมีผู้ควบคุม
2. จุดประสงค์และเป้าหมาย
2.1 จุดประสงค์ของการดำเนินงาน
1. เพื่อดำเนินนวัตกรรม PNTS MODEL "ต้นไม้แห่งความดี" ในการปลูกฝังคุณธรรมด้านความพอเพียง ความซื่อสัตย์สุจริต และความรับผิดชอบ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยา
2. เพื่อปลูกฝังและพัฒนาให้นักเรียนเป็นคนดี มีความพอเพียง ความซื่อสัตย์สุจริต และความรับผิดชอบ ของนักเรียนก่อนและหลังการใช้นวัตกรรม
3. เพื่อขยายผลนวัตกรรมการสร้างคนดีสู่สถานศึกษา ชุมชน และภาคีเครือข่าย ในการร่วมกันดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่รับผิดชอบต่อสังคม
2.2 เป้าหมายของการดำเนินงาน
ในการดำเนินงานครั้งนี้ได้กำหนดเป้าหมายออกเป็น 2 ส่วน คือ เป้าหมายเชิงปริมาณ และเป้าหมายเชิงคุณภาพ ดังนี้
เป้าหมายเชิงปริมาณ
1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยา จำนวนทั้งหมด 23 คน ได้รับการ
บ่มเพาะผ่านนวัตกรรม PNTS MODEL ตลอดปีการศึกษา/ภาคเรียน
2. นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อยร้อยละ 85 มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
(ด้านความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย/รับผิดชอบ และอยู่อย่างพอเพียง) อยู่ในระดับ "ดีขึ้นไป" หลังสิ้นสุดโครงการ
3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้นวัตกรรมนี้ในภาพรวม เฉลี่ยอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด
(หรือร้อยละ 80 ขึ้นไป)
เป้าหมายเชิงคุณภาพ
1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมค่านิยมจาก "วัตถุนิยม" สู่ "ความ
พอประมาณ" มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองในการเรียนและการสอบโดยไม่ต้องมีผู้ควบคุม และมีความรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ของตนเองและส่วนรวมด้วยความเต็มใจ จนกลายเป็น "วิถีปฏิบัติในชีวิตประจำวัน"
2. โรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยามีแบบแผนหรือโมเดล (PNTS MODEL) ที่เป็นรูปธรรมในการพัฒนา
คุณธรรมจริยธรรมนักเรียน บรรยากาศในชั้นเรียนส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีความสุข ปราศจากการบังคับหรือลงโทษรุนแรง
3. ชุมชนและผู้ปกครองมีความเชื่อมั่นในตัวบุตรหลาน เกิดความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียน
ในการสอดส่องดูแล เกิดเป็น "เครือข่ายชุมชนคนดี" ที่ช่วยลดปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่นในภาพรวม และสามารถเป็น ต้นแบบ ให้แก่โรงเรียนอื่นๆ ในเขตพื้นที่การศึกษาเข้ามาศึกษาดูงานและนำไปประยุกต์ใช้ได้