1. ความสำคัญของผลงาน นวัตกรรม หรือแนวปฏิบัติที่นำเสนอ
การศึกษาประวัติศาสตร์เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาผู้เรียนให้มีความเข้าใจความเป็นมาของสังคม ตระหนักถึงคุณค่าของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเกิดความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง อันเป็นพื้นฐานของการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม อย่างไรก็ตาม จากการจัดการเรียนการสอนรายวิชาประวัติศาสตร์ของนักเรียน โรงเรียนวัดหนองหอย อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่สามารถจดจำเนื้อหาตามหนังสือเรียนได้ แต่ยังขาดความเข้าใจในการเชื่อมโยงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์กับวิถีชีวิตของชุมชน ขาดทักษะการสืบค้นและวิเคราะห์หลักฐานทางประวัติศาสตร์ และมองว่าการเรียนประวัติศาสตร์เป็นเรื่องไกลตัว ส่งผลให้การเรียนรู้ขาดความหมายและการมีส่วนร่วมของนักเรียน
โรงเรียนวัดหนองหอยตั้งอยู่ในชุมชนที่มีทั้งแหล่งเรียนรู้ทางศาสนา วิถีชีวิตของชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงผู้สูงอายุและปราชญ์ชาวบ้านที่เป็นผู้สืบทอดองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น หากนำทรัพยากรเหล่านี้มาบูรณาการกับการจัดการเรียนรู้ จะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง เกิดการตั้งคำถาม สืบค้นข้อมูลจากหลักฐานที่หลากหลาย และสร้างองค์ความรู้จากประสบการณ์ของตนเอง
จากบริบทดังกล่าว และในการจัดการเรียนการสอนสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ที่มุ่งเน้นให้นักเรียน เข้าใจการดำรงชีวิต เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย เป็นพลเมืองดี โรงเรียนจึงพัฒนาแนวปฏิบัติวิถีหนองหอย : เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเชิงรุก สู่พลเมืองเข้มแข็ง โดยใช้กระบวนการ PDCA โดยยึดหลักการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ควบคู่กับการใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นฐาน เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านการลงพื้นที่ การสัมภาษณ์ผู้สูงอายุและชาวบ้าน การรวบรวมข้อมูลจากหลักฐานท้องถิ่น การบันทึกข้อมูลลงในสมุดบันทึก การจัดทำอินโฟกราฟิก และการรวบรวมผลงานในแฟ้มสะสมงาน เพื่อฝึกทักษะการสืบค้น การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน พร้อมทั้งปลูกฝังจิตสำนึกรักบ้านเกิด เห็นคุณค่าของมรดกทางประวัติศาสตร์ และตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนในฐานะพลเมืองที่ดี
การดำเนินงานใช้วงจรคุณภาพ PDCA เป็นกรอบในการวางแผน ดำเนินงาน ติดตาม ตรวจสอบ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การจัดการเรียนรู้มีความเป็นระบบ สามารถปรับปรุงให้สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียนและบริบทของชุมชนได้อย่างเหมาะสม
ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการขับเคลื่อนการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความรักชาติ ภาคภูมิใจในความเป็นไทย และเข้าใจรากเหง้าของตนเอง ซึ่งสอดรับกับจุดเน้นสำคัญของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 ที่มุ่งยกระดับคุณภาพผู้เรียนผ่านการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ โดยส่งเสริมให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์อย่างมีชีวิตชีวา เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ ไม่ท่องจำ และบูรณาการแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญา ตลอดจนอัตลักษณ์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เข้าสู่ห้องเรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ยึดมั่นในสถาบันหลัก และรักษ์ถิ่นฐานบ้านเกิดผลจากการดำเนินงานทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น กล้าแสดงออก คิดวิเคราะห์จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผล มีความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชุมชนหนองหอย และสามารถประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อดำรงตนเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม อันเป็นเป้าหมายสำคัญของการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในปัจจุบัน
2. จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
2.1 จุดประสงค์
1. เพื่อออกแบบและพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอำเภอทับสะแกด้วยกระบวนการเชิงรุก (Active Learning) ที่สอดคล้องกับตัวชี้วัดและจุดเน้นของ สพป.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1
2. เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางประวัติศาสตร์ (Historical Thinking Skills) 5 ขั้นตอน และทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียนสู่พลเมืองดีของสังคม
3. เพื่อปลูกฝังให้นักเรียนเกิดความรัก ความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และคุณลักษณะของการเป็นพลเมืองที่ดี
2.2 เป้าหมาย
เชิงปริมาณ
1. นักเรียนโรงเรียนวัดหนองหอยร้อยละ100 ได้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
2. นักเรียนโรงเรียนวัดหนองหอยไม่น้อยกว่าร้อยละ80 มีผลสัมฤทธิ์รายวิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด
เชิงคุณภาพ
นักเรียนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สามารถสืบค้น วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลได้อย่างเหมาะสม เกิดความรักความภาคภูมิใจในชุมชนและประพฤติตนเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม
3. กระบวนการผลิตผลงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน
การดำเนินงานตามแนวปฏิบัติ "วิถีหนองหอย : เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเชิงรุก สู่พลเมืองเข้มแข็ง โดยใช้กระบวนการ PDCA โดยใช้วงจร Deming Cycle (PDCA) หรือ เป็นพื้นฐานในการพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพของการดำเนินงาน ซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอน 4 ขั้น คือ
P - Plan (วางแผน): กำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และวางแนวทางปฏิบัติงานอย่างละเอียดเพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาสิ่งที่มีอยู่
D - Do (ปฏิบัติ): ดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ด้วยความรอบคอบและจัดเก็บข้อมูลระหว่างการทำงาน
C - Check (ตรวจสอบ): ประเมินผลลัพธ์ที่ได้จากการปฏิบัติงานเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพื่อดูว่างานสำเร็จหรือมีปัญหาตรงจุดไหน
A - Act (ปรับปรุงแก้ไข): หากพบปัญหาให้ปรับปรุงแก้ไข แต่หากผลลัพธ์เป็นไปตามเป้าหมายให้กำหนดเป็นมาตรฐานใหม่ หรือยกระดับการพัฒนากระบวนการให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
การดำเนินงานตามกระบวนการ PDCA
ขั้นการปฏิบัติตามแผน P : Plan (วางแผน)
1. ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (สาระประวัติศาสตร์) วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และบริบทของผู้เรียน
2. ศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่น แหล่งเรียนรู้ และภูมิปัญญาชุมชน พร้อมวางแผนการจัดกิจกรรมร่วมกับวัดอ่างสุวรรณและชาวบ้าน
3. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ สื่อ ใบกิจกรรม และเครื่องมือวัดและประเมินผล
ขั้นการปฏิบัติตามแผน D : Do (ดำเนินการ)
1. จัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามแนวทางและลำดับขั้นตอนที่วางแผนไว้ โดยการให้ผู้เรียนมีบทบาทสำคัญในการเรียนรู้ มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนแสดงหาความรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง ดังนี้
1.1. ครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสร้างแรงจูงใจด้วยการใช้ภาพเก่า เรื่องเล่า หรือคำถามกระตุ้นความคิดเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของชุมชนหนองหอย เพื่อเชื่อมโยงความรู้เดิมของผู้เรียนกับการเรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่น
1.2. นักเรียนศึกษาข้อมูลเบื้องต้นจากหนังสือเรียน เอกสารท้องถิ่น สื่อดิจิทัล และแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ พร้อมร่วมกันกำหนดประเด็นที่ต้องการศึกษาและวางแผนการลงพื้นที่
1.3. นำนักเรียนลงพื้นที่ศึกษาแหล่งเรียนรู้ วัดอ่างสุวรรณ เพื่อเรียนรู้ประวัติความเป็นมา ความสำคัญของสถานที่ และหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับชุมชน รวมทั้งสัมภาษณ์พระภิกษุ ผู้สูงอายุ และชาวบ้าน เพื่อรวบรวมข้อมูลจากบุคคลที่มีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชุมชน
1.4. นักเรียนบันทึกข้อมูล ภาพถ่าย และข้อค้นพบลงใน สมุดบันทึกการเรียนรู้ จากนั้นร่วมกันวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ
1.5. นักเรียนนำข้อมูลที่ได้มาสร้างสรรค์เป็น อินโฟกราฟิก แพร้อมนำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสะท้อนผลการเรียนรู้ร่วมกันภายในชั้นเรียน โดยครูทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำ และส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ตลอดกระบวนการเรียนรู้
2. วัดและประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่จัดให้แก่นักเรียน เพื่อแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง
3. สรุป รายงานผล และนำผลงานที่ได้จากการปฏิบัติ ไปขยายผลต่อไป
ขั้นการปฏิบัติตามแผน C : Check (ตรวจสอบ)
1. ประเมินผลจากแบบทดสอบ การสังเกตพฤติกรรม การประเมินชิ้นงาน และการนำเสนอผลงาน
2. วิเคราะห์ผลการเรียนรู้และสะท้อนผลการดำเนินงาน เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับนักเรียน
ขั้นการปฏิบัติตามแผน A : Act (ปรับปรุงพัฒนา)
1. นำผลการประเมินและข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ สื่อ และกิจกรรมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
2. เผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกิจกรรม PLC ภายในโรงเรียน และขยายผลสู่การจัดการเรียนรู้ในระดับชั้นอื่นและเครือข่ายสถานศึกษา
4. ผลการดำเนินการ ผลสัมฤทธิ์ ประโยชน์ที่ได้รับ
ผลการดำเนินงาน
โรงเรียนวัดหนองหอยได้ดำเนินการจัดกิจกรรมตามแนวปฏิบัติ วิถีหนองหอย : เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเชิงรุก สู่พลเมืองเข้มแข็ง โดยใช้กระบวนการ PDCA อย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากการวางแผนร่วมกัน ศึกษาบริบทของชุมชน ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก และใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นฐาน ได้แก่ วัดอ่างสุวรรณ รวมถึงการสัมภาษณ์พระภิกษุ ผู้สูงอายุ และชาวบ้าน เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจากแหล่งข้อมูลจริง
ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติผ่านการสืบค้นข้อมูล การเก็บรวบรวมหลักฐาน การบันทึกข้อมูลลงในสมุดบันทึกการเรียนรู้ การจัดทำอินโฟกราฟิก และการรวบรวมผลงานในแฟ้มสะสมงาน พร้อมทั้งนำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ส่งผลให้การจัดการเรียนรู้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ผู้เรียนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน และเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดย
1. สามารถออกแบบและพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอำเภอทับสะแกด้วยกระบวนการเชิงรุก (Active Learning)
2. เกิดการพัฒนาทักษะกระบวนการทางประวัติศาสตร์ (Historical Thinking Skills) 5 ขั้นตอน และทักษะการคิดขั้นสูงของผู้เรียนสู่พลเมืองดีของสังคม
3. นักเรียนเกิดความรัก ความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และมีคุณลักษณะของการเป็นพลเมืองที่ดี
ผลสัมฤทธิ์ของงาน
1. นักเรียนร้อยละ 100 ได้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวปฏิบัติที่กำหนดนักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด และสามารถอธิบายประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโดยอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ได้อย่างถูกต้องนักเรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการคิดวิเคราะห์ การสืบค้นข้อมูล การสัมภาษณ์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน จากการลงพื้นที่ศึกษาและการจัดทำชิ้นงานนักเรียนทุกคนมีชิ้นงานจากการเรียนรู้ ได้แก่ สมุดบันทึกการเรียนรู้ อินโฟกราฟิก ซึ่งสะท้อนความรู้ ความเข้าใจ และกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชุมชนหนองหอย ตระหนักถึงคุณค่าของแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น และแสดงพฤติกรรมที่สะท้อนการเป็นพลเมืองที่ดี มีความรับผิดชอบ และมีจิตสาธารณะ
ประโยชน์ที่ได้รับ
ด้านผู้เรียน
นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงจากการเรียนรู้ในชุมชน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สามารถสืบค้น วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ เกิดความรัก ความภาคภูมิใจในบ้านเกิด และมีคุณลักษณะของการเป็นพลเมืองที่ดี
ด้านครู
ครูมีแนวทางในการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้กระบวนการ PDCA ร่วมกับ Active Learning ทำให้สามารถพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง และนำผลการประเมินมาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านโรงเรียนและชุมชน
โรงเรียนมีรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน เกิดความร่วมมือระหว่างโรงเรียน วัดอ่างสุวรรณ ผู้ปกครอง และชาวบ้านในการเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชนอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นแนวทางในการขยายผลสู่การจัดการเรียนรู้ในรายวิชาอื่นและสถานศึกษาเครือข่ายได้
5. ปัจจัยความสำเร็จ
การดำเนินงานตามแนวปฏิบัติ วิถีหนองหอย : เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเชิงรุก สู่พลเมืองเข้มแข็ง โดยใช้กระบวนการ PDCA ประสบความสำเร็จจากปัจจัยสำคัญ ดังนี้
1. ผู้บริหารสถานศึกษาให้การสนับสนุนด้านนโยบาย งบประมาณ และส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
2. ครูผู้สอนมีการวางแผนและออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการ PDCA ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ทำให้การจัดกิจกรรมเป็นระบบและสอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน
3. โรงเรียนได้รับความร่วมมือจาก วัดอ่างสุวรรณ พระภิกษุ ผู้สูงอายุ และชาวบ้านในชุมชน ในการเป็นแหล่งเรียนรู้ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสนับสนุนการจัดกิจกรรม ส่งผลให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง
4. นักเรียนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการเรียนรู้ ตั้งแต่การสืบค้นข้อมูล การลงพื้นที่ การสัมภาษณ์ การจัดทำสมุดบันทึก อินโฟกราฟิก ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้
5. ความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนในการส่งเสริมการเรียนรู้ ทำให้เกิดเครือข่ายการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง และร่วมกันพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ
6. บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned)
จากการดำเนินงานตามแนวปฏิบัติ วิถีหนองหอย : เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเชิงรุก สู่พลเมืองเข้มแข็ง โดยใช้กระบวนการ PDCA ทำให้เกิดบทเรียนสำคัญ ดังนี้
1.การนำประวัติศาสตร์ท้องถิ่นมาเป็นฐานในการจัดการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญของชุมชน เกิดความรัก ความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และเรียนรู้ได้อย่างมีความหมายมากกว่าการเรียนจากตำราเพียงอย่างเดียว
2.การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนลงพื้นที่ศึกษา สัมภาษณ์ชาวบ้าน และเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้จริง ช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การสืบค้นข้อมูล การสื่อสาร และการทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม
3.การใช้กระบวนการ PDCA ทำให้การจัดการเรียนรู้เป็นระบบ มีการวางแผน ดำเนินงาน ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กิจกรรมการเรียนรู้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน
4.ความร่วมมือระหว่างโรงเรียน วัดอ่างสุวรรณ ผู้ปกครอง และชุมชน เป็นพลังสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียน และทำให้การอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเกิดขึ้นควบคู่กบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน
7. การเผยแพร่ การได้รับการยอมรับ รางวัลที่ได้รับ
การเผยแพร่
1. เผยแพร่บทความลงเว็บไซต์ทางการศึกษา ครูบ้านนอก.คอม
2. เผยแพร่ผลงานบนเว็บไซต์โรงเรียนวัดหนองหอย
3. เผยแพร่ผลงานผ่านกลุ่มไลน์ของเพื่อนครูที่สนใจ
8. การขยายผล ต่อยอด หรือประยุกต์ใช้ผลงาน นวัตกรรม หรือวิธีการปฏิบัติ
จากผลการดำเนินงานพบว่า การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโดยใช้กระบวนการ PDCA ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย และสามารถพัฒนาความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะของการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องและเกิดประโยชน์สูงสุด ควรมีการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ดังนี้
พัฒนาและรวบรวมฐานข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของชุมชนหนองหอยในรูปแบบดิจิทัล เช่น ภาพถ่าย เอกสาร เรื่องเล่า และสื่อการเรียนรู้ เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถนำไปใช้ศึกษาได้อย่างสะดวกและต่อเนื่อง
ขยายเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ โดยประสานความร่วมมือกับวัดอ่างสุวรรณ ปราชญ์ชาวบ้าน หน่วยงานท้องถิ่น และองค์กรในชุมชน เพื่อร่วมพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่
ส่งเสริมให้ครูบูรณาการประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง และพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนอย่างรอบด้าน
พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้สามารถประยุกต์ใช้กับสถานศึกษาอื่นที่มีบริบทใกล้เคียงกัน พร้อมเผยแพร่ผลการดำเนินงานผ่านกิจกรรม PLC เวทีวิชาการ และเครือข่ายสถานศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายผลสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน