ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > "แก่"…อย่างมีคุณค่า โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

"แก่"…อย่างมีคุณค่า โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 15 เม.ย. 2559 เปิดอ่าน : 7,196 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

"แก่"…อย่างมีคุณค่า โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

Advertisement

ผู้เขียน รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ที่มา มติชนรายวัน
เผยแพร่ 14 เม.ย. 59

“สังคมผู้สูงอายุ” แม้จะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในสังคมโลกและสังคมไทย แต่หากให้ “สวนดุสิตโพล” ถาม “ประชาชน” ว่า “สังคมผู้สูงอายุ” คืออะไร? แล้วยิ่งถามต่อไปว่า “สังคมผู้สูงอายุ” เกิดขึ้นเมื่อไร? หรือหากถามถึงขั้นที่ว่าคนไทยจะเตรียมตัวกับ “สังคมผู้สูงอายุ” อย่างไร? เชื่อว่าบางคนอาจทำหน้า “งง” หรือบางคนอาจจะถามกลับเพราะความ “ไม่รู้” … ดังนั้น ข้อเขียนนี้จึงไม่ได้เป็นแค่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้อ่านเท่านั้น แต่เป็นการกระตุ้นให้ “คนที่กำลังจะเป็น…หรือเป็นผู้สูงอายุ” เห็นคุณค่าของตนเอง

และพร้อมที่จะ “แก่” … อย่างมีคุณค่า

“โลกแห่งผู้สูงอายุ” หรือ “สังคมผู้สูงอายุ” จากการประเมินสถานการณ์ของสหประชาชาตินั้นจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2544-2643(2001-2100) โดยมีการคาดการณ์ว่าจะเป็นศตวรรษแห่งผู้สูงอายุ หมายถึงการมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรรวมทั่วโลก และมีแนวโน้มว่าประชากรผู้สูงอายุเหล่านี้จะมีฐานะยากจน อันจะเป็นประเด็นท้าทายทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจที่แต่ละประเทศจะต้องมีแผนรองรับ

สำหรับประเทศไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติสรุปว่าไทยได้เริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี 2548 (2005) โดยมีประชากรผู้สูงอายุ ร้อยละ 10.4 ของประชากรทั้งประเทศ และคาดว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในช่วงปี 2567-2568 (2024-2025)

จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลกนั้น ย่อมนำมาซึ่งผลกระทบในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการมีแรงงานในภาคการผลิตลดลง อัตราการออมที่ลดลง รัฐบาลจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณค่าใช้จ่ายทางด้านสวัสดิการและการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นเพื่อดูแลและปฐมพยาบาลผู้สูงอายุมากขึ้น

ดังนั้น ในมิติของภาครัฐหากไม่มีการเตรียมความพร้อมในเชิงนโยบายอย่างเหมาะสม การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ทำให้รายได้ประชาชาติลดลงได้ เมื่อเป็นเช่นนี้สิ่งที่ควรดำเนินการ ณ วันนี้ คงหนีไม่พ้นการสร้างความร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชนตั้งแต่ระดับบุคคล ชุมชน และประเทศ โดยเฉพาะการร่วมมือเพื่อกระตุ้นให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมวางแผนการออม การร่วมมือกันในชุมชน การจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ทางด้านสุขภาพอนามัยของผู้สูงอายุ การปรับตัวทางด้านสังคมและจิตใจของผู้สูงอายุ รวมทั้งการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนและการออมเพื่อเตรียมพร้อมเมื่อถึงวัยผู้สูงอายุ เช่นในหลายประเทศได้มีการขยายอายุผู้เกษียณอายุเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุมีงานทำ

ในส่วนภาครัฐของไทยก็มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเช่นกัน โดยภาพสะท้อนที่แสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมก็คือ การเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 ในมาตราที่กำหนดอายุเกษียณราชการจาก 60 ปี ให้เพิ่มอายุการเกษียณราชการเป็น 65 ปี ซึ่งจะแก้ไขปัญหาคนในวัยทำงานไม่เพียงพอต่อการพัฒนาประเทศ และเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่จะเกิดต่อระบบงบประมาณในการดูแลบุคลากร ทั้งในด้านของอัตราค่าจ้าง ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงเงินบำเหน็จบำนาญอีกด้วย

แม้ว่าขณะนี้จะมีเสียงเชิงปฏิเสธเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวจากผู้นำประเทศก็ตาม แต่ก็ขอให้ติดตามกรณีที่กำลังศึกษานี้ต่อไป

ไม่เพียงภาครัฐเท่านั้น แต่ในมิติตัวตนของผู้สูงอายุก็จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมด้วยเช่นกัน การเตรียมความพร้อมคงไม่สามารถมองแค่ด้านเศรษฐกิจ รายได้ ชีวิตความเป็นอยู่เพียงเท่านั้น แต่การเตรียมความพร้อมด้านสภาพจิตใจ โดยเฉพาะการเห็นและสร้างคุณค่าให้แก่ตนเอง ถือเป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องให้ความสำคัญไม่น้อย

การเห็นและสร้างคุณค่าให้แก่ตนเองของผู้สูงอายุทั่วไปๆ อาจมุ่งประเด็นไปที่การมีบทบาทและหน้าที่ในสังคม ซึ่งหากมองแบบกว้างๆ อาจเริ่มจาก “บทบาทครอบครัว” ซึ่งความรู้และประสบการณ์จากการดำรงชีวิตที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ย่อมทำให้ผู้สูงอายุสามารถให้คำปรึกษาและชี้แนะรูปแบบการดำเนินชีวิตในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าที่การงาน การดำเนินชีวิต ครอบครัว หรือแม้แต่เรื่องของสังคมได้เป็นอย่างดี ดังคำกล่าวที่ว่า “อาบน้ำร้อนมาก่อน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตที่โชกโชนของผู้สูงอายุ

ขณะที่ “บทบาททางสังคม” หากมองจากองค์ความรู้ที่สั่งสมอยู่ในตัว โดยเฉพาะด้านขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม หรือแม้แต่ศิลปะไทยแบบดั้งเดิมซึ่งผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะได้รับการบ่มเพาะความรู้ด้านวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน จนทำให้เป็นทั้ง “คลังความรู้และต้นแบบทางวัฒนธรรมไทย” ซึ่งหากความรู้เหล่านั้นได้ถูกนำมาถ่ายทอดและส่งต่อไปสู่คนไทยรุ่นใหม่ๆ อย่างเป็นระบบแล้ว “สภาวะการถอยหลังลงคลอง” ด้านวัฒนธรรมไทยก็คงไม่มีให้เห็นเหมือนเช่นปัจจุบัน (แต่เพราะ ณ วันนี้ สภาพสังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงจาก “ครอบครัวขยาย” กลายเป็น “ครอบครัวเดี่ยว” การส่งต่อความรู้จากรุ่นสู่รุ่นจึงกลายเป็นสิ่งที่ “ยากเย็น” ไม่ใช่เล่น..!!)

เพียงแค่มองบทบาทของผู้สูงอายุที่กล่าวข้างต้นเพียงสองด้าน ก็น่าจะทำให้สามารถลบภาพของ “คนแก่วัยเกษียณ อยู่บ้านพักผ่อน เลี้ยงลูก เลี้ยงหลาน เข้าวัดปฏิบัติธรรม” ได้ไม่มากก็น้อย แล้วหากมองรวมกับผู้สูงอายุประเภท “แก่..ที่ไม่แก่ แม้อายุจะมาก” … “แก่ แต่ยังมีไฟ” ซึ่งเป็นคนสูงอายุที่แม้จะมีความโรยราทางร่างกาย แต่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังทางความคิด ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ความทันสมัย และแรงขับเคลื่อนในการทำงานอย่างเต็มเปี่ยม ก็น่าจะทำให้คนในสังคมยอมรับถึงบทบาทของผู้สูงอายุที่ได้จำกัดแค่..ดูแลเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน

แต่สามารถทำงานให้สังคม เพื่อประเทศชาติ ซึ่งก็คงไม่ต้องมองไกล พล.อ.ประยุทธ์ น่าจะเป็นตัวอย่างที่มีให้เห็นแบบตัวเป็นๆ หรือแม้แต่ผู้นำระดับโลกหลายท่าน เช่น วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย วัย 63 ปี ก็เป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของคำว่า “แก่แบบมีคุณภาพ” ที่กล้าเรียกได้เต็มปากเต็มคำว่า “แก่…อย่างมีคุณค่า” ไม่ใช่ “แก่แบบกะโหลกกะลา” … คอยแต่จะเป็นปัญหาสังคม..!

ที่พูดมายืดยาวทั้งหมดนี้ไม่เพียงแค่ต้องการให้สังคมไทยเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ต้องการให้ผู้สูงอายุที่มีในสังคมจำนวนไม่น้อย เห็นคุณค่าและรู้จักทำตัวให้มีคุณค่า อย่าทำตัว “แก่เกินแกง” ซึ่งหมายถึงผู้ที่อยู่ในวัยที่ทำประโยชน์อะไรไม่ได้แล้ว ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ ปล่อยให้สิ้นอายุขัยไปเอง แต่อยากให้ทำตัวเป็น “ขิงแก่” ที่ยิ่งแก่ก็ยิ่งมีประโยชน์ เป็นผู้อาวุุโสที่มากด้วยความสามารถและเต็มไปด้วยประสบการณ์

ส่วนคนในสังคมไทยก็อยากให้เห็นคุณค่าของ “คนแก่” อย่า!! มองว่า “คนแก่” เป็นภาระเลย หรือพวกท่านลืมไปแล้วว่าที่โตมาได้ก็เพราะ “คนแก่” ไม่ใช่หรือ..?? 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> "แก่"…อย่างมีคุณค่า โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ , , , แก่ , …อย่างมีคุณค่า , โดย , รศ.ดร.สุขุม , เฉลยทรัพย์ << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
การศึกษาไทย 2.0

การศึกษาไทย 2.0
เปิดอ่าน 8,645 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน กับ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา : เจตนารมณ์ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงและสิ่งที่ได้รับ☕ คลิกอ่านเลย
การฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียน กับ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา : เจตนารมณ์ ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงและสิ่งที่ได้รับ
เปิดอ่าน 3,903 ครั้ง
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการศึกษาคุณภาพ : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย☕ คลิกอ่านเลย
การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อการศึกษาคุณภาพ : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย
เปิดอ่าน 9,045 ครั้ง
ไขข้อข้องใจ การบ้านยังจำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่หรือไม่?☕ คลิกอ่านเลย
ไขข้อข้องใจ การบ้านยังจำเป็นสำหรับเด็กยุคใหม่หรือไม่?
เปิดอ่าน 7,527 ครั้ง
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย☕ คลิกอ่านเลย
Computing Science : วิชาบังคับสำหรับนักเรียน ป.1 ไทย
เปิดอ่าน 10,280 ครั้ง
เจาะประเด็นการคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ : ธนชน มุทาพร☕ คลิกอ่านเลย
เจาะประเด็นการคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ : ธนชน มุทาพร
เปิดอ่าน 14,357 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เบกกิ้งโซดา กับ 10 คุณประโยชน์ที่คนรักสุขภาพต้องร้องว้าวเบกกิ้งโซดา กับ 10 คุณประโยชน์ที่คนรักสุขภาพต้องร้องว้าว
เปิดอ่าน 12,559 ครั้ง
มาดู เด็กมัธยมต้นของญี่ปุ่น กับรายการ ดูให้รู้ ตอน มัธยมต้น ค้นหาตัวเองมาดู เด็กมัธยมต้นของญี่ปุ่น กับรายการ ดูให้รู้ ตอน มัธยมต้น ค้นหาตัวเอง
เปิดอ่าน 9,057 ครั้ง
วัคซีนป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยให้รอดพ้นโรคร้ายได้มากถึง1ใน5วัคซีนป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยให้รอดพ้นโรคร้ายได้มากถึง1ใน5
เปิดอ่าน 6,588 ครั้ง
นั่งนานทำให้เป็นคนขี้โรคนั่งนานทำให้เป็นคนขี้โรค
เปิดอ่าน 5,929 ครั้ง
6 ประการ สู่การเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานดีและมีความสุข6 ประการ สู่การเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานดีและมีความสุข
เปิดอ่าน 8,938 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ