ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > คุณครูควรรู้ไว้ > แนวทางการจัดประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ตอนที่ 1)

แนวทางการจัดประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ตอนที่ 1)

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 17 ก.ค. 2552 เปิดอ่าน : 38,988 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
แนวทางการจัดประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ตอนที่ 1)

Advertisement

แนวทางการจัดประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ตอนที่ 1)

 

ตอนที่ 1

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 กำหนดให้กิจกรรมผู้เรียนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนเช่นเดียวกับการเรียนสาระการเรียนรู้ และกำหนดให้เป็นเกณฑ์สำคัญในการผ่านช่วงชั้นและจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาจะต้องจัดให้มีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ในโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ทุกช่วงวัย และจัดให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดพัฒนาการและได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติกิจกรรมเหล่านั้นอย่างเต็มที่

กิจกรรมพัฒนาการเรียนเป็นกิจกรรมที่จัดให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเองตามศักยภาพเพิ่มเติม จากสิ่งที่ได้เรียนรู้จากกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทั้ง 8 กลุ่ม เน้นการเข้าร่วมและปฏิบัติกิจกรรมอย่างมีความสุข ตามความถนัดและความสนใจของผู้เรียนอย่างแท้จริง เพื่อพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ให้ครบทุกด้าน ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์สังคมและควรเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่ดีงามอย่างสมบูรณ์



 

  1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้เหมาะสมตามความแตกต่างระหว่างบุคคล ช่วยผู้เรียนให้ค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตน พร้อมทั้งเสริมสร้างทักษะชีวิต วุฒิภาวะทางอารมณ์ และการมีสัมพันธภาพที่ดีต่อบุคคลและสังคมทั่วไป กิจกรรมแนะแนวจำแนกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
  • กิจกรรมรู้จัก เข้าใจและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น
  • กิจกรรมการแสวงหาและการใช้ข้อมูลสารสนเทศ
  • กิจกรรมการตัดสินใจและแก้ปัญหา
  • กิจกรรมการปรับตัวและดำรงชีวิต

2. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเป็นผู้ปฏิบัติด้วยตนเองครบวงจร ตั้งแต่การศึกษา ตลอดจนการประเมินและปรับปรุงการปฏิบัติโดยเน้นการร่วมประเมินและปรับปรุงการปฏิบัติงานโดยเน้นการร่วมทำงานเป็นกลุ่ม หรือ ชุมนุมต่างๆ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

  • กิจกรรมตามความถนัด และความเข้าใจของผู้เรียน เช่น ชุมนุมวิทยาศาสตร์ ชุมนุมดนตรี ชุมนุมกีฬา เป็นต้น
  • กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์และรักษาดินแดนที่ปลูกฝังความเป็นพลเมืองดีของชาติ มีระเบียบวินัย มีความรักสามัคคี รู้จักเสียสละและช่วยเหลือผู้อื่น


ในกระบวนการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาจะต้องจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไว้ในโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาแต่ละช่วงชั้นโดยกำเนินการ ดังนี้ (รูปที่1 ลูกเสือ เนตรนารี)

  1. กำหนดเวลาเรียนรายปี ตามประมาณการเวลาเรียนรายปีของแต่ละช่วงชั้น ในโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  2. แบ่งเวลาเรียนรายปี เป็น 2 ส่วน สำหรับเรียนสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม 1 ส่วน และ สำหรับการปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 1 ส่วน โดยช่วงชั้นที่ 1-2 มีสัดส่วนเวลาปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนค่อนข้างสูงและลดลงในช่วงชั้นที่ 3-4 สุดท้ายกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้ช่วงชั้นที่ 4 ต้องจัดให้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตลอดช่วงชั้นประมาณ 480 ชั่วโมง หรือ 180 ชั่วโมงต่อปี ดังนั้นทุกช่วงชั้นจึงควรจัดให้มีเวลาปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไม่น้อยกว่าช่วงชั้นที่ 4

  3. นำเวลาปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรายปีไปคำนวณหาค่าน้ำหนัก ซึ่งใช้หน่วยบอกขนาดหรือปริมาณของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อการเปรียบเทียบ การคำนวณ และการกำหนดเกณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การคำนวณหาค่าน้ำหนักกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรายปี สามารถคำนวณโดยนำ เวลาปฏิบัติกิจกรรมรายปี มาหารด้วยจำนวนชั่วโมงของค่า 1 หน่วยน้ำหนักมาตรฐาน ซึ่งมีค่าเท่ากับ 80 ชั่วโมง ดังนี้

  4. การกำหนดเกณฑ์ปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านช่วงชั้น เนื่องจากหลักสูตรแกนกลางหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 กำหนดให้ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและผ่านการประเมินตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด จึงจะผ่านช่วงชั้นหรือจบหลักสูตรได้ ดังนั้นสถานศึกษาจึงต้องกำหนดการปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านช่วงชั้น เพื่อใช้เป็นหลักในการพิจารณาตัดสินให้นักเรียนผ่านช่วงชั้นหรือจบหลักสูตร

    เกณฑ์การปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านช่วงชั้น คือ เกณฑ์ที่กำหนดว่า ตลอดช่วงชั้นเรียนจะต้องปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรวมทั้งสิ้นจำนวนกี่หน่วยน้ำหนัก และจะต้องมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์รวมจำนวนกี่หน่วยน้ำหนัก เช่น

    • ก. ผู้เรียนต้องปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรวมทั้งสิ้น 12 หน่วยน้ำหนักและต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน 12 หน่วยน้ำหนัก

    • ข. ผู้เรียนต้องปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรวมทั้งสิ้น 12 หน่วยน้ำหนักและต้องผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างน้อย 10 หน่วยน้ำหนัก

    • ค. ผู้เรียนต้องปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรวมทั้งสิ้น 12 หน่วยน้ำหนักและต้องผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างน้อย 10 หน่วยน้ำหนัก โดยต้องปฏิบัติกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี หรือยุวกาชาดหรือบำเพ็ญประโยชน์ หรือรักษาดินแดน ให้ผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวน 3 หน่วยน้ำหนัก


  1. รวมจำนวนผ่านหน่วยกิจกรรมรายปีที่กำหนดใน ข้อ 2 ทั้ง 3 ปี จะได้จำนวนหน่วยน้ำหนักรวมของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติตลอดช่วงชั้น

  2. กำหนดจำนวนหน่วยน้ำหนักรวมของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนขั้นต่ำ ที่จะต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน เนื่องจากกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนไม่ได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ไว้เป็นหลักในการปฏิบัติ และไม่มีข้อกำหนดใดระบุให้ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินการปฏิบัติกิจกรรมได้ผ่านทุกกิจกรรม การกำหนดจำนวนหน่วยน้ำนักรวมของกิจกรรมที่ต้องผ่านเกณฑ์การประเมินจึงเป็นหน้าที่ของสถานศึกษา ที่จะต้องกำหนดโดยยึดวิสัยทัศน์ของสถานศึกษาและคุณภาพของผู้เรียนเป็นสำคัญ สถานศึกษาสามารถจะกำหนดจำนวนหน่วยน้ำหนักรวมของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน ให้เท่ากับจำวนหน่วยน้ำหนักรวมที่ต้องปฏิบัติตลอดช่วงชั้นก็ได้ หรือ กำหนดให้ผ่านเกณฑ์การประเมินเป็นบางส่วนก็ได้ นอกจากนั้น ยังสมารถกำหนดให้กิจกรรมหนึ่งเป็นกิจกรรมบังคับสำหรับสถานศึกษาของตนเองก็ได้อีกด้วย

  3. นำจำนวนหน่วยน้ำหนักรวมของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ต้องปฏิบัติตลอดช่วงชั้นจากข้อ 1. ไปเชื่อมโยงกับจำนวนหน่วยน้ำหนักรวมของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนขั้นต่ำที่ต้องผ่านเกณฑ์การประเมินในข้อ 2. จะได้เกณฑ์การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านช่วงชั้น

สถานศึกษาจะต้องกำหนดเกณฑ์การปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านช่วงชั้น สำหรับสถานศึกษาของตนเป็นรายช่วงชั้น โดยจะกำหนดให้แต่ละช่วงชั้นมีเกณฑ์เหมือนกันหรือแตกต่างกันก็ได้

กำหนดเกณฑ์การปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านช่วงชั้น อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา เกณฑ์ที่กำหนดขึ้นนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผู้บริหารสถานศึกษา จะต้องนำไปใช้เป็นหลักในการพิจารณาตัดสินให้ผู้เรียนผ่านช่วงชั้นหรือจบหลักสูตร สถานศึกษาจะต้องมีความมั่นใจแน่วแน่ว่าเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นมีความถูกต้อง มีคุณภาพเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพราะจะต้องใช้เกณฑ์นั้นตัดสินนักเรียนไปตลอดหลักสูตรหรือจนกว่าสถานศึกษาพิจารณาเห็นสมควรให้มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะต้องมีการใช้เกณฑ์นั้นเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร สถานศึกษาไม่ควรเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การผ่านช่วงชั้นบ่อยๆ เพราะจะทำให้ผู้เรียนผ่านช่วงชั้นในแต่ละรุ่นโดยมีเกณฑ์ไม่เหมือนกัน สร้างความสับสนให้กับผู้เรียน ผู้ปกครองและสังคม รวมทั้งสร้างความยุ่งยากให้กับระบบตรวจสอบรับรองผลการเรียนและวุฒิการศึกษาของผู้เรียนด้วย

เกณฑ์การปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านช่วงชันที่ได้จัดทำขึ้นเรียบร้อย สถานศึกษาควรจัดทำคำสั่ง หรือระเบียบสถานศึกษาขึ้นประกอบการใช้เกณฑ์นั้นให้เป็นไปตามกฎหมาย และประกาศให้ นักเรียน ผู้แกครอง ครู บุคลากร ของสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายรับทราบ และถือปฏิบัติร่วมกัน


ที่มาข้อมูล : สมทรง ลิมาลัย วารสารวิชาการ ปีที่ 9 ฉบับที่ 4 ตุลาคม - ธันวาคม 2549
ที่มาเว็บ : https://www.myfirstbrain.com

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> แนวทางการจัดประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (ตอนที่ 1) , , แนวทางการจัดประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน , (ตอนที่ , 1) << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
การหาประสิทธิภาพสื่อ

การหาประสิทธิภาพสื่อ
เปิดอ่าน 63,720 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
อัตลักษณ์ของสถานศึกษา คืออะไร จำเป็นอย่างไร☕ คลิกอ่านเลย
อัตลักษณ์ของสถานศึกษา คืออะไร จำเป็นอย่างไร
เปิดอ่าน 37,756 ครั้ง
เคล็ดลับ จำง่าย การอ่านหนังสือเตรียมสอบครูผู้ช่วย☕ คลิกอ่านเลย
เคล็ดลับ จำง่าย การอ่านหนังสือเตรียมสอบครูผู้ช่วย
เปิดอ่าน 14,627 ครั้ง
พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร (ฉบับที่7) พ.ศ.2554 (ประกาศใช้วันที่ 31/05/2554)☕ คลิกอ่านเลย
พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร (ฉบับที่7) พ.ศ.2554 (ประกาศใช้วันที่ 31/05/2554)
เปิดอ่าน 34,494 ครั้ง
การปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการเทียบวุฒิการศึกษาในประเทศเเละต่างประเทศระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2560☕ คลิกอ่านเลย
การปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการเทียบวุฒิการศึกษาในประเทศเเละต่างประเทศระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2560
เปิดอ่าน 17,585 ครั้ง
ปรัชญาและคุณธรรมสำหรับครู และลักษณะครูที่ดี☕ คลิกอ่านเลย
ปรัชญาและคุณธรรมสำหรับครู และลักษณะครูที่ดี
เปิดอ่าน 345,929 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

วิธีทาลิปกลอสให้สวยวิธีทาลิปกลอสให้สวย
เปิดอ่าน 11,175 ครั้ง
 ศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้สำหรับการกรอกใบสมัครงาน  ศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารู้สำหรับการกรอกใบสมัครงาน
เปิดอ่าน 28,435 ครั้ง
17 ประโยคที่ผู้นำมักพูดทุกวัน17 ประโยคที่ผู้นำมักพูดทุกวัน
เปิดอ่าน 17,678 ครั้ง
10 ทริคเพื่อสุขภาพประจำวัน รู้ไว้ได้ใช้แน่10 ทริคเพื่อสุขภาพประจำวัน รู้ไว้ได้ใช้แน่
เปิดอ่าน 11,222 ครั้ง
ชำแหละ"กล้องสปาย"สู่ขบวนการทุจริตสอบแพทย์ชำแหละ"กล้องสปาย"สู่ขบวนการทุจริตสอบแพทย์
เปิดอ่าน 9,076 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ