ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

นวัตกรรม NICE MODEL “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน”

1. ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรมที่นำเสนอ

1.1 ความสำคัญหรือความเป็นมาและสภาพของปัญหา

การพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคงและยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัย “คน” เป็นศูนย์กลางของการพัฒนา โดยเฉพาะการพัฒนาคนให้มีความรู้ควบคู่คุณธรรม มีความรับผิดชอบ มีวินัย มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีจิตสาธารณะ การจัดการศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพและมีคุณธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ

ในด้านการศึกษา พระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ทรงมุ่งให้การศึกษาสร้างพื้นฐานที่สำคัญแก่ผู้เรียน 4 ด้าน ได้แก่ การมีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง การมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงและมีคุณธรรม การมีงานทำและมีอาชีพ และการเป็นพลเมืองดี ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาผู้เรียนให้เป็น “คนดี” ควบคู่กับการเป็น “คนเก่ง” และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่า

จากบริบทดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงได้ขับเคลื่อน โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. เพื่อส่งเสริมให้สถานศึกษาทุกระดับพัฒนาผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณธรรม จริยธรรม และมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ โดยกำหนดคุณธรรมอัตลักษณ์ 5 ประการ ได้แก่ ความพอเพียง ความกตัญญู ความซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบ และอุดมการณ์คุณธรรม ซึ่งเป็นกรอบสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมแห่งความดีในสถานศึกษา

แม้สถานศึกษาจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมอย่างต่อเนื่อง แต่การพัฒนาคุณธรรมในบางบริบทอาจยังเน้นการสร้างพฤติกรรมภายนอกหรือการทำกิจกรรมเป็นครั้งคราวมากกว่าการสร้างความเข้าใจและความตระหนักจากภายใน ส่งผลให้ผู้เรียนบางส่วนสามารถปฏิบัติตามกฎหรือแสดงพฤติกรรมที่ดีเมื่อมีผู้ควบคุมดูแล แต่ยังไม่สามารถนำคุณธรรมไปใช้ในการตัดสินใจและดำเนินชีวิตได้อย่างสม่ำเสมอเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีผู้กำกับดูแล

จากสภาพปัญหาดังกล่าว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาคุณธรรมจากการ “บอกให้ทำดี” ไปสู่การ “สร้างคนให้เห็นคุณค่าของความดี” โดยมุ่งพัฒนาความดีจากภายในจิตใจ ให้ผู้เรียนเกิดความตระหนักรู้ เข้าใจเหตุผลของการทำความดี เห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น มีจิตสำนึกที่ดี และสามารถตัดสินใจเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องได้ด้วยตนเอง

ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดทำจึงได้พัฒนานวัตกรรม NICE MODEL “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” โดยมีแนวคิดสำคัญว่า “ความดีที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากภายใน และสะท้อนออกมาเป็นการกระทำภายนอก” มุ่งพัฒนาคุณธรรมอย่างเป็นระบบจากระดับบุคคลไปสู่ระดับองค์กรและชุมชน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้ภายใน การปลูกฝังค่านิยมที่ดี การลงมือปฏิบัติจริง และการสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนความดี

1.2 แนวทางการพัฒนา

การดำเนินงานเริ่มจากการศึกษาสภาพปัญหา วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของผู้เรียน กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดด้านคุณธรรม จากนั้นออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการ NICE MODEL “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” ร่วมกับการเรียนรู้แบบ Project-Based Learning (PBL) และวงจรคุณภาพ PDCA โดยจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ วางแผน ลงมือปฏิบัติ สะท้อนผล และปรับปรุงพฤติกรรมของตนเองอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประเมินผลจากพฤติกรรมจริงและผลงานที่เกิดขึ้น ขยายผลการพัฒนาคุณธรรมจากระดับบุคคลสู่ระดับห้องเรียน สถานศึกษา ครอบครัว และชุมชน โดยสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมให้ผู้เรียนและครูเป็น “พลังต้นแบบแห่งความดี” สามารถถ่ายทอดและขยายผลแนวคิดการทำความดีไปสู่บุคคลรอบข้าง ทำให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันรับผิดชอบ และร่วมกันสร้างสังคมแห่งคุณธรรม

กลุ่มเป้าหมาย

1. กลุ่มเป้าหมายหลัก

1) ผู้เรียน

มุ่งพัฒนาให้มีคุณธรรมอัตลักษณ์ 5 ประการ ได้แก่ ความพอเพียง ความกตัญญู ความซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบ และอุดมการณ์คุณธรรม สามารถคิดดี ตัดสินใจดี ปฏิบัติดี และดำรงชีวิตร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข

2) ครูและบุคลากรทางการศึกษา

มุ่งพัฒนาให้เป็น “คุรุชน คนคุณธรรม” เป็นผู้มีคุณธรรมในตนเองและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน สามารถถ่ายทอดคุณธรรมผ่านการจัดการเรียนรู้และการปฏิบัติงาน ตลอดจนมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมคุณธรรมของสถานศึกษา

3) ผู้บริหารสถานศึกษา

มุ่งส่งเสริมภาวะผู้นำเชิงคุณธรรม เป็นแบบอย่างในการบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส รับผิดชอบ และใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการสถานศึกษา

2. กลุ่มเป้าหมายร่วม

1) ครอบครัวและผู้ปกครอง

ร่วมส่งเสริมและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปลูกฝังคุณธรรม ให้บ้านเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการปฏิบัติความดีอย่างต่อเนื่อง

2) ชุมชน

ร่วมสนับสนุนการดำเนินงานด้านคุณธรรมและเป็นแหล่งเรียนรู้ในการพัฒนาผู้เรียนผ่านประสบการณ์จริง

3) ภาคีเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมสนับสนุนองค์ความรู้ ทรัพยากร และกิจกรรม ตลอดจนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายผลการพัฒนาคุณธรรม

2. จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน

2.1 จุดประสงค์ของการดำเนินงาน

การดำเนินงานนวัตกรรม NICE MODEL “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” มีจุดประสงค์สำคัญในการพัฒนาคนให้มีคุณธรรมจากภายในจิตใจและสามารถนำคุณธรรมไปสู่การปฏิบัติจริง จนเกิดเป็นคุณลักษณะนิสัยและวิถีชีวิตที่ดี โดยมีจุดประสงค์ ดังนี้

1. เพื่อพัฒนาจิตสำนึกและคุณธรรมภายในของผู้เรียน

2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความตระหนักรู้ เห็นคุณค่าของความดี มีจิตสำนึกที่ดี สามารถคิด วิเคราะห์ ไตร่ตรอง และตัดสินใจเลือกปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมด้วยตนเอง โดยไม่ยึดติดกับการควบคุมหรือการบังคับจากภายนอก

3. พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรมอัตลักษณ์ 5 ประการ ได้แก่ ความพอเพียง ความกตัญญู ความซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบ และอุดมการณ์คุณธรรม โดยมุ่งให้คุณธรรมดังกล่าวเกิดขึ้นจากความเข้าใจและความตระหนักภายใน และแสดงออกเป็นพฤติกรรมที่พึงประสงค์อย่างต่อเนื่อง

4. เพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งความดีในสถานศึกษา

5. เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาคุณธรรม

2.2 เป้าหมายของการดำเนินงาน

การกำหนดเป้าหมายของนวัตกรรม NICE MODEL “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” กำหนดให้ครอบคลุมทั้งด้าน ปริมาณและคุณภาพ โดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับบุคคล กระบวนการ และสภาพแวดล้อมของสถานศึกษา ดังนี้

2.2.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ

1. ผู้เรียนร้อยละ 100 ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาคุณธรรมตามแนวทาง NICE MODEL อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมคุณธรรมอัตลักษณ์ 5 ประการ ได้แก่ ความพอเพียง ความกตัญญู ความซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบ และอุดมการณ์คุณธรรม

2. ผู้เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 มีพฤติกรรมที่สะท้อนคุณธรรมอัตลักษณ์ของสถานศึกษาในระดับดีขึ้นไป จากการประเมินพฤติกรรม การสังเกต การสะท้อนคิด

3. ผู้ปกครองและชุมชนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีส่วนร่วมในการส่งเสริม สนับสนุน หรือร่วมกิจกรรมการพัฒนาคุณธรรมของสถานศึกษา

4. สถานศึกษามี กิจกรรมหรือแนวปฏิบัติที่เป็นแบบอย่างด้านการพัฒนาคุณธรรม ที่สามารถนำเสนอ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และขยายผลแก่สถานศึกษาอื่นหรือเครือข่ายได้

2.2.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ

1. ผู้เรียนมี จิตสำนึกด้านคุณธรรมจากภายใน รู้จักคิดไตร่ตรองและสามารถเลือกปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมด้วยตนเอง สามารถกำกับและควบคุมตนเองได้แม้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีผู้ควบคุม

2. ผู้เรียนมีพฤติกรรมที่สะท้อน คุณธรรมอัตลักษณ์ 5 ประการ อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ รู้จักใช้ชีวิตอย่างพอเพียง มีความกตัญญู มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ และมีอุดมการณ์ในการทำความดี

3. สถานศึกษามีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการทำความดี ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมคุณธรรม และเกิดเป็น “วิถีแห่งความดี” ที่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ขึ้นอยู่กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

4. ครอบครัว ชุมชน และภาคีเครือข่ายมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณธรรมของผู้เรียน ทำให้การปลูกฝังคุณธรรมเกิดความต่อเนื่องทั้งในสถานศึกษา ครอบครัว และชุมชน

5. เกิดต้นแบบการพัฒนาคุณธรรมที่มีความชัดเจนเป็นระบบ โดยสามารถแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง “การเปลี่ยนแปลงภายใน” กับ “การเปลี่ยนแปลงภายนอก” กล่าวคือ เมื่อผู้เรียนและบุคลากรเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านความคิด จิตสำนึก และค่านิยม จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการสร้างประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างเป็นรูปธรรม

3. กระบวนการผลิตผลงาน หรือขั้นตอนการดำเนินงาน

การพัฒนานวัตกรรม NICE MODEL “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” ดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักการพัฒนาคุณธรรมจาก “ภายในสู่ภายนอก” และใช้กระบวนการ NICE MODEL เป็นแกนหลักในการพัฒนา ควบคู่กับวงจรการบริหารงานคุณภาพ PDCA เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่อง เป็นระบบ สามารถตรวจสอบ ประเมินผล และพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การดำเนินงานทุกขั้นตอน FLOWCHART

กระบวนการดำเนินงานมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันตั้งแต่การศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็น การออกแบบนวัตกรรม การนำไปใช้ การติดตามประเมินผล การสะท้อนผล และการปรับปรุงพัฒนา โดยมุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจาก “การรู้คุณธรรม” สู่ “การตระหนักรู้คุณธรรม” และพัฒนาไปสู่ “การปฏิบัติคุณธรรมจนเป็นนิสัย” อันนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมแห่งความดีในสถานศึกษา

3.1 การออกแบบผลงาน

3.1.1 หลักการและแนวคิดในการออกแบบนวัตกรรม

การออกแบบนวัตกรรม NICE MODEL “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” เกิดจากการวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นของสถานศึกษา พบว่า การส่งเสริมคุณธรรมที่มุ่งเน้นการควบคุมพฤติกรรมจากภายนอกเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ผู้เรียนสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบเมื่อมีผู้ควบคุม แต่ยังขาดความสามารถในการกำกับตนเองและตัดสินใจเลือกทำความดีเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีผู้กำกับดูแล

ผู้จัดทำจึงออกแบบนวัตกรรมโดยยึดหลักคิดสำคัญว่า “ความดีที่ยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากภายในจิตใจ และสะท้อนออกมาเป็นพฤติกรรมภายนอก”

พระบรมราโชบายด้านการศึกษา หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning : PBL) เพื่อวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการจำเป็นของผู้เรียน ตลอดจนบริบทของสถานศึกษาและชุมชน

3.2 การดำเนินงานตามกิจกรรม

การดำเนินงานตามนวัตกรรม NICE MODEL ดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงกิจกรรมกับองค์ประกอบของ NICE MODEL ดังนี้

ฐานการเรียนรู้ที่ 1 “ของใหม่...จำเป็นจริงหรือ?”

นักเรียนคนหนึ่งมีโทรศัพท์มือถือที่ยังใช้งานได้ดี แต่เห็นเพื่อนหลายคนใช้โทรศัพท์รุ่นใหม่ จึงอยากได้เครื่องใหม่ นักเรียนจึงขอผู้ปกครองซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้ โดยให้เหตุผลว่า

“เพื่อนทุกคนมี เราก็ควรมีเหมือนกัน”

แต่ผู้ปกครองบอกว่า

“เครื่องเดิมยังใช้งานได้ดี เราลองคิดดูก่อนไหมว่าเราจำเป็นต้องเปลี่ยนจริง ๆ หรือเพียงแค่อยากได้ตามคนอื่น”

คำถามชวนคิด

คุณคิดว่าควรซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่หรือไม่?

อะไรคือ “ความจำเป็น” และอะไรคือ “ความอยาก”?

ถ้าเป็นคุณ คุณจะตัดสินใจอย่างไร?

ก่อนซื้อของราคาแพง เราควรพิจารณาเรื่องใดบ้าง?

การมีของราคาแพงทำให้เรามีความสุขมากขึ้นจริงหรือไม่?

ภารกิจ ให้นักเรียนใช้หลัก

“หยุดคิด – สำรวจความจำเป็น – เปรียบเทียบทางเลือก – คิดถึงผลกระทบ – ตัดสินใจ”

เพื่อวิเคราะห์ว่าควรซื้อหรือไม่

ข้อคิด

“การรู้จักพอ ไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธสิ่งใหม่ แต่คือการรู้ว่าอะไรจำเป็น อะไรเหมาะสม และอะไรคุ้มค่ากับชีวิตของเรา”

ฐานการเรียนรู้ที่ 2 “คุณตาคุณยาย...ผู้ให้โดยไม่เคยเรียกร้อง”

นักเรียนคนหนึ่งอาศัยอยู่กับคุณตาคุณยาย ทุกเช้าคุณยายเตรียมอาหารให้ และคุณตาเดินไปส่งที่โรงเรียน เมื่อโตขึ้นนักเรียนเริ่มรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดา จึงไม่ค่อยพูดคุยหรือช่วยเหลือท่าน

วันหนึ่งคุณตาไม่สบาย นักเรียนจึงต้องช่วยดูแลและได้เห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณตาคุณยายทำหลายสิ่งเพื่อครอบครัวโดยไม่เคยเรียกร้องสิ่งตอบแทน

คำถามชวนคิด

เรามักมองข้ามสิ่งดี ๆ ที่คนใกล้ตัวทำให้เราหรือไม่?

ทำไมบางครั้งเราจึงเห็นคุณค่าของคนอื่นเมื่อเขาไม่สามารถทำสิ่งเดิมให้เราได้?

หากคุณเป็นนักเรียนในสถานการณ์นี้ คุณจะทำอะไรเพื่อแสดงความกตัญญู?

เราควรดูแลผู้มีพระคุณอย่างไร?

ภารกิจ ให้ผู้เรียนเขียน

“3 สิ่งที่ฉันอยากขอบคุณผู้มีพระคุณในชีวิต”

........................................................

........................................................

........................................................

และ

“1 สิ่งที่ฉันจะลงมือทำเพื่อแสดงความกตัญญู”

........................................................

ข้อคิด

“คนที่รักและดูแลเราในทุกวัน อาจเป็นคนที่เราลืมขอบคุณมากที่สุด เพราะเราคิดว่าสิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องธรรมดา”

ฐานการเรียนรู้ที่ 3 “เงินที่เก็บได้...ใครเป็นเจ้าของ?”

หลังเลิกเรียน นักเรียนคนหนึ่งพบเงิน 500 บาท ตกอยู่บริเวณหน้าโรงอาหาร ไม่มีใครอยู่ในบริเวณนั้น

เพื่อนที่เดินมาด้วยพูดว่า

“เก็บไว้เถอะ ไม่มีใครรู้หรอก แบ่งกันคนละ 250 บาทก็ได้”

แต่นักเรียนอีกคนบอกว่า

“เราไม่รู้ว่าเป็นเงินของใคร เจ้าของอาจกำลังเดือดร้อนและตามหาอยู่ก็ได้”

นักเรียนต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร

คำถามชวนคิด

ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำอย่างไร?

หากไม่มีใครเห็น เราควรทำสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่?

ถ้าคุณเก็บเงินไว้ คุณคิดว่าจะรู้สึกอย่างไร?

ถ้าเงินนั้นเป็นของคุณ คุณอยากให้คนที่พบทำอย่างไร?

การคืนเงินที่พบเป็นความซื่อสัตย์อย่างไร?

ภารกิจ ให้ผู้เรียนเขียนประโยค

“ถ้าฉันเป็นเจ้าของเงิน ฉันอยากให้คนที่พบเงิน................................”

จากนั้นย้อนกลับมาคิดว่า

“ดังนั้น ถ้าฉันเป็นคนพบเงิน ฉันควร........................................”

ข้อคิด

“ความซื่อสัตย์คือการปฏิบัติต่อผู้อื่นในแบบที่เราอยากให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา”

ฐานการเรียนรู้ที่ 4 “งานของฉัน...แต่ยังไม่เสร็จ”

ครูมอบหมายงานกลุ่มให้นักเรียน 5 คน โดยแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน นักเรียนคนหนึ่งได้รับมอบหมายให้ค้นคว้าข้อมูลและนำมาส่งให้เพื่อนภายในวันศุกร์

แต่ตลอดสัปดาห์ นักเรียนมัวแต่เล่นเกมและดูโทรศัพท์ จนลืมทำงาน

เมื่อถึงวันส่งงาน เพื่อนในกลุ่มถามว่า

“ข้อมูลที่เธอรับผิดชอบอยู่ไหน?”

นักเรียนตอบว่า

“เราลืมทำ เดี๋ยวพวกเธอช่วยทำไปก่อนนะ”

เพื่อนในกลุ่มต้องรีบทำงานแทนจนเสร็จ

คำถามชวนคิด

นักเรียนคนนี้ขาดความรับผิดชอบในเรื่องใด?

การลืมทำงานเป็นความผิดหรือไม่?

ถ้าเรารู้ว่าตนเองทำไม่ทัน ควรทำอย่างไร?

การปล่อยให้เพื่อนทำงานแทนส่งผลอย่างไร?

ถ้าเป็นคุณ คุณจะรับผิดชอบสถานการณ์นี้อย่างไร?

ภารกิจ ให้ผู้เรียนวางแผน “กู้ความรับผิดชอบ”

ยอมรับปัญหา

ขอโทษเพื่อน

ลงมือทำส่วนที่ค้างทันที

ช่วยงานส่วนอื่นเพื่อชดเชย

วางแผนป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

ข้อคิด

“เมื่อเรารับหน้าที่แล้ว ความรับผิดชอบไม่ได้อยู่ที่การหาข้ออ้าง แต่อยู่ที่การหาทางแก้ไข”

ฐานการเรียนรู้ที่ 5 “ไม่มีใครเห็น...แล้วฉันจะทำไหม?”

หลังเลิกเรียน นักเรียนคนหนึ่งเห็นบริเวณสนามโรงเรียนมีขยะจำนวนมาก เนื่องจากเพิ่งจัดกิจกรรมของโรงเรียนเสร็จ

ครูและนักเรียนส่วนใหญ่เดินทางกลับบ้านแล้ว เหลือเพียงนักเรียนคนนี้กับเพื่อนอีกสองคน

เพื่อนพูดว่า

“กลับบ้านกันเถอะ ไม่มีครูอยู่แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่บ้านก็มาเก็บ”

แต่นักเรียนเห็นว่าหากปล่อยไว้ ขยะอาจปลิวไปทั่วบริเวณโรงเรียน จึงตัดสินใจเก็บขยะ แม้ไม่มีใครรู้ว่าเป็นคนทำ

คำถามชวนคิด

ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือกทำอย่างไร?

ถ้าไม่มีใครเห็น เราควรทำความดีหรือไม่?

การทำความดีโดยไม่มีใครชมมีคุณค่าหรือไม่?

อะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้เราทำความดี?

ความดีที่แท้จริงควรเกิดจากอะไร?

ข้อคิด

“คนที่มีอุดมการณ์คุณธรรมจะทำความดี แม้ไม่มีใครมองเห็น เพราะความดีไม่ได้ทำเพื่อคำชม แต่ทำเพราะรู้ว่าสิ่งนั้นถูกต้อง”

ตารางความสัมพันธ์ NICE Model + PBL(Project base learning) + PDCA

การดำเนินงานในแต่ละกิจกรรมมีการกำหนดผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา เป้าหมาย ตัวชี้วัด อย่างชัดเจน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการวางแผนและดำเนินงาน เพื่อให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและสามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ มีการติดตามผลระหว่างดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ หากพบปัญหาหรือข้อจำกัด จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับปรุงกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน เช่น ปรับรูปแบบกิจกรรมให้มีความหลากหลาย เพิ่มกิจกรรมการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง ใช้สื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีเพื่อสร้างแรงจูงใจ และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีบทบาทเป็นผู้นำกิจกรรมมากขึ้น

3.3 ประสิทธิภาพของการดำเนินงาน

การดำเนินงานตาม NICE Model มีการวางแผนและจัดกิจกรรมอย่างเป็นระบบ มีแผนการจัดการเรียนรู้ แผนปฏิบัติการ และปฏิทินกิจกรรมที่ชัดเจน ครอบคลุมทั้งการเรียนการสอน การพัฒนาผู้เรียน และกิจกรรมเสริมหลักสูตร โดยใช้ Project-Based Learning (PBL) เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้หลัก และใช้วงจร PDCA เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการคุณภาพ ทำให้ทุกกิจกรรมสามารถดำเนินการได้จริง สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา และเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาคุณธรรมของผู้เรียน

การจัดกิจกรรมมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา ทำงานร่วมกัน และสะท้อนผลการเรียนรู้ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านความรู้ ทักษะ และพฤติกรรม โดยเฉพาะคุณธรรมอัตลักษณ์ 5 ประการของโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. ได้แก่ ความพอเพียง ความกตัญญู ความซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบ และอุดมการณ์คุณธรรม ซึ่งสอดคล้องกับองค์ประกอบของ NICE Model

4. ผลการดำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ

การดำเนินงานตามนวัตกรรม NICE MODEL : “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” ได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยมุ่งพัฒนาคุณธรรมจากภายในจิตใจของผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา เชื่อมโยงสู่การปฏิบัติจริงจนเกิดเป็นพฤติกรรมและอุปนิสัยที่พึงประสงค์ และขยายผลสู่การสร้างวัฒนธรรมคุณธรรมในสถานศึกษา ครอบครัว และชุมชน

ผลจากการนำ NICE MODEL ไปใช้สามารถสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้าน ความคิด จิตสำนึก พฤติกรรม คุณลักษณะ การมีส่วนร่วม และวัฒนธรรมองค์กร โดยสรุปผลการดำเนินงาน ดังนี้

4.1 ผลที่เกิดตามจุดประสงค์

1. ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านจิตสำนึกและคุณธรรมจากภายใน

ผู้เรียนสามารถแยกแยะสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ รู้จักคิดก่อนตัดสินใจ มีเหตุผลในการเลือกปฏิบัติ และสามารถกำกับตนเองได้มากขึ้น โดยการทำความดีมิได้เกิดจากการบังคับหรือการควบคุมจากครูเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเข้าใจและความต้องการภายในของผู้เรียน

ผลที่เกิดขึ้นสะท้อนแนวคิดสำคัญของ NICE MODEL คือ

“จากการทำดีเพราะถูกบอก → สู่การทำดีเพราะเข้าใจ → และพัฒนาไปสู่การทำดีเพราะเชื่อและเห็นคุณค่าของความดี”

2. ผู้เรียนสามารถนำคุณธรรมไปสู่การปฏิบัติจริง

ผู้เรียนมีพฤติกรรมที่สะท้อนถึงความซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบ ความมีวินัย ความพอเพียง ความกตัญญู และการมีจิตสาธารณะมากขึ้น สามารถปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมาย เคารพกติกา รู้จักแบ่งปัน ช่วยเหลือผู้อื่น และทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม

การพัฒนาดังกล่าวทำให้คุณธรรมไม่จำกัดอยู่เฉพาะในกิจกรรมที่สถานศึกษาจัดขึ้น แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงและในชีวิตประจำวัน

3. ผู้เรียนพัฒนาพฤติกรรมที่ดีจนเกิดเป็นอุปนิสัย

ส่งผลให้พฤติกรรมด้านคุณธรรมมีความต่อเนื่องมากขึ้น ผู้เรียนสามารถปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องรอคำสั่งหรือการควบคุมจากครู เกิดความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวม และมีแนวโน้มพัฒนาคุณธรรมจาก “พฤติกรรมที่ทำเป็นครั้งคราว” ไปสู่ “พฤติกรรมที่ทำอย่างสม่ำเสมอ” และพัฒนาเป็น “อุปนิสัยแห่งความดี”

4. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีบทบาทเป็นต้นแบบคุณธรรม

การดำเนินงานตาม NICE MODEL ส่งผลให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเกิดความตระหนักถึงบทบาทของตนเองในฐานะ “ผู้สร้างคน” และ “ต้นแบบแห่งความดี”

ส่งผลให้เกิดความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างครูกับผู้เรียน ผู้เรียนเกิดความไว้วางใจและศรัทธา สามารถเรียนรู้คุณธรรมผ่านการสังเกตและการปฏิบัติจริงของครู ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดว่า

“ครูไม่ได้สอนคุณธรรมด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว แต่สอนด้วยการดำรงตนให้ผู้เรียนเห็นเป็นแบบอย่าง”

5. เกิดวัฒนธรรมแห่งความดีในสถานศึกษา

จากการดำเนินงานตามขั้น E : Empowerment for Good – เสริมพลังความดี สร้างสังคมคุณธรรม ทำให้การพัฒนาคุณธรรมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตัวผู้เรียน แต่ขยายไปสู่ครู ผู้ปกครอง ครอบครัว ชุมชน และภาคีเครือข่าย

ส่งผลให้สถานศึกษามีบรรยากาศและวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมคุณธรรม และความดีสามารถดำเนินต่อเนื่องได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

4.2 ผลสัมฤทธิ์ของงาน

ผลสัมฤทธิ์ของนวัตกรรม NICE MODEL “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” สามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงได้ 4 ระดับ ดังนี้

ระดับที่ 1 เปลี่ยนแปลงภายในบุคคล

ผู้เรียน เกิดความตระหนักรู้ เห็นคุณค่าของคุณธรรม มีความเข้าใจเกี่ยวกับการทำความดี และสามารถนำหลักคุณธรรมมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

เกิดการเปลี่ยนแปลงจาก

“รู้ว่าดี” → “เห็นคุณค่าของความดี” → “อยากทำดี” → “ลงมือทำดี”

ทำให้การพัฒนาคุณธรรมมีรากฐานจากภายในจิตใจ ไม่ใช่เพียงการควบคุมพฤติกรรมภายนอก

ระดับที่ 2 เปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม

ผู้เรียนมีพฤติกรรมที่สอดคล้องกับคุณธรรมอัตลักษณ์ของโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. 5 ประการ ได้แก่

1) ความพอเพียง รู้จักใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มีเหตุผล รู้จักประหยัด และดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม

2) ความกตัญญู เห็นคุณค่าและตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ มีความเคารพต่อผู้ปกครอง ครู และผู้มีพระคุณ

3) ความซื่อสัตย์สุจริต ประพฤติตนตรงไปตรงมา ไม่เอาเปรียบผู้อื่น กล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง และมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง

4) ความรับผิดชอบ รับผิดชอบต่อตนเอง หน้าที่ การเรียน งานที่ได้รับมอบหมาย และส่วนรวม

5) อุดมการณ์คุณธรรม มีความมุ่งมั่นในการทำความดี มีจิตสาธารณะ พร้อมช่วยเหลือผู้อื่นและทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม

ระดับที่ 3 เปลี่ยนแปลงระดับสถานศึกษา

สถานศึกษามีระบบและกระบวนการพัฒนาคุณธรรมที่ชัดเจน สามารถเชื่อมโยงการพัฒนาคุณธรรมเข้ากับการจัดการเรียนรู้ การบริหารสถานศึกษา กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และวิถีชีวิตประจำวัน

เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมให้ทุกคน

“คิดดี พูดดี ทำดี และส่งต่อความดี”

ครูและบุคลากรทำหน้าที่เป็นต้นแบบ ผู้เรียนมีบทบาทในการขับเคลื่อนกิจกรรม และผู้ปกครองกับชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ทำให้การพัฒนาคุณธรรมเป็นภารกิจร่วมของทุกฝ่าย

ระดับที่ 4 เปลี่ยนแปลงระดับครอบครัวและชุมชน

การดำเนินงาน NICE MODEL ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถนำคุณธรรมจากสถานศึกษาไปใช้ในครอบครัวและชุมชน ทำให้เกิดการถ่ายทอดพฤติกรรมที่ดีไปสู่บุคคลรอบข้าง

ผู้ปกครองมีโอกาสรับรู้และมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณธรรมของบุตรหลาน ชุมชนเกิดการรับรู้และสนับสนุนกิจกรรมของสถานศึกษา ส่งผลให้เกิดความร่วมมือในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำความดี

สรุปผลสัมฤทธิ์ของนวัตกรรม

ผลลัพธ์สูงสุด

“คนดีจากภายใน → คนดีที่ลงมือทำ → คนดีที่เป็นแบบอย่าง → คนดีที่สร้างประโยชน์แก่สังคม”

ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรม NICE MODEL สามารถตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการจำเป็นของสถานศึกษาได้อย่างตรงจุด โดยมุ่งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือ การสร้างจิตสำนึกและคุณธรรมภายใน และพัฒนาไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างยั่งยืน

4.3 ประโยชน์ที่ได้รับจากผลงาน/นวัตกรรม

การดำเนินงานตามนวัตกรรม NICE MODEL : “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน ครู ผู้ปกครอง สถานศึกษา และภาคีเครือข่าย ดังนี้

1. ประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียน

ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้านทั้งด้านความคิด จิตใจ และพฤติกรรม มีโอกาสเรียนรู้คุณธรรมจากประสบการณ์จริง สามารถคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และกำกับตนเองได้ มีความรับผิดชอบ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตอาสา และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

ที่สำคัญ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ว่า “ความดีไม่ได้เกิดจากการถูกบังคับ แต่เกิดจากการเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องด้วยจิตสำนึกของตนเอง”

2. ประโยชน์ที่เกิดกับครูและบุคลากรทางการศึกษา

ครูและบุคลากรได้พัฒนาตนเองด้านคุณธรรมและจริยธรรม มีความตระหนักในบทบาทการเป็นต้นแบบของผู้เรียน สามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงคุณธรรมกับชีวิตจริง และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในการพัฒนาผู้เรียน

นอกจากนี้ ครูเกิดองค์ความรู้และประสบการณ์ในการพัฒนาคุณธรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผู้เรียนและบริบทที่หลากหลาย

3. ประโยชน์ที่เกิดกับผู้ปกครองและครอบครัว

ผู้ปกครองมีความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาคุณธรรมจากภายในมากขึ้น สามารถร่วมส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีของผู้เรียนที่บ้าน และเชื่อมโยงการเรียนรู้ด้านคุณธรรมระหว่างบ้านกับสถานศึกษา

ทำให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำความดีทั้งในโรงเรียนและครอบครัว

4. ประโยชน์ที่เกิดกับสถานศึกษา

สถานศึกษามีรูปแบบและกระบวนการพัฒนาคุณธรรมที่เป็นระบบ สามารถนำ NICE MODEL ไปบูรณาการกับการบริหารจัดการ การจัดการเรียนรู้ และกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม

เกิดระบบการทำงานร่วมกันระหว่างผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้เกี่ยวข้อง มีการติดตาม ประเมินผล และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานศึกษามีวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมคุณธรรมและเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ความดี

5. ประโยชน์ที่เกิดกับชุมชนและภาคีเครือข่าย

ชุมชนและภาคีเครือข่ายได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณธรรมของผู้เรียน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประสบการณ์ร่วมกัน ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสถานศึกษากับชุมชน

เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการส่งเสริมคุณธรรมและจิตสาธารณะ ซึ่งสามารถร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและขยายผลสู่สังคม

5. ปัจจัยความสำเร็จ

ความสำเร็จในการดำเนินงานนวัตกรรม NICE MODEL “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนและการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณธรรมจากภายใน สามารถนำคุณธรรมไปสู่การปฏิบัติจริง และพัฒนาเป็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมแห่งความดีอย่างยั่งยืน

ปัจจัยที่ส่งผลให้นวัตกรรมประสบความสำเร็จและมีประสิทธิภาพ มีดังนี้

5.1 ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้นำเชิงคุณธรรมและผู้นำการเปลี่ยนแปลง

ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม NICE MODEL โดยมีบทบาทในการกำหนดวิสัยทัศน์ นโยบาย และทิศทางการพัฒนาคุณธรรมของสถานศึกษาอย่างชัดเจน รวมทั้งสนับสนุนทรัพยากร งบประมาณ เวลา และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน

การบริหารงานเน้นหลัก “ทำให้เห็น อยู่ให้ดู และชวนให้ทำ” โดยผู้บริหารมิได้เป็นเพียงผู้กำหนดนโยบาย แต่เป็นผู้ร่วมเรียนรู้ ร่วมลงมือปฏิบัติ และร่วมสะท้อนผลกับบุคลากรทุกระดับ

5.2 ครูและบุคลากรทางการศึกษา : พลังสำคัญในการสร้างคนดี

ครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่การปฏิบัติจริง โดยทำหน้าที่ทั้งในฐานะ ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ ผู้ให้คำปรึกษา ผู้สร้างแรงบันดาลใจ และต้นแบบด้านคุณธรรม

นอกจากนี้ ครูมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน วิเคราะห์ปัญหา ติดตามพฤติกรรมผู้เรียน และปรับปรุงกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การดำเนินงานมีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริง

5.3 ผู้เรียน เจ้าของการเรียนรู้และผู้สร้างความดีด้วยตนเอง

นวัตกรรม NICE MODEL ให้ความสำคัญกับผู้เรียนในฐานะ “ผู้ลงมือทำและเจ้าของการเปลี่ยนแปลง” มิใช่เพียงผู้รับกิจกรรมจากครู

ผู้เรียนมีส่วนร่วมตั้งแต่การค้นหาปัญหา การวิเคราะห์สถานการณ์ การกำหนดแนวทางแก้ไข การวางแผนกิจกรรม การลงมือปฏิบัติ การประเมินผล และการสะท้อนคิด ทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของการเรียนรู้และเกิดแรงจูงใจจากภายใน

กระบวนการดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาจาก

“ผู้รับความดี” → “ผู้ปฏิบัติความดี” → “ผู้สร้างความดี” → “ผู้นำความดี”

ส่งผลให้การพัฒนาคุณธรรมเกิดจากความสมัครใจและความตระหนักรู้ภายใน มากกว่าการบังคับหรือการควบคุมจากภายนอก

5.4 ผู้ปกครองและครอบครัว พลังต่อเนื่องจากโรงเรียนสู่บ้าน

ผู้ปกครองและครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและต่อยอดคุณธรรมของผู้เรียนให้เกิดความต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน

เมื่อผู้เรียนได้รับการส่งเสริมคุณธรรมทั้งจากโรงเรียนและครอบครัวอย่างสอดคล้องกัน จึงเกิดการเชื่อมโยงการเรียนรู้จาก “ห้องเรียน → โรงเรียน → บ้าน → ชุมชน” ทำให้คุณธรรมสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องและมีความยั่งยืน

5.5 ชุมชนและภาคีเครือข่าย พลังแห่งการมีส่วนร่วม

ความร่วมมือจากชุมชน หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน หน่วยงานทางการศึกษา และภาคีเครือข่าย เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานให้มีความหลากหลายและเชื่อมโยงกับบริบทของสังคม

ภาคีเครือข่ายร่วมสนับสนุนองค์ความรู้ บุคลากร แหล่งเรียนรู้ ทรัพยากร และโอกาสในการจัดกิจกรรม ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน และสามารถนำคุณธรรมไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง

การมีส่วนร่วมของเครือข่ายทำให้เกิดพลังร่วมในการสร้างคนดี และช่วยขยายผลจากระดับสถานศึกษาไปสู่ระดับครอบครัวและชุมชน

6. บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned)

จากการพัฒนาและนำ NICE MODEL “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” ไปใช้ในการพัฒนาคุณธรรมของผู้เรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และข้อค้นพบที่สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณธรรมและคุณภาพการศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยพบว่า การสร้างคนดีที่ยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการกำหนดกฎระเบียบหรือการควบคุมพฤติกรรมจากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจ ความตระหนักรู้ และจิตสำนึกจากภายใน ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้บุคคลได้ลงมือปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่อง บทเรียนที่ได้รับจากการดำเนินงาน สรุปได้ดังนี้

6.1 บทเรียนสำคัญที่ได้รับจากการพัฒนานวัตกรรม

บทเรียนที่ 1 “ความดีที่ยั่งยืน ต้องเริ่มจากภายใน”

ข้อค้นพบที่สำคัญที่สุดจากการดำเนินงาน คือ การพัฒนาคุณธรรมที่ยั่งยืนต้องเริ่มจาก การเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจ ก่อนที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมภายนอก

การบอกให้ผู้เรียน “ทำดี” อาจทำให้เกิดพฤติกรรมที่ดีได้ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่หากผู้เรียนยังไม่เข้าใจเหตุผลและคุณค่าของการทำความดี พฤติกรรมนั้นอาจไม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อไม่มีผู้ควบคุม

6.2 บทเรียนที่ 2 การเรียนรู้จากการลงมือทำมีพลังมากกว่าการสอนด้วยคำพูด

การดำเนินงานพบว่า ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และซึมซับคุณธรรมได้ดีเมื่อได้รับโอกาสให้ ลงมือปฏิบัติจริง ได้เผชิญสถานการณ์จริง ได้ตัดสินใจ ได้แก้ปัญหา และได้สะท้อนผลจากการกระทำของตนเองการจัดกิจกรรมจึงควรเปลี่ยนจาก

“ครูบอกว่าต้องทำดี”ไปสู่“ผู้เรียนได้คิดเอง ทำเอง เห็นผลเอง และเรียนรู้จากสิ่งที่ตนเองทำ”

กระบวนการดังกล่าวทำให้คุณธรรมไม่เป็นเพียงความรู้เชิงนามธรรม แต่กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้เรียนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

6.3 บทเรียนที่ 3 คุณธรรมต้องได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจนเป็นนิสัย

การจัดกิจกรรมคุณธรรมเพียงครั้งคราวหรือเฉพาะในวันสำคัญ ไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

จากการดำเนินงานพบว่า การพัฒนาคุณธรรมต้องอาศัย ความต่อเนื่อง ความสม่ำเสมอ และการฝึกปฏิบัติซ้ำในบริบทที่หลากหลาย โดยควรบูรณาการคุณธรรมเข้าไปในชีวิตประจำวันและระบบงานปกติของสถานศึกษา

6.4 บทเรียนที่ 4 ครูต้องเป็น “ต้นแบบ” ก่อนเป็น “ผู้สอน”

การดำเนินงานทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้เรียนเรียนรู้คุณธรรมจาก สิ่งที่ครูปฏิบัติจริง มากกว่าสิ่งที่ครูพูดหรือสอน

หากครูต้องการให้ผู้เรียนมีความซื่อสัตย์ ครูต้องแสดงความซื่อสัตย์ให้เห็น หากต้องการให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบ ครูต้องแสดงความรับผิดชอบ และหากต้องการให้ผู้เรียนมีจิตอาสา ครูก็ต้องเป็นผู้ที่พร้อมช่วยเหลือผู้อื่นดังนั้น บทเรียนสำคัญคือ

“การสร้างคนดี เริ่มจากการสร้างคนต้นแบบ”ครูและบุคลากรทางการศึกษาจึงต้องเป็นทั้งผู้จัดกระบวนการเรียนรู้และเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การพัฒนาคุณธรรมเกิดความน่าเชื่อถือและยั่งยืน

6.5 บทเรียนที่ 5 ผู้เรียนต้องเป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลง

การพัฒนาคุณธรรมจะเกิดผลอย่างยั่งยืนเมื่อผู้เรียนรู้สึกว่า “ความดีเป็นเรื่องของฉัน” ไม่ใช่เพียง “กิจกรรมที่ครูกำหนดให้ทำ”

ดังนั้น การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมตั้งแต่การค้นหาปัญหา การคิดวิเคราะห์ การออกแบบกิจกรรม การตัดสินใจ การลงมือปฏิบัติ และการประเมินผล

บทเรียนสำคัญจึงสรุปได้ว่า

“ยิ่งผู้เรียนมีส่วนร่วมมากเท่าใด ยิ่งมีโอกาสเกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายในมากขึ้นเท่านั้น”

6.6 บทเรียนที่ 6 : การสร้างคนดีต้องอาศัยพลังของทุกภาคส่วน

การพัฒนาคุณธรรมของผู้เรียนไม่สามารถดำเนินการโดยสถานศึกษาเพียงลำพัง เนื่องจากผู้เรียนใช้ชีวิตอยู่ทั้งในโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน

หากโรงเรียนส่งเสริมความซื่อสัตย์ แต่สภาพแวดล้อมรอบตัวไม่สนับสนุน ผู้เรียนอาจเกิดความสับสนในค่านิยม ดังนั้น การพัฒนาคุณธรรมจึงต้องสร้างความร่วมมือระหว่าง

โรงเรียน + ครอบครัว + ชุมชน + ภาคีเครือข่าย

โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำความดี

บทเรียนที่ได้รับคือ “ความดีจะเติบโตได้ดี เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี” ดังนั้น การสร้างวัฒนธรรมคุณธรรมจึงมีความสำคัญไม่แพ้การพัฒนาคุณธรรมรายบุคคล

6.7 ข้อสังเกตจากการดำเนินงาน

จากการนำ NICE MODEL ไปใช้ พบข้อสังเกตที่สำคัญ ดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงด้านคุณธรรมต้องใช้เวลา การเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจและพฤติกรรมไม่สามารถเห็นผลได้ทันทีเหมือนผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการ จำเป็นต้องใช้เวลาในการสังเกตและติดตามอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การประเมินผลควรพิจารณาแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของผู้เรียนเป็นระยะ ไม่ควรตัดสินผลจากกิจกรรมเพียงครั้งเดียว

2. ผู้เรียนมีความแตกต่างกัน ผู้เรียนแต่ละคนมีพื้นฐาน ครอบครัว ประสบการณ์ และพัฒนาการที่แตกต่างกัน การใช้กิจกรรมรูปแบบเดียวกันกับทุกคนอาจไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้เท่ากันจึงควรปรับวิธีการให้เหมาะสมกับวัย ความสนใจ และความต้องการของผู้เรียนแต่ละกลุ่ม

3. ไม่ควรเน้นการทำกิจกรรมมากกว่าการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาคุณธรรมไม่ควรวัดความสำเร็จจากจำนวนกิจกรรมหรือจำนวนโครงการที่จัดขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาว่า กิจกรรมเหล่านั้นทำให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในและภายนอกอย่างไรดังนั้น ควรให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของการเปลี่ยนแปลง” มากกว่า “ปริมาณของกิจกรรม”

4. การประเมินต้องมองทั้ง “ความรู้–จิตใจ–พฤติกรรม” การประเมินคุณธรรมควรครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ รู้ดี → คิดดี → ทำดี เพราะผู้เรียนอาจมีความรู้เกี่ยวกับคุณธรรม แต่ยังไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ดังนั้น การประเมินควรใช้วิธีการที่หลากหลาย ทั้งการสังเกต การสะท้อนคิด การประเมินตนเอง การประเมินโดยเพื่อน ครู และผู้ปกครอง รวมถึงการพิจารณาพฤติกรรมในสถานการณ์จริง

6.8 ข้อแนะนำในการพัฒนาและต่อยอด

จากบทเรียนและข้อสังเกตที่ได้รับ สามารถเสนอแนะแนวทางการพัฒนานวัตกรรม NICE MODEL ในระยะต่อไป ดังนี้

1. ควรพัฒนาระบบการติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง ควรมีเครื่องมือหรือระบบบันทึกพัฒนาการด้านคุณธรรมของผู้เรียนที่สามารถติดตามได้เป็นรายบุคคลและรายช่วงเวลา เพื่อให้เห็นพัฒนาการที่ชัดเจนและสามารถนำข้อมูลมาใช้วางแผนพัฒนาได้ตรงตามความต้องการ

2. ควรเพิ่มการมีส่วนร่วมของครอบครัว ควรพัฒนากิจกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนกับบ้าน เช่น ภารกิจความดีในครอบครัว กิจกรรมสะท้อนความดีร่วมกัน หรือการสื่อสารพฤติกรรมเชิงบวกระหว่างครูกับผู้ปกครอง เพื่อให้การพัฒนาคุณธรรมมีความต่อเนื่อง

3. ควรใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้ ควรนำเทคโนโลยีดิจิทัลและสื่อสร้างสรรค์มาใช้ในการส่งเสริมคุณธรรม เช่น สื่ออินเทอร์แอคทีฟ คลิปวิดีโอ สถานการณ์จำลอง แพลตฟอร์มบันทึกความดี และระบบสะท้อนคิดออนไลน์ เพื่อให้เหมาะสมกับวิถีการเรียนรู้ของผู้เรียนในยุคปัจจุบัน

4. ควรพัฒนาครูให้เป็นโค้ชด้านคุณธรรม ควรส่งเสริมให้ครูมีทักษะในการตั้งคำถาม การสะท้อนคิด การให้คำปรึกษา และการสร้างแรงจูงใจภายใน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนค้นพบคุณค่าของความดีด้วยตนเอง แทนการใช้วิธีการสั่งหรือควบคุมเพียงอย่างเดียว

5. ควรขยายเครือข่ายการเรียนรู้ด้านคุณธรรม ควรส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานภาคี เพื่อพัฒนาเป็นเครือข่ายการเรียนรู้ด้านคุณธรรม และนำแนวปฏิบัติที่ดีไปประยุกต์ใช้ในบริบทที่หลากหลาย

7. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ

การพัฒนานวัตกรรม NICE MODEL “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” มุ่งให้เกิดการนำองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ได้จากการดำเนินงานไปเผยแพร่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และขยายผลสู่ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและสามารถนำแนวทางไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของแต่ละสถานศึกษา

การเผยแพร่และการได้รับการยอมรับของผลงาน สามารถสรุปได้ดังนี้

7.1 การเผยแพร่

ผู้จัดทำได้ดำเนินการเผยแพร่นวัตกรรม NICE MODEL “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” ผ่านช่องทางและรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อสร้างการรับรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และขยายผลการพัฒนาคุณธรรม โดยมีแนวทางการเผยแพร่ ดังนี้

1. การเผยแพร่ภายในสถานศึกษา

นำเสนอแนวคิด หลักการ และกระบวนการดำเนินงานของ NICE MODEL ให้แก่ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เรียน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและนำไปสู่การปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน

มีการนำเสนอผลการดำเนินงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในที่ประชุมของสถานศึกษา รวมทั้งเผยแพร่แนวทางการจัดกิจกรรมและผลการดำเนินงานให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบ

2. การเผยแพร่สู่ผู้ปกครองและชุมชน

มีการสื่อสารและเผยแพร่แนวคิด “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” ให้แก่ผู้ปกครองและชุมชน เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการส่งเสริมคุณธรรมของผู้เรียนอย่างต่อเนื่องทั้งในสถานศึกษา ครอบครัว และชุมชน

การเผยแพร่ดำเนินการผ่านการประชุมผู้ปกครอง กิจกรรมของสถานศึกษา การสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ และการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชนในกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม

3. การเผยแพร่ผ่านสื่อดิจิทัลและสื่อสังคมออนไลน์

เผยแพร่แนวคิด กระบวนการดำเนินงาน กิจกรรม และผลสำเร็จของ NICE MODEL ผ่านช่องทางดิจิทัลของสถานศึกษาและช่องทางออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวางและสะดวกต่อการเรียนรู้

7.2 การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ

จากการดำเนินงานนวัตกรรม NICE MODEL “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” ได้รับความสนใจและการยอมรับจากผู้เกี่ยวข้องในระดับต่าง ๆ โดยสะท้อนผ่านการนำเสนอผลงาน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การได้รับคำชื่นชม การได้รับเชิญให้นำเสนอหรือถ่ายทอดองค์ความรู้ และการได้รับรางวัลหรือการยกย่องเชิดชูเกียรติ

การได้รับการยอมรับสามารถนำเสนอเป็น 3 ระดับ ดังนี้

1. การยอมรับระดับสถานศึกษา

ผลงานได้รับการยอมรับจากผู้บริหาร ครู บุคลากร และผู้เรียนในสถานศึกษา โดย NICE MODEL ถูกนำมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณธรรมและส่งเสริมพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน

มีการนำแนวคิดของนวัตกรรมไปบูรณาการกับกิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมของสถานศึกษา ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้ร่วมกันของบุคลากรและผู้เรียน

2. การยอมรับจากหน่วยงานและภาคีเครือข่าย

นวัตกรรมได้รับการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับหน่วยงานทางการศึกษาและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดการรับรู้และความสนใจในแนวทางการพัฒนาคุณธรรมจากภายในสู่การปฏิบัติ

การได้รับการยอมรับปรากฏผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการ การนำเสนอผลงาน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การนิเทศติดตาม และการได้รับข้อเสนอแนะจากผู้บริหาร ศึกษานิเทศก์ ครู และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้นำข้อเสนอแนะดังกล่าวมาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

3. การได้รับรางวัลและการยกย่องเชิดชูเกียรติ

ผลงานและการดำเนินงานด้านการพัฒนาคุณธรรมได้รับการส่งเสริมและยกย่องเชิดชูเกียรติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยรางวัลและการยอมรับที่ได้รับ

สรุปการได้รับการยอมรับ

การเผยแพร่และการได้รับการยอมรับของนวัตกรรม NICE MODEL “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณธรรมอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา

8. เงื่อนไขความสำเร็จ

การนำ NICE MODEL “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” ไปใช้ให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยเงื่อนไขสำคัญทั้งด้านบุคคล ระบบการบริหารจัดการ กระบวนการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน ตลอดจนการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การทำให้การพัฒนาคุณธรรมเกิดขึ้นจากภายในของบุคคล และพัฒนาไปสู่การเป็นวัฒนธรรมคุณธรรมของสถานศึกษาและชุมชนเงื่อนไขความสำเร็จและแนวทางการพัฒนาต่อยอด มีดังนี้

8.1 ข้อเสนอแนะและข้อควรระวังที่เป็นแนวทางในการนำผลงานไปใช้

8.1.1 ข้อเสนอแนะในการนำ NICE MODEL ไปใช้

1. ควรเริ่มจากการศึกษาบริบทและสภาพปัญหาที่แท้จริง

ก่อนนำ NICE MODEL ไปใช้ ควรสำรวจสภาพปัญหา ความต้องการจำเป็น และคุณธรรมอัตลักษณ์ของผู้เรียนในแต่ละสถานศึกษา เพราะบริบทของผู้เรียน ครอบครัว ชุมชน และสังคมมีความแตกต่างกัน

จึงควรนำองค์ประกอบของ NICE MODEL ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบท โดยยึดหลัก

“ใช้หลักการเดียวกัน แต่ปรับวิธีการให้เหมาะกับบริบท”

ไม่ควรนำรูปแบบไปใช้โดยยึดกิจกรรมเป็นตัวตั้งโดยไม่วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการจำเป็นของผู้เรียน

2. ควรสร้างความเข้าใจร่วมกันก่อนดำเนินงาน

ผู้บริหาร ครู บุคลากร ผู้เรียน ผู้ปกครอง และภาคีเครือข่าย ควรมีความเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับแนวคิดและเป้าหมายของ NICE MODEL โดยเฉพาะแนวคิดสำคัญว่า

“เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน”

การดำเนินงานจะประสบความสำเร็จได้เมื่อทุกคนเข้าใจว่าเป้าหมายมิใช่เพียงการทำให้ผู้เรียนมีพฤติกรรมที่ดีชั่วคราว แต่ต้องพัฒนาให้เกิดความตระหนักรู้และแรงจูงใจภายใน จนสามารถเลือกทำความดีได้ด้วยตนเอง

3. ควรดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต

การพัฒนาคุณธรรมไม่ควรดำเนินการเฉพาะในช่วงเวลาของโครงการหรือกิจกรรมพิเศษ แต่ควรบูรณาการเข้ากับการจัดการเรียนรู้ กิจวัตรประจำวัน ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และการบริหารจัดการสถานศึกษา

ควรทำให้การพัฒนาคุณธรรมเป็นส่วนหนึ่งของ “วิถีชีวิตของโรงเรียน” มากกว่าการเป็น “โครงการหนึ่งของโรงเรียน”

4. ควรให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเป็นผู้คิด วิเคราะห์ วางแผน ลงมือปฏิบัติ และสะท้อนผลด้วยตนเอง โดยครูทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนและโค้ช

การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและเกิดแรงจูงใจจากภายใน ซึ่งสอดคล้องกับหัวใจของ NICE MODEL

5. ควรใช้การเสริมแรงเชิงบวกมากกว่าการลงโทษ

การพัฒนาคุณธรรมควรเน้นการสร้างความเข้าใจ การสะท้อนคิด การให้กำลังใจ และการชื่นชมพฤติกรรมที่ดี มากกว่าการใช้การลงโทษหรือการควบคุม

ควรสร้างบรรยากาศที่ทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่า “การทำความดีมีคุณค่าและทำให้เกิดความภาคภูมิใจ” มากกว่าการทำดีเพราะกลัวการลงโทษ

8.1.2 ข้อควรระวังในการนำไปใช้

1. ไม่ควรเน้นกิจกรรมมากกว่าการเปลี่ยนแปลง

ไม่ควรวัดความสำเร็จจากจำนวนกิจกรรมหรือจำนวนโครงการเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาผลที่เกิดขึ้นกับจิตสำนึก ทัศนคติ และพฤติกรรมของผู้เรียน “กิจกรรมเป็นเครื่องมือ แต่การเปลี่ยนแปลงภายในคือเป้าหมาย”

2. ไม่ควรบังคับให้ผู้เรียนทำความดีโดยปราศจากความเข้าใจ

การบังคับอาจทำให้เกิดพฤติกรรมที่ดีในระยะสั้น แต่ไม่สามารถรับประกันการเปลี่ยนแปลงจากภายในได้ดังนั้น ควรใช้การตั้งคำถาม การสะท้อนคิด และการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้เรียนค้นพบคุณค่าของความดีด้วยตนเอง

3. ไม่ควรเปรียบเทียบผู้เรียนในลักษณะที่ทำให้เกิดความรู้สึกด้อยค่า

การประเมินและการยกย่องความดีควรเน้นการพัฒนาตนเองของผู้เรียนแต่ละคน ไม่ควรเปรียบเทียบผู้เรียนจนเกิดการแข่งขันหรือการตีตรา ควรเน้นแนวคิด “แข่งขันกับตนเอง เพื่อพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นทุกวัน”

4. ต้องระมัดระวังความแตกต่างระหว่างบริบท

กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จในบริบทหนึ่งอาจไม่เหมาะสมกับอีกบริบทหนึ่ง จึงควรปรับรูปแบบตามวัย ความพร้อม วัฒนธรรมท้องถิ่น และวิถีชีวิตของผู้เรียน

5. ควรระมัดระวังการประเมินคุณธรรมจากหลักฐานเพียงด้านเดียว

การประเมินควรพิจารณาหลายมิติ ทั้งความรู้ ความเข้าใจ เจตคติ จิตสำนึก และพฤติกรรม รวมทั้งใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น ผู้เรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ

8.2 การพัฒนาเพิ่มเติมหรือดำเนินการให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นต่อไป

เพื่อให้นวัตกรรม NICE MODEL มีประสิทธิภาพและความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ควรพัฒนาในประเด็นต่อไปนี้

1. พัฒนาระบบติดตามพัฒนาการด้านคุณธรรมรายบุคคล จัดทำระบบติดตามพัฒนาการของผู้เรียนตั้งแต่ระดับการรับรู้ ความเข้าใจ การตระหนักรู้ ไปจนถึงพฤติกรรมที่แสดงออก โดยจัดเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องและนำมาใช้วางแผนพัฒนารายบุคคล อาจพัฒนาเป็น NICE Moral Growth Profile หรือแฟ้มสะสมงานด้านคุณธรรม เพื่อให้เห็นพัฒนาการของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ

2. พัฒนาศักยภาพครูด้านการโค้ชคุณธรรม ส่งเสริมให้ครูมีทักษะในการตั้งคำถาม การฟังอย่างลึกซึ้ง การสะท้อนคิด การให้ข้อมูลย้อนกลับ และการสร้างแรงจูงใจภายใน เพื่อให้ครูสามารถทำหน้าที่เป็น “โค้ชคุณธรรม” ที่ช่วยให้ผู้เรียนค้นพบคำตอบและคุณค่าของความดีด้วยตนเอง

3. พัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบันทึกและสะท้อนพฤติกรรมด้านคุณธรรม เช่น ระบบบันทึกความดี Digital Portfolio สื่ออินเทอร์แอคทีฟ แบบประเมินออนไลน์ และฐานข้อมูลพัฒนาการด้านคุณธรรม ทั้งนี้ ควรใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ ไม่ใช่เป้าหมายหลักของการพัฒนาคุณธรรม

4. พัฒนาระบบการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง สร้างกิจกรรมที่เชื่อมโยงโรงเรียนกับครอบครัว เช่น “ภารกิจความดีที่บ้าน” การบันทึกความดีร่วมกันระหว่างผู้เรียนและผู้ปกครอง และกิจกรรมสะท้อนความดีในครอบครัว เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการพัฒนาคุณธรรม

5. พัฒนาเครือข่ายสถานศึกษาคุณธรรม สร้างเครือข่ายสถานศึกษาที่สนใจแนวทาง NICE MODEL เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกัน โดยจัดให้มีเวทีนำเสนอผลงาน การศึกษาดูงาน และการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี

8.3 การขยายผล ต่อยอด หรือประยุกต์ใช้ผลงาน นวัตกรรม หรือวิธีปฏิบัติ

NICE MODEL มีศักยภาพในการขยายผลและประยุกต์ใช้ได้หลายระดับ เนื่องจากเป็นแนวคิดที่ยึดหลักการพัฒนาคุณธรรมจากภายใน และสามารถปรับให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละองค์กร

1. การขยายผลภายในสถานศึกษา ขยายการใช้ NICE MODEL จากกลุ่มเป้าหมายเริ่มต้นไปสู่ผู้เรียนทุกระดับชั้น ครู บุคลากร และผู้เกี่ยวข้อง โดยบูรณาการเข้ากับระบบงานและกิจกรรมของสถานศึกษา

2. การขยายผลสู่ครอบครัว นำแนวคิด NICE MODEL ไปประยุกต์ใช้ในครอบครัว โดยส่งเสริมให้ผู้ปกครองเป็นต้นแบบและร่วมสร้างกิจวัตรแห่งความดีเกิดแนวคิด “โรงเรียนสร้างความเข้าใจ บ้านสร้างความต่อเนื่อง ชุมชนสร้างสภาพแวดล้อม”

3. การขยายผลสู่ชุมชน เชื่อมโยง NICE MODEL กับกิจกรรมจิตอาสา การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การช่วยเหลือสังคม และกิจกรรมเพื่อส่วนรวม เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติคุณธรรมในบริบทจริง

4. การขยายผลสู่เครือข่ายสถานศึกษา นำองค์ความรู้และแนวปฏิบัติไปแลกเปลี่ยนกับสถานศึกษาอื่น โดยเปิดโอกาสให้แต่ละแห่งนำไปปรับใช้ตามบริบทของตนเองสามารถพัฒนาเป็นแนวทางNICE MODEL Networkเพื่อเชื่อมโยงสถานศึกษาและผู้ปฏิบัติงานด้านคุณธรรมให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน

สรุปเงื่อนไขความสำเร็จ

การนำ NICE MODEL “เป็นคนดี ต้องดีจากภายใน” ไปใช้ให้ประสบความสำเร็จและยั่งยืน จำเป็นต้องมีเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่

1. ผู้นำมีวิสัยทัศน์และเป็นแบบอย่าง

2. ครูมีความเข้าใจและสามารถเป็นโค้ชคุณธรรม

3. ผู้เรียนมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลง

4. ผู้ปกครองและครอบครัวร่วมสร้างความต่อเนื่อง

5. ชุมชนและภาคีเครือข่ายร่วมสนับสนุน

6. ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต

7. มีระบบติดตามและประเมินผลที่หลากหลาย

8. มีการถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

หัวใจสำคัญของความสำเร็จ คือ“NICE MODEL ไม่ใช่กิจกรรมที่ทำแล้วจบ แต่เป็นกระบวนการพัฒนาคนที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง จนความดีจากภายในกลายเป็นวิถีชีวิต และวิถีชีวิตแห่งความดีกลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กรและสังคม”

การขยายผลและต่อยอดจึงควรยึดหลัก “ไม่ลอกแบบกิจกรรม แต่ถ่ายทอดหลักคิดและกระบวนการ” โดยเปิดโอกาสให้แต่ละสถานศึกษานำแนวคิดของ NICE MODEL ไปปรับใช้ตามบริบทของตนเอง อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ด้านคุณธรรมที่มีความหลากหลาย มีพลัง และสามารถขับเคลื่อนการสร้างคนดีจากภายในสู่การสร้างสังคมคุณธรรมที่ยั่งยืนต่อไป

โพสต์โดย เจมส์ : [30 ก.ค. 2569 (22:50 น.)]
อ่าน [39] ไอพี : 223.204.21.222
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 24,260 ครั้ง
ประวัติจังหวัดอำนาจเจริญ
ประวัติจังหวัดอำนาจเจริญ

เปิดอ่าน 16,718 ครั้ง
ชมคลิปยอดฮิต"เด็กพี่สาวร้องไห้โฮ ไม่อยากให้น้อง"โต"
ชมคลิปยอดฮิต"เด็กพี่สาวร้องไห้โฮ ไม่อยากให้น้อง"โต"

เปิดอ่าน 68,086 ครั้ง
ทำไมต้องใส่ชุดดำไปงานศพ
ทำไมต้องใส่ชุดดำไปงานศพ

เปิดอ่าน 21,282 ครั้ง
อยากประสบความสำเร็จต้องอ่าน ความจริง 3 ข้อที่คนทำงานไม่อาจมองข้าม
อยากประสบความสำเร็จต้องอ่าน ความจริง 3 ข้อที่คนทำงานไม่อาจมองข้าม

เปิดอ่าน 42,543 ครั้ง
Adjectives (Articles - the )
Adjectives (Articles - the )

เปิดอ่าน 10,505 ครั้ง
ห้องเรียนสีดำ : ตูนส์ศึกษา โดย ครรชิต มนูญผล
ห้องเรียนสีดำ : ตูนส์ศึกษา โดย ครรชิต มนูญผล

เปิดอ่าน 20,780 ครั้ง
เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับน้ำตาลในผัก
เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับน้ำตาลในผัก

เปิดอ่าน 29,110 ครั้ง
"กระถางแก้มลิง" โฉมใหม่!! รดน้ำหนเดียวอยู่เป็นเดือน
"กระถางแก้มลิง" โฉมใหม่!! รดน้ำหนเดียวอยู่เป็นเดือน

เปิดอ่าน 218,349 ครั้ง
ธรรมคุณ 6
ธรรมคุณ 6

เปิดอ่าน 23,909 ครั้ง
ตรรกะ ในแบบของ "ไอน์สไตน์"
ตรรกะ ในแบบของ "ไอน์สไตน์"

เปิดอ่าน 2,221 ครั้ง
บัตรแพลทินัม เงินเดือน 15000 สมัครได้ไหม และควรสมัครไหม ?
บัตรแพลทินัม เงินเดือน 15000 สมัครได้ไหม และควรสมัครไหม ?

เปิดอ่าน 19,194 ครั้ง
แนวปฏิบัติการเสนอหนังสือราชการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
แนวปฏิบัติการเสนอหนังสือราชการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เปิดอ่าน 13,371 ครั้ง
วิธีลดความมันบริเวณรอบจมูก
วิธีลดความมันบริเวณรอบจมูก

เปิดอ่าน 27,078 ครั้ง
8 วิธี การบริหารสมอง ให้สดชื่น
8 วิธี การบริหารสมอง ให้สดชื่น

เปิดอ่าน 33,919 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): การเตะจากจุดโทษ
ฟุตซอล(Futsal): การเตะจากจุดโทษ

เปิดอ่าน 47,354 ครั้ง
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 11 การนับประตู
ฟุตซอล(Futsal): กติกาข้อ 11 การนับประตู
เปิดอ่าน 48,093 ครั้ง
การหาพื้นที่ผิวของร่างกาย
การหาพื้นที่ผิวของร่างกาย
เปิดอ่าน 12,705 ครั้ง
น้ำคั้นหัวบีทรู้ท ช่วยลดความดันได้ชัวร์
น้ำคั้นหัวบีทรู้ท ช่วยลดความดันได้ชัวร์
เปิดอ่าน 37,055 ครั้ง
ผักชีล้อม
ผักชีล้อม
เปิดอ่าน 13,933 ครั้ง
กรมสุขภาพจิตเตือน! คนไทยระวังเป็นโรค "ขาดมือถือไม่ได้"
กรมสุขภาพจิตเตือน! คนไทยระวังเป็นโรค "ขาดมือถือไม่ได้"

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ