ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > บุหรี่ “ไม่สูบ” ไม่ได้เหรอ?

บุหรี่ “ไม่สูบ” ไม่ได้เหรอ?

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 1 มิ.ย. 2553 เปิดอ่าน : 8,399 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
❝ เราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า แล้วคุณมาทำร้ายฉันทำไม ❞
บุหรี่ “ไม่สูบ” ไม่ได้เหรอ?

Advertisement

         “บุหรี่ตัวการร้ายทำลายสุภาพทั้งตัวเองและคนใกล้ชิด” ประโยคนี้ถือเป็นความจริงทีหลายคนรู้และยากที่จะปฏิเสธได้ว่ามันไม่จริง!  แต่หาก!! หันกลับไปมองดูตัวเลขของผู้สูบบุหรี่ปัจจุบันแล้ว กลับพบว่า อัตราการสูบบุหรี่ของคนทั้งโลกดูจะไม่ได้เกรงกลัวต่อพิษภัยของมันเลยแม้แต่น้อย...

           เพราะล่าสุดจากสถิติตัวเลขของผู้สูบบุหรี่ทั่วโลก มีจำนวนมากถึง 1,300 ล้านคน และในจำนวนนี้พบมีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ไปแล้ว 500 ล้านคน ในส่วนของประเทศไทย

            ถึงแม้จะมีผลสำรวจออกมาว่าปัจจุบันคนไทยเกิดความตื่นตัวถึงภัยบุหรี่มากถึง 90% อีกทั้งที่มีมาตรการควบคุมยาสูบที่ค่อนข้างครบวงจร ตั้งแต่ การห้ามโฆษณา การพิมพ์คำเตือนเป็นรูป การขยายเขตคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ และการขึ้นภาษีเป็นระยะก็ตาม...แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้คนไทยสูบบุหรี่น้อยลง เมื่อผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติบ่งบอกว่า
ประเทศไทยยังติดอันดับที่ 5 ใน 10 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีผู้สูบบุหรี่มากที่สุด สูงถึง 10.8 ล้านคน โดยแบ่งเป็นเพศชาย 10.3 ล้านคน คิดเป็น 41.70% เพศหญิง 0.51 ล้านคน คิดเป็น 1.94 %


            เมื่อมีผู้สูบก็ต้องมีผู้เสียชีวิต...จากการสำรวจของมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่พบว่าบุหรี่คร่าชีวิตคนไทยไปแล้วกว่าปีละ 42,000 คนคิดเป็น 115 คนต่อวัน เฉลี่ยชั่วโมงละ 4.7 คน โดยโรคยอดฮิตที่ทำให้คนเราตายเพราะบุหรี่ อันดับที่ 1 เป็นโรคถุงลมโป่งพอง รองลงมา โรคมะเร็งปอด โรคหัวใจและโรคหลอดเลือด และโรคมะเร็ง ตามลำดับ     

            เป็นที่แน่นอนว่ากลุ่มที่น่าเป็นห่วงคงจะเป็น “เด็กและเยาชนไทย” ที่ง่ายต่อการตกเป็นเหยื่อ เพราะมีจำนวนสูงถึง 1,605,211 คนที่สูบบุหรี่ ที่สำคัญอายุของผู้ที่เริ่มสูบก็ยิ่งลดลงจนน่าใจหาย เพราะมีอายุน้อยที่สุดเพียง 13 ปีเท่านั้น
 

            ปัจจุบันไม่เพียงเยาวชนเท่านั้นที่น่าเป็นห่วงเท่านั้น “ผู้หญิง” ก็กลับกลายมาเป็นเป้าหมายสำคัญทางการตลาดของบริษัทบุหรี่ เนื่องจากในกลุ่มของผู้หญิงนั้นยังสามารถทำการตลาดให้ขยายไปได้อีกอย่างกว้างขวางในอนาคต ที่สำคัญได้มีการทำสำเร็จมาแล้วในประเทศใหญ่ๆ สังเกตได้จากวัยรุ่นหญิงในยุโรปและอเมริกาที่สามารถสูบบุหรี่ได้อย่างเสรีจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมไปแล้ว จนปัจจุบันทำให้มีอัตราการสูบบุหรี่ที่สูงกว่าวัยรุ่นชาย อีกทั้งอัตราการสูบบุหรี่ของชายต่อหญิง เท่ากับ 1 : 1 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่กังวลเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายในสังคมไทยจึงต้องร่วมมือกัน เพื่อไม่ให้หญิงไทยสูบบุหรี่มากขึ้นดังที่เกิดขึ้นกับประเทศอื่น ๆ


            สำหรับในประเทศไทยเอง พบว่า ในแต่ละปี มีผู้หญิงเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ถึง 5,793 คน ซึ่งปัจจัยหลักที่เอื้อให้ผู้หญิงไทยหันมาทำร้ายริลองสูบบุหรี่นั้น มักมาจากอิทธิพลจากคนใกล้ชิด ซึ่งมาจากการที่มีเพื่อนสนิทสูบบุหรี่ ซึ่งส่งผลให้มีโอกาสสูบบุหรี่ถึง 18 เท่า อีกทั้งหากมีทัศนคติเชิงบวกต่อการสูบบุหรี่ที่เห็นว่าดูดี โก้เก๋ ก็จะมีโอกาสสูบบุหรี่ 7 เท่า และที่สำคัญถ้าแม่สูบบุหรี่ก็จะทำให้ลูกมีโอกาสสูบบุหรี่ถึง 4 เท่าอีกด้วย!!!


             ไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อเรื่องที่น่าตกใจ!!!
คือแต่ละปีมีคนที่ไม่สูบบุหรี่หลายแสนคน ต้องเสียชีวิตด้วยโรคที่เกิดจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง เพราะผู้ที่ได้รับควันอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสที่จะเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบสูงถึง 25 – 30 % ซึ่งควันมือสอง สามารถเกิดได้จาก 2 แหล่งด้วยกัน คือ ควันบุหรี่ที่ผู้สูบบุหรี่พ่นออกมา และควันที่ลอยจากตอนปลายมวนบุหรี่ ทันทีที่บุหรี่ถูกจุดขึ้น ทำให้เกิดสารเคมีถึงกว่า 4,000 ชนิด เป็นสารพิษมากกว่า 250 ชนิดและกว่า 50 ชนิดเป็นสารพิษที่วงการแพทย์ระบุว่าเป็นสารก่อมะเร็ง นับเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก

 


           “ขอโทษค่ะเราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่าค่ะ” “แล้วคุณมาทำร้ายฉันทำไม”
ประโยคนี้คงเป็นประโยคที่ผู้ได้รับควันบุหรี่มือสองพยายามเรียกร้องสิทธิ์ของตนเองกลับคืนมา

         แต่ทว่าหากยังคงปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป คงต้องมีคนตกเป็นทาสและเสียชีวิตจากบุหรี่อีกหลายล้านคนเป็นแน่...    

             แม้ผู้สูบบุหรี่หลายรายที่สูบจนถึงขั้น “ติด” คิดอยากที่จะเลิก แต่ยัง “เลิกไม่ได้” “นิโคติน” ผสมอยู่ ซึ่งในวงการแพทย์นานาชาติถือว่าสารชนิดนี้เป็นสารเสพติดที่มีฤทธิ์สั่งการให้สมองเกิดอาการอยากสูบ หากได้รับนิโคตินเพิ่มขึ้นๆ ก็เท่ากับเป็นการรับสิ่งตอกย้ำเข้าสู่ร่างกายอย่างร้ายแรงเพิ่มขึ้น เพราะด้วยความสามารถเฉพาะตัวที่หาสารชนิดอื่นเทียบได้ยากของ “เจ้าสารนิโคติน” ที่สามารถเข้าสู่สมองได้อย่างรวดเร็วภายใน 7 วินาทีที่สูด-อัดเข้าไปในร่างกาย ซึ่งเร็วกว่าการฉีดเฮโรอีนเข้าเส้นเลือดเสียอีก และเมื่อไหร่ที่ได้รับสารนิโคตินเข้าสู่ร่างกายถึง 60 มิลลิกรัมในครั้งเดียว จะทำให้เสียชีวิตได้ในทันที ...แต่หากรับเข้าสู่ร่างกายเรื่อยๆ แบบสะสมมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งสูงตามมา 
         
        เมื่อเป็นเช่นนี้ หมากฝรั่งเลิกบุหรี่จึงกลายมาเป็นทางเลือกของผู้ที่ต้องการเลิกอย่างจริงจัง ซึ่ง หมากฝรั่งเลิกบุหรี่” หรือ นิโคมายด์ 2 ถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่หิวกระหายสารนิโคตินจากควันบุหรี่ โดยปริมาณนิโคตินที่ผสมอยู่ 2 มิลลิกรัม ถือว่าไม่มากและไม่น้อยเกินไปสำหรับนักอมควันทั่วไป เพราะสารนิโคตินที่แฝงอยู่ในเนื้อหมากฝรั่งจะค่อยๆ ปลดปล่อยออกมาอย่างช้าๆ โดยใช้เวลาอยู่ในปากเราได้ถึง 40 นาที แต่ให้ใช้ได้ประมาณ 8-10 เม็ดต่อวัน เมื่อความต้องการบุหรี่ลดลง ควรลดจำนวนนิโคมายด์ ในแต่ละวันลงตามลำดับ เพราะจากผลวิจัยพบว่า ใช้เวลา เพียง 21 วันเท่านั้นก็โบกมืออำลาบุหรี่ได้เลย ส่วนในรายที่ติดมากๆ อาจใช้เวลาถึง 3 เดือน แต่ถ้าหลังจาก 3 เดือนแล้วยังมีความต้องการนิโคตินอยู่ ยังสามารถใช้นิโคมายด์ 2 ต่อได้เพื่อป้องกันการกลับไปใช้บุหรี่ แต่ควร ใช้จำนวน 1 เม็ดต่อวันถือว่าเหมาะสมที่สุด  และเพื่อการใช้นิโคมายด์ 2 ให้เกิดผล ผู้สูบควรหยุดการสูบบุหรี่ รวมทั้งงดดื่มเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด อย่างกาแฟ น้ำผลไม้ น้ำอัดลม 15 นาทีก่อนเคี้ยวหมากฝรั่ง

 


และล่าสุดมีการค้นพบ สมุนไพรหญ้าหมอน้อย” หรือ “สมุนไพรหญ้าดอกขาว” ที่สามารถช่วยให้ผู้อยากเลิกบุหรี่เลิกได้ผลเกินคาด ไม่มีอาการข้างเคียง แถมลดเครียด ลดก๊าซในลมหายใจได้ ด้วย 2 วิธี คือ

1.ยาเคี่ยว
ที่ใช้หม้อดิน โดยใช้สมุนไพรหญ้าหมอน้อยที่มีดอกลักษณะดอกตูม 1 ส่วนต่อน้ำ 3 ส่วน และเคี่ยวให้เหลือ 1 ส่วน ก่อนดื่มเมื่อมีอาการอยากบุหรี่

2.ชา
ชงกับน้ำร้อน ดื่มหลังอาหาร 3 มื้อ ซึ่งวิธีเหล่านี้จึงเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ด้วยการใช้ยาสมุนไพร และสามารถลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ในประเทศได้


          นี่คงจะมีส่วนช่วยให้ “อัตราการสูบบุหรี่” ลดลงได้บ้าง แต่ทั้งนี้หัวใจหลักที่จะทำให้ “บุหรี่” ลดลงอย่างถาวรได้นั้นคงต้องพึ่ง “จิตใจที่เข้มแข็ง” ของผู้สูบบุหรี่ด้วย เพราะหากวันนี้ “ผู้สูบ” ยังคงสูบเป็นปกติอยู่ นอกจากตัวเองแล้วคนที่อยู่รอบข้างยังได้รับควันบุหรี่มือสองคงต้องจบชีวิตลงเพราะโรคร้ายอย่าง “มะเร็ง” เป็นแน่...

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> บุหรี่ “ไม่สูบ” ไม่ได้เหรอ? , , บุหรี่ , “ไม่สูบ” , ไม่ได้เหรอ? , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
26 มิถุนายน วันสุนทรภู่☕ คลิกอ่านเลย
26 มิถุนายน วันสุนทรภู่
เปิดอ่าน 8,537 ครั้ง
สูตรลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว...เพื่อหุ่นเป๊ะในไม่กี่สัปดาห์☕ คลิกอ่านเลย
สูตรลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว...เพื่อหุ่นเป๊ะในไม่กี่สัปดาห์
เปิดอ่าน 198,346 ครั้ง
5 กลิ่นอาหาร ที่จะช่วยให้คุณผอม! ☕ คลิกอ่านเลย
5 กลิ่นอาหาร ที่จะช่วยให้คุณผอม!
เปิดอ่าน 11,341 ครั้ง
กฏอัยการศึก ถูกประกาศใช้มาแล้ว 8 ครั้ง ประกาศโดย ผบ.ทบ.และสถานการณ์ใดบ้าง☕ คลิกอ่านเลย
กฏอัยการศึก ถูกประกาศใช้มาแล้ว 8 ครั้ง ประกาศโดย ผบ.ทบ.และสถานการณ์ใดบ้าง
เปิดอ่าน 36,469 ครั้ง
10 บัญญัติขจัดโรคน้ำท่วม☕ คลิกอ่านเลย
10 บัญญัติขจัดโรคน้ำท่วม
เปิดอ่าน 7,161 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

สมุนไพร"บัวบก"คุณค่าที่มากกว่าแก้ช้ำในสมุนไพร"บัวบก"คุณค่าที่มากกว่าแก้ช้ำใน
เปิดอ่าน 15,446 ครั้ง
คำน่ารู้ในการสมัครงานคำน่ารู้ในการสมัครงาน
เปิดอ่าน 26,849 ครั้ง
สมุนไพรไทยสมุนไพรไทย
เปิดอ่าน 11,858 ครั้ง
การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-Based Instruction) การเรียนการสอนผ่านเว็บ (Web-Based Instruction)
เปิดอ่าน 96,529 ครั้ง
Verb Tenses (Past Tenses )Verb Tenses (Past Tenses )
เปิดอ่าน 40,779 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ