บทคัดย่อ
รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5E เรื่อง การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใช้ตรรกะและฟังก์ชันในการแก้ปัญหา ตามขั้นตอนกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยใช้ micro:bit กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้รายงาน นางสาวอุมาวิชนีย์ อาจพรม ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
โรงเรียนบ้านพลกรัง(เดชาติวงศ์คงฤทธิ์อนุสรณ์) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
1) พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5E เรื่อง การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใช้ตรรกะและฟังก์ชันในการแก้ปัญหา ตามขั้นตอนกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยใช้ micro:bit กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75
2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน และ
3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น
การหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ดำเนินการทดลองกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ตามลำดับ ดังนี้
ครั้งที่ 1 การทดลองแบบเดี่ยว โรงเรียนบ้านเหล่าพิทยาคม จำนวน 3 คน
ครั้งที่ 2 การทดลองแบบกลุ่ม โรงเรียนบ้านบุ(ประชารัฐพัฒนา) จำนวน 19 คน และ
ครั้งที่ 3 การทดลองภาคสนามเพื่อศึกษาผลการใช้จริงกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนบ้านพลกรัง (เดชาติวงศ์คงฤทธิ์อนุสรณ์) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 จำนวน 14 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5E เรื่อง การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใช้ตรรกะและฟังก์ชันในการแก้ปัญหาตามขั้นตอนกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยใช้ micro:bit ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 10 เรื่อง และแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 10 ชั่วโมง
2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบหลังเรียนประจำชุดกิจกรรม จำนวน 10 ฉบับ ฉบับละ 12 ข้อ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน จำนวน 30 ข้อ และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5E สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่
ร้อยละ, ค่าเฉลี่ย , ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และตรวจสอบข้อตกลงเบื้องต้นทางสถิติด้วย Shapiro-Wilk Test พบว่า ข้อมูลมีการแจกแจงแบบปกติ จึงใช้สถิติ paired samples t-test ในการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน
ผลการวิจัย พบว่า
1.ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5E เรื่อง การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใช้ตรรกะและฟังก์ชันในการแก้ปัญหาตามขั้นตอนกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยใช้ micro:bit กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพโดยรวม E1/E2 เท่ากับ 81.25/79.70 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่ตั้งไว้
2.ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใช้ตรรกะและฟังก์ชันในการแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า คะแนนเฉลี่ยของการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3.ความพึงพอใจในการเรียนของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5E เรื่อง การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใช้ตรรกะและฟังก์ชันในการแก้ปัญหาตามขั้นตอนกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยใช้ micro:bit กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.54 , S.D. = 0.59)