ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

ผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้หน้าที่พลเมือง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 “THAI WAI Model : ไหว้งาม สืบสานความเป็นไทย ใส่ใจมารยาท”

1. ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรม

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีที่งดงาม โดยเฉพาะ “การไหว้” ซึ่งเป็นมารยาทไทยที่สะท้อนถึงความเคารพ ความอ่อนน้อม ความมีสัมมาคารวะ และการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข การปลูกฝังมารยาทไทยให้แก่เด็กตั้งแต่ระดับประถมศึกษาตอนต้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นช่วงวัยที่สามารถเรียนรู้และซึมซับพฤติกรรมที่เหมาะสมจนเกิดเป็นนิสัยและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้หน้าที่พลเมือง พบว่า นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้นบางส่วนยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายและความสำคัญของการไหว้ ตลอดจนยังปฏิบัติการไหว้ไม่ถูกต้องตามกาลเทศะ เช่น ระดับมือในการไหว้ การวางมือ การก้มศีรษะ การกล่าวคำทักทาย และการเลือกใช้การไหว้ให้เหมาะสมกับบุคคลและสถานการณ์ นอกจากนี้ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นการบอกความรู้หรือการท่องจำเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถทำให้นักเรียนเกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้อย่างยั่งยืน

ดังนั้น ผู้จัดทำจึงพัฒนานวัตกรรม “THAI WAI Model” โดยยึดหลักการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เน้นให้นักเรียน เรียนรู้จากสถานการณ์ใกล้ตัว ดูตัวอย่าง ฝึกปฏิบัติ เล่นบทบาทสมมติ สะท้อนผล และนำไปใช้จริง เพื่อให้นักเรียนเกิดทั้งความรู้ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อความเป็นไทย

นวัตกรรมดังกล่าวมุ่งสร้างความตระหนักว่า “การไหว้ไม่ใช่เพียงท่าทาง แต่เป็นการแสดงออกถึงความเคารพและจิตใจที่ดีงาม” และช่วยปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ได้แก่ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม

2. จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน

2.1 จุดประสงค์

1. เพื่อให้นักเรียนไหว้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับบุคคลและสถานการณ์

2. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทย

3. เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีมารยาท มีสัมมาคารวะ อ่อนน้อม และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

2.2 เป้าหมายเชิงปริมาณ

นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 จำนวน 47 คน

1. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 สามารถปฏิบัติการไหว้ได้ถูกต้องตามเกณฑ์ที่กำหนด

2. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 สามารถเลือกใช้การไหว้ได้เหมาะสมกับบุคคลและสถานการณ์

3. นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 มีเจตคติที่ดีและเห็นคุณค่าของการรักษาความเป็นไทย

2.3 เป้าหมายเชิงคุณภาพ

นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะเกี่ยวกับมารยาทไทย สามารถปฏิบัติการไหว้ได้อย่างถูกต้อง สวยงาม และเหมาะสมตามกาลเทศะ มีความอ่อนน้อม มีสัมมาคารวะ มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และนำพฤติกรรมดังกล่าวไปใช้ทั้งในโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน

3. กระบวนการผลิตผลงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน

3.1 แนวคิดของนวัตกรรม “THAI WAI Model”

T – Tell : รู้จักและทำความเข้าใจ

ครูสร้างความสนใจด้วยภาพ นิทาน เพลง คลิปสั้น หรือสถานการณ์ใกล้ตัว เช่น

• เมื่อพบครูควรทำอย่างไร

• เมื่อพบผู้ใหญ่ควรแสดงความเคารพอย่างไร

• การไหว้เพื่อนกับการไหว้ผู้ใหญ่เหมือนกันหรือไม่

• เพราะเหตุใดคนไทยจึงไหว้

ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและค้นหาความหมายของ “การไหว้”

H – Hands-on : เรียนรู้จากการลงมือทำ

ครูสาธิตการไหว้ที่ถูกต้องทีละขั้นตอน และให้นักเรียนฝึกปฏิบัติจริงหน้ากระจกหรือเป็นคู่

หลักจำง่าย “มือ–หัว–ใจ”

• มือ : ประนมมือในระดับที่เหมาะสม

• หัว : ก้มศีรษะอย่างสุภาพ

• ใจ : แสดงความเคารพด้วยความจริงใจ

นักเรียนฝึกซ้ำจนสามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นธรรมชาติ

A – Act : ลงมือปฏิบัติผ่านสถานการณ์

จัดกิจกรรม “สถานการณ์ไหน ไหว้อย่างไร” โดยให้นักเรียนจับบัตรสถานการณ์ เช่น

• พบครูตอนเช้า

• พบคุณตาคุณยาย

• กล่าวขอบคุณผู้ใหญ่

• กล่าวขอโทษ

• พบเพื่อน

• ได้รับของจากผู้ใหญ่

• เดินผ่านผู้ใหญ่

• กล่าวลา

นักเรียนแสดงบทบาทสมมติและเลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะสม

I – Imitate : เรียนรู้จากต้นแบบ

ครู เพื่อน หรือบุคลากรในโรงเรียนเป็นต้นแบบการปฏิบัติที่ดี นักเรียนสังเกต เลียนแบบ และปรับปรุงท่าทางของตนเองจัดกิจกรรม “เพื่อนสอนเพื่อน” ให้นักเรียนช่วยกันสังเกตและให้คำแนะนำอย่างสร้างสรรค์

W – Wai : ไหว้ถูกต้อง งดงาม และเหมาะสม

นักเรียนฝึกการไหว้ตามสถานการณ์ โดยครูใช้ “บันไดการไหว้ 3 ระดับ” เพื่อให้เด็กจดจำได้ง่าย

ระดับที่ 1 : ไหว้พระ

ประนมมือให้ปลายนิ้วอยู่บริเวณหน้าผาก

ระดับที่ 2 : ไหว้ผู้มีพระคุณ/ผู้ใหญ่

ประนมมือบริเวณใบหน้าและก้มศีรษะอย่างสุภาพ

ระดับที่ 3 : ไหว้บุคคลทั่วไปหรือผู้ที่มีวัยใกล้เคียงกัน

ประนมมือในระดับที่เหมาะสมและก้มศีรษะเล็กน้อย

หมายเหตุ: ครูควรอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า ระดับการไหว้ขึ้นอยู่กับบุคคลและบริบท และควรเน้น “ความสุภาพและความเหมาะสม” มากกว่าการจำท่าทางเพียงอย่างเดียว

A – Apply : นำไปใช้ในชีวิตจริง

ให้นักเรียนนำความรู้ไปใช้ในสถานการณ์จริง เช่น

• การไหว้ครูในตอนเช้า

• การไหว้ผู้ปกครอง

• การไหว้ผู้ใหญ่ในชุมชน

• การกล่าวขอบคุณและขอโทษ

• การต้อนรับแขก

• การไหว้ก่อนและหลังทำกิจกรรม

ครูและผู้ปกครองร่วมกันสังเกตพฤติกรรมและให้กำลังใจ

I – Inspire : สร้างแรงบันดาลใจและเป็นต้นแบบ

จัดกิจกรรม “เด็กไทยไหว้งาม” ให้นักเรียนได้แสดงความสามารถ เช่น

• การสาธิตการไหว้

• การแสดงบทบาทสมมติ

• การเล่านิทานคุณธรรม

• การจัดนิทรรศการ “รักษ์ความเป็นไทย”

• การทำคลิปสั้น “ไหว้แบบไหน ใช้เมื่อไร”

• การเป็น “ยุวทูตมารยาทไทย” ประจำห้องเรียน

นักเรียนที่ปฏิบัติได้ดีได้รับคำชื่นชมและการเสริมแรงเชิงบวก เช่น “ดาวเด็กไทยไหว้งาม”

3.2 ขั้นตอนการดำเนินงานตามวงจร PDCA

P : Plan – วางแผน

1. วิเคราะห์หลักสูตรและมาตรฐาน/ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่พลเมืองและความเป็นไทย

2. วิเคราะห์สภาพปัญหาและพฤติกรรมของนักเรียน

3. กำหนดจุดประสงค์และเป้าหมาย

4. ออกแบบกิจกรรมโดยใช้ THAI WAI Model

5. จัดทำสื่อและเครื่องมือวัดผล

D : Do – ดำเนินการ

ดำเนินกิจกรรมตามลำดับ

สร้างแรงจูงใจ → เรียนรู้ → สาธิต → ฝึกปฏิบัติ → บทบาทสมมติ → นำไปใช้จริง → สะท้อนผล

C : Check – ตรวจสอบ

ใช้เครื่องมือที่หลากหลาย ได้แก่

• แบบทดสอบก่อนเรียน–หลังเรียน

• แบบสังเกตพฤติกรรม

• แบบประเมินทักษะการไหว้

• แบบประเมินสถานการณ์จำลอง

• แบบประเมินตนเองของนักเรียน

• แบบบันทึกการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

• แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้ปกครอง

A : Act – ปรับปรุงพัฒนา

นำผลการประเมินมาวิเคราะห์เพื่อปรับกิจกรรม เช่น หากนักเรียนยังไหว้ไม่ถูกต้อง ให้เพิ่มการสาธิตและการฝึกปฏิบัติ หากนักเรียนสามารถปฏิบัติได้แต่ยังไม่นำไปใช้จริง ให้เพิ่มกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับครอบครัวและชุมชน

4. ผลการดำเนินการ / ผลสัมฤทธิ์ / ประโยชน์ที่จะได้รับ

4.1 ผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียน

1. นักเรียนสามารถปฏิบัติการไหว้ได้ถูกต้อง สวยงาม และเหมาะสมกับสถานการณ์

2. นักเรียนมีความอ่อนน้อม มีสัมมาคารวะ และเคารพผู้อื่น

3. นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของไทย

4.2 ผลที่เกิดขึ้นกับครู

1. ครูสามารถจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ได้อย่างเหมาะสมกับวัย

2. ครูมีสื่อและเครื่องมือสำหรับส่งเสริมมารยาทไทยที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้

3. ครูสามารถนำรูปแบบ THAI WAI Model ไปประยุกต์ใช้กับคุณธรรมและหน้าที่พลเมืองด้านอื่นได้

4.3 ผลที่เกิดขึ้นกับโรงเรียน

โรงเรียนมีแนวทางส่งเสริมอัตลักษณ์ด้าน “เด็กไทยมีมารยาท งดงาม อ่อนน้อม” สามารถบูรณาการกิจกรรมกับงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม กิจกรรมหน้าเสาธง กิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมวันสำคัญ และกิจกรรมของสถานศึกษา

4.4 ผลที่เกิดขึ้นกับครอบครัวและชุมชน

ผู้ปกครองสามารถมีส่วนร่วมในการปลูกฝังมารยาทไทยต่อเนื่องจากโรงเรียนสู่บ้าน ทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ครอบครัว และชุมชนในการสืบสานวัฒนธรรมไทย

5. ปัจจัยความสำเร็จ

การดำเนินงานประสบความสำเร็จได้จากปัจจัยสำคัญ ดังนี้

1. ผู้บริหารสถานศึกษา

ให้การสนับสนุนด้านนโยบาย งบประมาณ สื่อ วัสดุอุปกรณ์ และเปิดโอกาสให้ครูพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้

2. ครูผู้สอน

ครูเป็นต้นแบบที่ดี มีความเข้าใจธรรมชาติของเด็กระดับประถมศึกษาตอนต้น และออกแบบกิจกรรมให้สนุก ง่าย และสามารถนำไปปฏิบัติจริง

3. นักเรียน

นักเรียนมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน ได้เรียนรู้ผ่านการเล่น การฝึก การสังเกต และการปฏิบัติจริง ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย

4. ผู้ปกครอง

ผู้ปกครองร่วมส่งเสริมและฝึกฝนมารยาทไทยที่บ้าน ทำให้พฤติกรรมที่เรียนรู้จากโรงเรียนเกิดความต่อเนื่อง

5. สื่อและกิจกรรม

กิจกรรมมีความหลากหลาย เช่น นิทาน เพลง เกม บัตรภาพ กระจกฝึกไหว้ บทบาทสมมติ และสถานการณ์จำลอง ทำให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก

6. การเสริมแรงเชิงบวก

ใช้คำชม การให้กำลังใจ และการยกย่องพฤติกรรมที่ดี แทนการตำหนิ ส่งผลให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจและอยากปฏิบัติซ้ำ

6. บทเรียนที่ได้รับ

จากการพัฒนานวัตกรรม THAI WAI Model พบว่า การปลูกฝังมารยาทไทยให้เกิดผลอย่างยั่งยืนไม่ควรเน้นการท่องจำเพียงอย่างเดียว แต่ควรให้เด็ก “เห็นตัวอย่าง–เข้าใจความหมาย–ลงมือปฏิบัติ–ได้รับคำแนะนำ–นำไปใช้จริง”

เด็กระดับประถมศึกษาตอนต้นเรียนรู้ได้ดีจากกิจกรรมที่สนุกและใกล้ตัว การใช้บทบาทสมมติและสถานการณ์จำลองช่วยให้เด็กเข้าใจว่า “ควรไหว้เมื่อใด และไหว้อย่างไร” มากกว่าการจำรูปแบบเพียงอย่างเดียว

อีกบทเรียนสำคัญคือ ครูต้องเป็นต้นแบบ เพราะเด็กเรียนรู้จากการสังเกตพฤติกรรมของผู้ใหญ่ ดังนั้น ครู บุคลากรในโรงเรียน และผู้ปกครองควรแสดงมารยาทไทยอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ การปลูกฝังความเป็นไทยจะเกิดผลดีที่สุดเมื่อโรงเรียนและครอบครัวมีแนวทางเดียวกัน โดยใช้คำพูดและวิธีการส่งเสริมที่สอดคล้องกัน

แนวทางพัฒนาต่อยอด

สามารถพัฒนานวัตกรรมจาก “การไหว้” ไปสู่ “THAI WAI SMART School” โดยขยายเนื้อหาไปสู่

• การกล่าวสวัสดี

• การกล่าวขอบคุณ

• การกล่าวขอโทษ

• การพูดจาสุภาพ

• การเดินผ่านผู้ใหญ่

• การรับ–ส่งสิ่งของ

• มารยาทในการรับประทานอาหาร

• มารยาทในที่สาธารณะ

• มารยาทในการใช้สื่อดิจิทัล

โพสต์โดย เอวา : [12 ส.ค. 2569 (15:56 น.)]
อ่าน [23] ไอพี : 49.230.187.103
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,585 ครั้ง
"อ้วน" กับ 7 เรื่องน่ารู้ น้ำหนักลดเร็วในช่วงแรกแต่ต่อไปทำไมไม่ลด
"อ้วน" กับ 7 เรื่องน่ารู้ น้ำหนักลดเร็วในช่วงแรกแต่ต่อไปทำไมไม่ลด

เปิดอ่าน 27,298 ครั้ง
วิธีการลดขนาดภาพ โดยลดขนาดความกว้างของภาพหลายภาพในครั้งเดียว
วิธีการลดขนาดภาพ โดยลดขนาดความกว้างของภาพหลายภาพในครั้งเดียว

เปิดอ่าน 14,614 ครั้ง
10 วิธีสร้าง "บ้านสุข" ที่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
10 วิธีสร้าง "บ้านสุข" ที่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี

เปิดอ่าน 13,462 ครั้ง
ประวัติการผลิตเบียร์
ประวัติการผลิตเบียร์

เปิดอ่าน 838 ครั้ง
ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ (UNIX)
ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ (UNIX)

เปิดอ่าน 5,969 ครั้ง
ENNXO ชวนอ่านหนังสือพัฒนาตนเอง ปี 2024 ที่ต้องอ่านสักครั้งในชีวิต
ENNXO ชวนอ่านหนังสือพัฒนาตนเอง ปี 2024 ที่ต้องอ่านสักครั้งในชีวิต

เปิดอ่าน 32,980 ครั้ง
6 นิสัยที่ทำให้อายุยืน ใช่คุณครบทุกข้อไหม
6 นิสัยที่ทำให้อายุยืน ใช่คุณครบทุกข้อไหม

เปิดอ่าน 79,376 ครั้ง
กลอนปีใหม่ SMSปีใหม่ กลอนน่ารักๆ
กลอนปีใหม่ SMSปีใหม่ กลอนน่ารักๆ

เปิดอ่าน 24,111 ครั้ง
ลมมรสุม
ลมมรสุม

เปิดอ่าน 13,992 ครั้ง
12 เรื่องน่ารู้ การถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอล
12 เรื่องน่ารู้ การถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิตอล

เปิดอ่าน 98,959 ครั้ง
ดินสอทำไมมีตัว H กับตัว B
ดินสอทำไมมีตัว H กับตัว B

เปิดอ่าน 123,901 ครั้ง
เตือนภัย "ถ่ายเป็นเลือด" ระวังโรคแฝง...ร้ายแรงถึงชีวิต!!
เตือนภัย "ถ่ายเป็นเลือด" ระวังโรคแฝง...ร้ายแรงถึงชีวิต!!

เปิดอ่าน 214,111 ครั้ง
สัตว์ในป่าชายเลน
สัตว์ในป่าชายเลน

เปิดอ่าน 816 ครั้ง
มาตรฐานโรงงานครีมที่ควรรู้มีอะไรบ้าง?  GMP ISO และ อย. สำคัญอย่างไร
มาตรฐานโรงงานครีมที่ควรรู้มีอะไรบ้าง? GMP ISO และ อย. สำคัญอย่างไร

เปิดอ่าน 21,333 ครั้ง
MPEG คืออะไร
MPEG คืออะไร

เปิดอ่าน 18,407 ครั้ง
"รางวัลให้ครู"
"รางวัลให้ครู"
เปิดอ่าน 16,673 ครั้ง
มะเร็งเน็ต...ภัยร้ายชนิดใหม่ เสี่ยงตายไม่รู้ตัว
มะเร็งเน็ต...ภัยร้ายชนิดใหม่ เสี่ยงตายไม่รู้ตัว
เปิดอ่าน 172,471 ครั้ง
นิยามทางการศึกษา
นิยามทางการศึกษา
เปิดอ่าน 10,554 ครั้ง
เชื้อ "ดื้อยา" อันตรายใกล้ตัว
เชื้อ "ดื้อยา" อันตรายใกล้ตัว
เปิดอ่าน 149,353 ครั้ง
บัญชีเงินเดือนข้าราชการครู
บัญชีเงินเดือนข้าราชการครู

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ