ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > 10 วิธีสร้าง "บ้านสุข" ที่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
10 วิธีสร้าง "บ้านสุข" ที่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
ความรู้ทั่วไป โพสต์เมื่อวันที่ : 11 ธ.ค. 2552 เปิดอ่าน : 11,415 ครั้ง
☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
Advertisement

10 วิธีสร้าง "บ้านสุข" ที่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
Advertisement

       การที่พ่อแม่ทุกคนหวังไว้ว่า อยากให้ครอบครัวเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ลูกได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่อย่างที่เขาตั้งใจไว้ แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้วความหวังกับความเป็นจริงอาจสวนทางกันเนื่องด้วยภาระที่ต้องรับผิดชอบทั้งหน้าที่การงานและหน้าที่พ่อแม่
       
       ทั้งนี้ การที่พ่อแม่จะสร้างครอบครัวให้อบอุ่นดังหวังนั้น เปรียบเสมือนของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับลูกเลยก็ว่าได้ เพราะหากพวกเขาอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่น มีแต่ความรัก ความเข้าใจ เมื่อลูกโตขึ้น เขาก็จะมีแต่ความทรงจำที่ดีและมีแบบแผนปฏิบัติต่อไป
       
       ดังนั้นหากครอบครัวในวันนี้ยังมีความสุขไม่มากพอลองมาดูเคล็ดลับดีๆที่สามารถเพิ่มมวลความสุขให้ครอบครัวได้ง่ายๆ 10 วิธีดังนี้
       
       
1. "หัวเราะ" ไปด้วยกัน
       

       เสียงหัวเราะคือวิธีหนึ่งที่สามารถทำให้ทุกคนในครอบครัวได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ดังนั้นการที่ใครสักคนแบ่งปันเรื่องราวสนุกสนานน่าขำมาให้คนในบ้านได้หัวเราะไปพร้อมกัน หรือการนั่งดูรายการตลกในช่วงเวลาว่างด้วยกันทั้งครอบครัวก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ
       
       2. "ขอบคุณ"กันและกัน
       
       หลายครั้งที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม คนในครอบครัวอาจหลงลืมช่วงเวลาดีๆไปบ้าง ดังนั้นการที่เราไม่ลืมคำว่า "ขอบคุณ"และ"ขอโทษ" ก็ทำให้ความรู้สึกดีๆยังคงอยู่ต่อไป อย่าลืมว่า ความสุขของทุกคนในครอบครัวจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อทุกคนเข้าใจกัน
       
       ดังนั้นนับเป็นโอกาสที่ดีหากพ่อแม่สอนลูก พี่สอนน้อง น้องมีน้ำใจต่อพี่ๆ ก็ควรใช้เวลาตรงนั้นกล่าวคำว่า "ขอบคุณ" ไปบ้าง เพราะมันไม่ใช่เรื่องน่าอับอายอะไรเลย
       
       
3. "แบ่งปัน"ความสุขให้ลูกบ้าง
       

       ของขวัญจากพ่อแม่ที่วิเศษอีกอย่างหนึ่งคือการที่ทั้งสองแบ่งปันความรักให้ลูกได้เรียนรู้ว่า พ่อกับแม่รักกันมากแค่ไหน ขณะเดียวกันก็ควรสอนให้ลูกรู้จักรักแท้ที่พ่อมีให้แม่ ซึ่งการพูดให้ลูกรู้คงไม่สำคัญเท่ากับการแสดงออกให้ลูกเห็น และถ้าลูกรับรู้ได้ว่า พ่อกับแม่รักกันแค่ไหน พวกเขาก็จะมีความสุขและมองความรักในแง่ดีอีกด้วย
       4. "สุข" อย่างพอเพียง
       
       บางครั้งปัญหาทางด้านการงานของแต่ละครอบครัว ก็เป็นตัวการสำคัญที่บั่นทอนความสุขได้มากทีเดียว ทั้งๆที่หลายคนอาจเถียงว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเงินและงานมากกว่าลูก แต่ ณ เวลานั้น หัวหน้าครอบครัวหลายคนอาจมองไม่เห็นตัวเอง จนทำให้สาเหตุของปัญหาด้านการเงินและความไม่รู้จักพอเป็นบ่อเกิดของปัญหาซึ่งพาลหาเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับลูก-เมียได้ง่ายมาก
       
       ทั้งนี้ ถ้าใครไม่อยากให้เงินมาเป็นตัวบ่อนทำลายความสุขของครอบครัว ก็ควรจัดระเบียบความคิดและเปลี่ยนมุมมองใหม่ว่า แค่ไม่เป็นหนี้ ไม่อยากมีอยากได้จนเกินตัว ครอบครัวก็สุขสมบูรณ์ได้ด้วยความพอเพียง อย่าไปดิ้นรนเพื่อวัตถุนอกกายเพียงแค่ให้เป็นหน้าเป็นตา ในขณะที่ครอบครัวกำลังจะพังอีกเลย
       
       5. "มารยาท" เพิ่มสุข
       
       บทบาทของพ่อแม่ที่สำคัญคือการสอนและดูแลเอาใจใส่ ซึ่งสิ่งสำคัญที่เด็กส่วนใหญ่มักพลาดกันก็คือเรื่องมารยาท ดังนั้นหากพ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักมารยาทโดยวิธีการที่ไม่ใช่การต่อว่าลูก ลูกก็จะรู้จักปรับปรุงและน้อมรับในสิ่งที่พ่อแม่สอน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าการที่พ่อแม่สอนลูก แล้วลูกนำไปปฏิบัตินั้น ก็คือความสุขที่พ่อแม่จะได้กลับมา ขณะที่ลูกๆเอง ถ้าเขามีมารยาทนอกจากคนในครอบครัวแล้ว สำหรับคนในสังคมเอง พวกเขาก็จะมีความสุขเพราะลูกของเราเช่นกัน
       
       6. "ปรับ"บ้านให้มีกฎ
       
       หลายครั้งที่พี่น้องอาจทะเลาะกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างการเล่นในบ้านหรือการพูดจายุแหย่ตามประสาเด็ก ซึ่งทำให้พ่อแม่หลายคนปวดหัวไปตามๆกัน
       ดังนั้นวิธีที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ พ่อแม่ควรตั้งกฎระเบียบให้ลูกๆและเพื่อนๆที่จะมาเล่นในบ้านปฏิบัติตามกันอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งยังได้ฝึกระเบียบวินัยเด็กๆอีกด้วย
       
       
7. "เชื่อมั่น" กันและกัน
       

       เด็กๆอาจมีความเชื่อมั่นในตัวเองค่อนข้างสูงกว่าผู้ใหญ่ พ่อแม่ก็ควรใหอิสระกับลูกในการตัดสินใจและเชื่อมั่นในตัวลูก แต่อิสระในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาจะอะไรก็ได้ไร้ขอบเขต ความเชื่อมั่นในที่นี้หมายถึงพ่อแม่ควรให้ลูกตัดสินใจเลือกในสิ่งที่พวกเขาอยากทำโดยอยู่ในสายตาของพ่อและแม่เพื่อให้เขาเรียนรู้สิ่งต่างๆผ่านประสบการณ์ด้วยตนเอง ไม่ใช่บังคับลูกเสียทุกอย่าง เพราะหากเป็นเช่นนั้น นอกจากจะไม่มีความสุขแล้ว ครอบครัวอาจแตกแยกได้อีกด้วย
       8. "ชื่นชม" มากกว่าติเตียน
       
       การชื่นชมในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ต่อให้ลูกทำผิดก็บอกว่าไม่ผิด เข้าข้างลูกอย่างไม่มีเหตุผล แต่การชื่นชมที่พ่อแม่ควรทำคือการที่ประสบความสำเร็จหรือสามารถทำอะไรบางอย่างที่น่ายินดี พ่อแม่ก็ควรให้กำลังใจลูก แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม เพราะในที่สุดแล้ว เมื่อลูกได้รับกำลังใจจากพ่อแม่ เขาก็จะมีความสุข และเมื่อลูกมีความสุข พ่อแม่ก็จะพลอยสุขไปด้วย
       
       9. ลด "กังวล"
       
       คำนึงอยู่เสมอว่า ไม่ว่าจะเจอปัญหาหนักหนาแค่ไหน แต่คนในครอบครัวก็ยังคงเป็นกำลังใจและรออยู่ที่บ้านเสมอ ดังนั้นหากพ่อแม่เครียดจากการทำงาน ก็ไม่ควรเอาปัญหาไปที่บ้านด้วยเพราะจะทำให้บรรยากาศเสียเข้าไปใหญ่ ลองนึกดูว่า ถ้าลูกๆกำลังรอพ่อแม่กลับบ้านเพื่อนั่งทานข้าวเย็นพร้อมกัน แต่กลับต้องพบว่า พ่อหงุดหงิด เรื่องงาน แม่ก็มีปัญหาที่ไม่ได้ต่างกัน เด็กๆที่รอที่บ้านคงเสียใจและหงุดหงิดตามกันเป็นแน่
       
       ดังนั้น หากมีปัญหาอะไรก็ควรแยกแยะเวลางานและเวลาครอบครัวเท่าที่จะทำได้ ถ้าสิ่งไหนที่สามารถบอกเล่าและปรึกษากันและกันได้ก็ไม่ควรเก็บปัญหานั้นไว้คนเดียว เพราะทุกคนในครอบครัวไม่มีใครทิ้งใครได้แน่นอน ความกังวลจะลดลงได้ถ้ามีใครสักคนรับฟัง
       
       10. "ช่วยเหลือ" กันและกัน
       
       สิ่งที่สำคัญที่สุดนอกเหนือจากที่กล่าวมานั้น การอยู่ร่วมกันเป็นทีมที่มีความสามัคคีกัน นับเป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง ดังนั้นการที่ครอบครัวพร้อมใจช่วยเหลือกันและกันเปรียบเสมือนเป็นทีมเดียวกัน แน่นอนว่าไม่ว่าจะเจออุปสรรคแบบใด ครอบครัวที่แข็งแรงแบบนี้ก้จะสามารถฝ่าฟันไปได้ด้วยดี และในที่สุด อุปสรรคต่างๆก็ไม่สามารถทำลายมวลความสุขของทุกคนในครอบครัวลงไปได้แม้แต่น้อย
       
       เคล็ดลับทั้ง 10 ข้อนี้ หลายคนอาจบอกว่าพูดง่าย คิดง่าย แต่ทำยาก ซึ่งหากลองเปลี่ยนทัศนคติว่า ทำยากแต่ก็ทำได้ เชื่อว่า ไม่ว่าจะเป็นกี่เคล็ดลับ ถ้าทุกคนอยากทำให้ครอบครัวมีสุข ก็สามารถทำได้โดยปราศจากข้ออ้างใดๆแน่นอน เพียงแค่ให้ทุกคนในบ้านร่วมมือกัน

เรียบเรียงจาก มอร์ ฟอร์ คิดส์
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์


Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ประกันสังคมสิทธิที่คนวัยทำงานควรรู้ ประโยชน์ที่ได้คุณภาพชีวิตที่ไม่ควรมองข้าม

ประกันสังคมสิทธิที่คนวัยทำงานควรรู้ ประโยชน์ที่ได้คุณภาพชีวิตที่ไม่ควรมองข้าม
เปิดอ่าน 18,299 ครั้ง
16 กันยายน วันโอโซนโลก

16 กันยายน วันโอโซนโลก
เปิดอ่าน 12,222 ครั้ง
5 วิธีดี ๆ ที่ช่วยให้คุณสนุกกับการลดน้ำหนัก

5 วิธีดี ๆ ที่ช่วยให้คุณสนุกกับการลดน้ำหนัก
เปิดอ่าน 9,765 ครั้ง
อย่ารีรอ !! เรื่องสุขภาพหน้าจอ

อย่ารีรอ !! เรื่องสุขภาพหน้าจอ
เปิดอ่าน 10,300 ครั้ง
รสชาติแบบไหนดีต่อสุขภาพ

รสชาติแบบไหนดีต่อสุขภาพ
เปิดอ่าน 10,480 ครั้ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของไทย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของไทย
เปิดอ่าน 16,868 ครั้ง
กินพริกแล้วจะช่วยให้ลดความอ้วนได้หรอ?

กินพริกแล้วจะช่วยให้ลดความอ้วนได้หรอ?
เปิดอ่าน 16,062 ครั้ง
ตำนานกระต่ายในดวงจันทร์

ตำนานกระต่ายในดวงจันทร์
เปิดอ่าน 18,323 ครั้ง
สรรพคุณของพืชผัก

สรรพคุณของพืชผัก
เปิดอ่าน 14,163 ครั้ง
สโลว์ฟู้ด อาหารสำหรับคนอยากผอม

สโลว์ฟู้ด อาหารสำหรับคนอยากผอม
เปิดอ่าน 13,423 ครั้ง
อาหารแสลง คืออะไร

อาหารแสลง คืออะไร
เปิดอ่าน 1,583 ครั้ง
หนอนไหม

หนอนไหม
เปิดอ่าน 11,285 ครั้ง
10 ลักษณะนิสัยแห่งผู้ประสบความสำเร็จ

10 ลักษณะนิสัยแห่งผู้ประสบความสำเร็จ
เปิดอ่าน 14,023 ครั้ง
4 พฤติกรรม “ผู้นำ” ที่ดี

4 พฤติกรรม “ผู้นำ” ที่ดี
เปิดอ่าน 62,459 ครั้ง
หมอชี้ "มะเร็งตับอ่อน" ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ก็เป็นได้ แนะ 5 ทำ 5 ไม่

หมอชี้ "มะเร็งตับอ่อน" ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ก็เป็นได้ แนะ 5 ทำ 5 ไม่
เปิดอ่าน 14,783 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

เตือน! โทรไม่ติดวางสายก่อน 6 วิ ไม่งั้นเสียเงิน
เตือน! โทรไม่ติดวางสายก่อน 6 วิ ไม่งั้นเสียเงิน
เปิดอ่าน 12,269 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
5 ซุปเปอร์ฟู้ดส์...ที่สาวๆ ขาดไม่ได้
5 ซุปเปอร์ฟู้ดส์...ที่สาวๆ ขาดไม่ได้
เปิดอ่าน 9,398 ☕ คลิกอ่านเลย

6 วิธีสร้างเครดิตการเงินดี ขอสินเชื่อผ่านง่าย
6 วิธีสร้างเครดิตการเงินดี ขอสินเชื่อผ่านง่าย
เปิดอ่าน 9,171 ☕ คลิกอ่านเลย

Robovi-nano สุดยอดหุ่นยนต์จิ๋ว!!!
Robovi-nano สุดยอดหุ่นยนต์จิ๋ว!!!
เปิดอ่าน 7,706 ☕ คลิกอ่านเลย

คำตอบของ 3 จี ในประเทศไทย เอาไงกันแน่
คำตอบของ 3 จี ในประเทศไทย เอาไงกันแน่
เปิดอ่าน 7,980 ☕ คลิกอ่านเลย

ไปรษณีย์ไทยเปิดศักราช งานแสตมป์เอเชีย 2010
ไปรษณีย์ไทยเปิดศักราช งานแสตมป์เอเชีย 2010
เปิดอ่าน 8,036 ☕ คลิกอ่านเลย

ภาพมาโคร คืออะไร?
ภาพมาโคร คืออะไร?
เปิดอ่าน 28,509 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

วิธีการปลูกพืชผัก
วิธีการปลูกพืชผัก
เปิดอ่าน 88,401 ครั้ง

การพระราชทานตราตั้งห้าง สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
การพระราชทานตราตั้งห้าง สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
เปิดอ่าน 14,035 ครั้ง

ตำนานพระโกศ
ตำนานพระโกศ
เปิดอ่าน 16,386 ครั้ง

กรมทางหลวงแนะ 13 เส้นทางเลี่ยงขึ้นเหนือ-ล่องใต้ ช่วงสงกรานต์
กรมทางหลวงแนะ 13 เส้นทางเลี่ยงขึ้นเหนือ-ล่องใต้ ช่วงสงกรานต์
เปิดอ่าน 7,841 ครั้ง

จิตวิทยาการเรียนรู้ภาษา
จิตวิทยาการเรียนรู้ภาษา
เปิดอ่าน 48,538 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ