ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมวิถีการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ส่งผลต่อคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียน
โรงเรียนบ้านฝ่ายท่า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา
ผู้วิจัย นางสาวสุภาพร บุญช่วย ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา
วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านฝ่ายท่า
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา
ปีที่ทำวิจัย 2567
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการใน
การบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมวิถีการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ส่งผลต่อคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียน โรงเรียนบ้านฝ่ายท่า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา 2) สร้างและตรวจสอบรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมวิถีการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ส่งผลต่อคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียน โรงเรียนบ้านฝ่ายท่า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา 3) ทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมวิถีการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ส่งผลต่อคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียน โรงเรียนบ้านฝ่ายท่า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและ 4) ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมวิถีการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ส่งผลต่อคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียน โรงเรียนบ้านฝ่ายท่า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพังงา การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development : R & D) ดำเนินการวิจัย 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการ 2) การสร้างและตรวจสอบรูปแบบ 3) การทดลองใช้รูปแบบ และ 4) การประเมินประสิทธิผลของรูปแบบ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนบ้านฝ่ายท่า จำนวน 10 คน ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 46 จำนวน 74 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินรูปแบบ แบบประเมินคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียง และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
ผลการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการ พบว่า สภาพปัจจุบันของ
การบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมวิถีการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนความต้องการในการพัฒนาอยู่ในระดับมากที่สุด ขณะที่คุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียนอยู่ในระดับปานกลาง และมีความต้องการในการพัฒนาอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเฉพาะด้านความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี นอกจากนี้
ผลการศึกษาดูงานโรงเรียนต้นแบบ พบว่า สถานศึกษาที่ประสบผลสำเร็จมีการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่หลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชนอย่างเข้มแข็ง
ผลการสร้างและตรวจสอบรูปแบบ พบว่า รูปแบบ FAITHAI Model ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) การวางรากฐานความคิด (Foundation) 2) การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning Integration) 3) การสร้างนวัตกรรมและอัตลักษณ์ (Innovation & Identity) 4) การทำงาน
เป็นทีมและการพัฒนา (Teamwork & Training) 5) การประเมินผลรอบด้าน (Holistic Evaluation)
6) ความรับผิดชอบและความสำเร็จ (Accountability & Achievement) และ 7) การเชื่อมโยงเครือข่าย (Interconnectivity) ผลการตรวจสอบรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า
มีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ และความถูกต้องอยู่ในระดับมากที่สุด
ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า ผู้บริหารและครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงหลังการใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบ
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผลการประเมินคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเฉพาะด้านกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การลงมือปฏิบัติจริง และการมีส่วนร่วมของผู้เรียน ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรม
ผลการประเมินประสิทธิผลของรูปแบบ พบว่า ครูมีความพึงพอใจต่อรูปแบบ
โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (× ̅ = 4.70, S.D. = 0.46) และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้ตามรูปแบบอยู่ในระดับมากที่สุด (× ̅=4.58, S.D. = 0.51) นอกจากนี้ ผู้เรียนมีคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (× ̅= 4.49, S.D. = 0.52) โดยเฉพาะด้านการดำรงชีวิตอย่างสมดุลและยั่งยืน และด้านการใช้ความรู้คู่คุณธรรม
โดยสรุป รูปแบบ FAITHAI Model เป็นนวัตกรรมทางการบริหารสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำไปใช้ได้จริง ส่งผลต่อการพัฒนาสมรรถนะครู การจัดการเรียนรู้ และคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียงของผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้และขยายผลสู่สถานศึกษาอื่นได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน
คำสำคัญ : การบริหารสถานศึกษา, หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง, คุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียง, FAITHAI Model, วิถีการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง